|
ดวงเมือง ตอนที่ 2 ลัคนาดวงเมืองกรุงเทพฯ
สวัสดีครับ
ก่อนที่เราจะไปคุยกันต่อ ลุงพุฒขอแนะนำให้ไปอ่านเรื่อง ทำไมลัคนาจึงอยู่คนละราศี ก่อนนะครับ เพราะเป็นปัญหาสำคัญอันหนึ่งในวงการโหราศาสตร์ของไทยครับ (ขอจำกัดเฉพาะโหราศาสตร์ของไทยนะครับ เพราะยังมีโหราศาสตร์แบบอื่นๆ ที่มีการผูกดวงแตกต่างกันไปอีกครับ)
ความสำคัญของลัคนามีมากนะครับ แต่บางตำรากลับไม่ให้ความสำคัญของลัคนาเลย โดยเฉพาะโหราศาสตร์ของโลกตะวันตก เป็นเพราะความแตกต่างของวัฒนธรรมครับ แต่ถ้าถามว่า ลัคนามีความสำคัญอย่างไร ก็ต้องตอบว่า ลัคนานั้นมีความหมายเฉพาะคือ ลักษณะ หรือ ภาพลักษณ์ของคนๆนั้น ซึ่งคำว่าลัคนานั้น เป็นการเขียนแบบภาษาบาลีครับ แต่หากเขียนเป็นภาษาสันสกฤต ก็จะเขียนว่า ลักษณะ ครับ
ลัคนาของดวงเมืองกรุงเทพฯ อยู่ที่ราศีเมษ 24 องศา 12 ลิปดา ฤกษ์มหัทธโน จึงทำให้ภาพลักษณ์ของเมืองกรุงเทพฯเป็นไปตามราศีเมษ คือ มีความแคล่วคล่องว่องไว มีอาหารการกินที่หลากหลาย เพราะแพะเป็นสัตว์ที่กินไม่เลือกครับ แต่การกินไม่เลือกไม่ได้หมายถึงการกินในเชิงคอรัปชั่นนะครับ แต่หมายถึงกินอาหารได้หลากหลาย ดังนั้นอาหารในกรุงเทพฯจึงมีความหลากหลายมาก แต่ในขณะเดียวกันก็มีการพัฒนาจนมีเอกลักษณะของตัวเองครับ นอกจากนี้แล้วแพะยังเป็นสัตว์ที่ชอบกินไปเดินไป ทำให้เมืองกรุงเทพฯสามารถที่จะพัฒนาให้เป็นเมืองท่องเที่ยวในลักษณะ กินไปเที่ยวไป ได้อย่างสบายๆเลยครับ
ลัคนาของดวงเมืองกรุงเทพฯ อยู่ภายใต้ฤกษ์มหัทธโน ซึ่งมีความหมายว่า เป็นผู้มีทรัพย์มาก หรือเป็นผู้มีเงินมาก ทำให้เมืองกรุงเทพฯเป็นเมืองแห่งการค้าขาย พาณิชยกรรม ธุรกรรมทางด้านการเงินจึงมารวมกันอยู่ที่นี่ กรุงเทพฯจึงเป็นเมืองหลวงที่มั่งคั่งเมืองหนึ่งของโลกครับ
หากมีท่านใดสังเกตเห็นตำแหน่งของลัคนา (ล) ในรูปภาพ จะเห็นว่า ลัคนาของดวงเืมืองกรุงเทพฯนั้น อยู่ในตำแหน่งที่มีแถบสีเขียวพาดผ่านอยู่ แถบสีเขียวที่เห็น คือ จุดโชคครับ (และบางท่านก็คงจะคาดหมายได้ว่า แถบสีแดงก็คือ จุดเคราะห์ด้วย) การวางดวงเมืองกรุงเทพฯให้ลัคนาอยู่ที่จุดโชคนั้นมีความสำคัญมากครับ เพราะเป็นความรอบรู้ยิ่งของบรมครูโหราศาสตร์ไทยในสมัยนั้น ที่สามารถคำนวณหาจุดโชคได้ และวางดวงเมืองเอาไว้เช่นนั้น เพราะการดวงเมืองกรุงเทพฯมีลัคนาอยู่ที่จุดโชคนั้น ทำให้กรุงเทพฯได้รับการคุ้มครองให้รอดพ้นจากภัย และอันตรายทั้งหลายทั้งปวงไปได้ แม้หากเกิดเภทภัยใดๆ ก็ไม่ถึงกับต้องเสียเมือง หรือต้องทิ้งเมืองหลวงไปอีก อีกทั้งยังทำให้เมืองกรุงเทพฯมีภาพลักษณ์ที่ดี หากใครคิดเมืองกรุงเทพฯ ก็ย่อมคิดถึงเมืองหลวงที่น่าสนใจ ซึ่งตรงนี้บรรพบุรุษของเราก็พยายามวางรากฐานเอาไว้ให้เราไม่น้อยแล้วครับ หากเราสามารถรักษาและธำรงค์ความเป็นกรุงเทพฯแต่โบราณกาลเอาไว้ได้ล่ะก็ ประเทศไทยก็จะพัฒนาไปได้อย่างยั่งยืนไม่น้อยเลยครับ
นอกจากนี้ สิ่งที่จะไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือ ราศีเมษนั้นมีดาวอังคารเป็นดาวประจำราศี (บางท่านเรียกดาวเจ้าเรือน) ทำให้เมืองกรุงเทพฯจึงมีบุคลิกลักษณะเป็นเมืองแห่งการแข่งขัน การต่อสู้ช่วงชิง การที่โบราณจารย์ผูกดวงเมืองเอาไว้ที่ราศีเมษ ก็เพื่อให้เมืองกรุงเทพฯเป็นเมืองแห่งทหาร เพราะในสมัยนั้น การศึกยังคงมีอยู่ และพระมหากษัตริย์ทรงดำรงตำแหน่งเป็นจอมทัพไทย จึงต้องให้เมืองกรุงเทพฯเป็นเมืองของทหาร เพื่อความมั่นคงยั่งยืนและถาวร แต่ในปัจจุบันนี้ เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ศึกที่เข้ามาประชิดมิใช่เพียงศึกที่อาศัยกำลังทหารเท่านั้น หากแต่ยังเป็นศึกทางเศรษฐกิจด้วย ทำให้ลักษณะของเมืองกรุงเทพฯจึงเป็นศูนย์กลางทางการค้าและพาณิชยกรรมอีกด้วย
สำหรับตำราโหราศาสตร์ไทยประยุกต์ ได้จัดให้ดาวพลูโตเป็นดาวประจำราศีเมษ ซึ่งมีความหมายถึงพลังอำนาจที่เหนือกว่าดาวดวงอื่นๆทั้งปวง โดยมีความหมายที่ชัดเจนที่สุดคือ วัฒนธรรมและจารีตประเพณี กรุงเทพฯจึงเป็นเมืองที่มีขนบธรรมเนียมประเพณีที่มีเอกลักษณ์ของตนเอง และมีชื่อเสียงขจรขจายไปทั่วโลก ซึ่งสามารถพบเห็นได้โดยทั่วไป เช่น วัดวาอารามต่างๆ เป็นต้น คนไทยก็รู้ และใช้ความสำคัญในลักษณะนี้มา้ทำการท่องเที่ยวในแง่ของวัฒนธรรมประเพณี ซึ่งให้ผลดีมาโดยตลอด และเพราะอิทธิพลของดาวพลูโตนี้เอง ทำให้วัฒนธรรมประเพณีของเรา ได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเฉพาะเรื่องของอาหาร ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของราศีเมษด้วย เราจึงมีการพัฒนาอาหารการกินกันไม่น้อยเลยครับ และเป็นเอกลักษณ์จนกระทั่งได้รับการยอมรับกันไปทั่วโลกครับ แต่ข้อเสียอันเกิดจากอิทธิพลของดาวพลูโตก็มีนะครับ กรุงเทพฯเคยต้องพบกับวิกฤติการณ์มาหลายครั้งเช่นกัน เช่น โรคระบาด หรือภัยจากทางตะวันตก เป็นต้น แต่เพราะการวางลัคนาเอาไว้ที่จุดโชค ทำให้เรารอดพ้นมาได้ด้วยดีเสมอ
มีเรื่องที่ต้องคุยกันอีกเยอะครับ วันนี้ขอคุยกันแค่นี้ก่อนครับ เดี๋ยวกาแฟจะเย็นชืดเสียหมด อ้อ... ลืมบอกไป ลุงพุฒจะพยายามหาเรื่องมาเล่าให้ได้สัปดาห์ละ 2 วัน คือ วันจันทร์และวันพฤหัสบดีนะครับ สำหรับครั้งหน้า วันพฤหัสบดีที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2548 ลุงพุฒอาจจะคั่นด้วยเรื่องของ ดาวบนท้องฟ้าของวันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2548 เวลา 18:00 น. ณ. กรุงเทพมหานคร ครับ
ลุงพุฒ
6 ธันวาคม พ.ศ.2548
|