|
ดวงเมือง ตอนที่ 1
สวัสดีครับ
ลุงพุฒนั่งตรึกตรองอยู่นาน ว่าควรจะพูดคุยในเรื่องอะไรในคอลัมน์นี้ดี ก็นึกได้ว่า หากจะวิเคราะห์ดวงเมืองประเทศไทยก็คงจะดี แต่ก็คิดหนักอยู่เหมือนกันว่า ถ้าจะเขียนให้หมดในคราวเดียว ก็คงจะเป็นงานที่ยากอยู่เหมือนกัน และอาจจะเต็มไปด้วยคำพูดตามหลักวิชาการโหราศาสตร์เต็มไปหมด จะผิดวัตถุประสงค์จากที่อยากให้บรรยากาศเหมือนกับนั่งจิบกาฟคุยกัน คิดไปคิดมา ก็คิดว่า น่าจะทำเป็นมินิซีรี่ส์ น่าจะดีกว่า สัปดาห์ละ 1-2 ตอน น่าจะสบายทั้งผู้อ่าน และสบายทั้งผู้เขียนด้วยครับ
จะดูดวงประเทศไทย ก็หนีไม่พ้นที่จะต้องเอาดวงเมืองกรุงเทพฯมาดูล่ะครับ แม้ว่าจะมีแนวคิดว่า กรุงเทพฯไม่ใช่ประเทศไทย (จึงไม่ควรเอางบประมาณส่วนใหญ่มาลงที่กรุงเทพฯ) ก็ตาม แต่ในทางโหราศาสตร์นั้นมีความเห็นว่า จะดูดวงประเทศไทย ก็ต้องดูดวงกรุงเทพฯครับ
ดวงเมืองกรุงเทพฯ ผูกเอาไว้ที่ วันอาทิตย์ที่ 21 เดือน เมษายน พ.ศ. 2325 เวลา 06 : 55 น. ณ.ตำแหน่งละติจูด 13 องศา 45 ลิปดา 59 ฟิลิปดา เหนือ ลองจิจูด 100 องศา 10 ลิปดา 0 ฟิลิปดา ตะวันออก เมื่อผูกออกมาแล้ว จะได้ดังรูปครับ ( คลิ้กที่รูป หากต้องการดูอย่างละเอียด) ซึ่งเป็นการผูกดวงตามโหราศาสตร์ไทย โดยใช้สมการคำนวณทางดาราศาสตร์สากล
ก่อนที่เราจะไปไกลกว่านี้ ต้องปรับความเข้าใจกันนิดนึงนะครับว่า ในสมัยนั้น วิชาโหราศาสตร์รู้จักดวงดาวเพียง 8 ดวง เท่านั้น คือ ดาวอาทิตย์ ดาวจันทร์ ดาวอังคาร ดาวพุธ ดาวพฤหัสบดี ดาวศุกร์ ดาวเสาร์ และดาวราหู กับ ลัคนา เท่านั้นครับ ดวงดาวอื่นๆยังไม่เป็นที่รู้จักนะครับ ไม่ว่าจะเป็นดาวเกตุ ดาวมฤตยู ดาวเนปจูน หรือดาวพลูโตก็ตาม
สำหรับดาวเกตุนั้น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ทรงเป็นผู้ค้นพบ รวมทั้งสูตรคำนวณหาตำแหน่งดาวเกตุ โดยไม่มีผู้ใดทราบว่าพระองค์ทรงคำนวณมาได้อย่างไร เพราะดาวเกตุของไทย ต่างจากดาวเกตุของโหราศาสตร์อินเดีย ซึ่งทางอินเดียถือว่า ดาวเกตุจะอยู่ตรงกันข้ามกับดาวราหูเสมอ (ดูจากตำนานพระราหู จะทราบว่า พระราหูถูกจักรพระนารายณ์ฟันขาดเป็น 2 ท่อน ท่อนบนเป็นพระราหู ท่อนล่างเป็นพระเกตุ)
วันนี้ วันแรก ก็คุยกันแค่นี้ก่อนครับ เดี๋ยวกาแฟจะเย็นชืดเสียหมด
ลุงพุฒ
30 พฤศจิกายน พ.ศ.2548
|