|
ดวงเมือง ตอนที่ 3 ดาวบนท้องฟ้ากรุงเทพฯ ศุกร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ.2548
สวัสดีครับ
หลายท่านคงรู้สึกได้ว่า สถานการณ์ของบ้านเมืองของเราดูแล้วไม่ค่อยจะปกตินัก ลมฟ้าอากาศก็ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นไปตามฤดูกาล สภาพเศรษฐกิจก็ดูไม่น่าไว้ใจ และสถานการณ์การเมืองก็ดูคุกรุ่นอย่างไรชอบกล วันนี้เรามาดูดวงดาวบนท้องฟ้ากันบ้างครับ
ลุงพุฒเลือกดวงดาวบนท้องฟ้าของกรุงเทพมหานคร ในวันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2548 เวลา 18.00 น. มาคุยกันนะครับ จากรูปข้างบน (หากดูแล้วไม่ชัดก็คลิ้กที่รูปเพื่อดูภาพขนาดใหญ่นะครับ) จะเห็นว่า ลัคนา (ล) อยู่ในตำแหน่งจุดเคราะห์ ซึ่งลุงพุฒได้สังเกตเห็นว่าในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ลัคนา (ล) อยู่ในจุดเคราะห์เกือบตลอดเวลาเลยครับ มีเพียงบางวันเท่านั้นที่ ลัคนา (ล) จะอยู่ในจุดที่ผ่อนปรน (คือเป็นแถบสีเหลือง) ครับ ซึ่งก็สอดคล้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยทั่วไป เช่น ลมฟ้าอากาศวิปริตแปรปรวน เกิดภัยธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหว น้ำท่วมเป็นต้น และในวันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2548 ลัคนา (ล) ก็ยังอยู่ในจุดดังกล่าวเสียด้วยครับ
นอกจากนี้ หากเรามองไปที่ดาวเสาร์ (7) ดาวบาปพระเคราะห์ที่สำคัญที่สุดดาวหนึ่ง ก็จะเห็นว่าดาวเสาร์มีดาวบาปพระเคราะห์อื่นทำมุมจตุโกณด้วย ได้แก่ ดาวอังคาร (3) และดาวเกตุ (9) ด้วย ลำพังดาวเสาร์ (7) ทำมุมจตุโกณกับดาวอังคาร (3) ก็มักเกิดความตึงเครียดอยู่แล้ว เพราะทำให้เกิดเภทภัยได้หลายอย่าง ทั้งภัยธรรมชาติ และโรคภัยที่ให้ผลรุนแรง แต่เมื่อมีดาวเกตุ (9) เข้าร่วมเร่งปฏิกริยาด้วย อ่านเป็นอื่นไม่ได้เลยนอกเสียจากจะต้องบอกว่า เกิดภัยพิบัติแน่นอน อีกทั้งยังมีดาวเนปจูน (น) กุมดาวเกตุ (9) อีกด้วย ก็ชี้ชัดว่าจะต้องเป็นภัยทางน้ำ ซึ่งไม่น่าแปลกใจที่ภัยพิบัติธรรมชาติเกิดขึ้นบ่อย และใช่ว่าจะมีแต่ภัยพิับัติธรรมชาติเท่านั้นที่จะเกิดขึ้น แต่ภัยพิบัติที่เกิดจากน้ำมือของมนุษย์เองก็เกิดขึ้นด้วย เพราะดาวเนปจูน (น) นั้นส่อให้เห็นถึงการทำงานทางลับ การลอบทำร้าย การปล่อยข่าวลือโฆษณาชวนเชื่อ
เมื่อเหลือบสายตามองมายังดาวพฤหัสบดี (5) แล้ว ก็จะพบว่า ดาวบาปพระเคราะห์ทั้ง 4 ทำมุมจตุโกณมายังดาวพฤหัสบดี (5) ทั้งหมด ซึ่งมีความหมายที่อ่านอย่างง่ายๆได้ว่า เกิดความเดือดร้อน ข้าวยากหมากแพง ถ้าใช้ภาษาที่สละสลวยหน่อยก็ต้องบอกว่า เศรษฐกิจกำลังมีปัญหา ซึ่งจะทำให้เกิดการเคลื่อนไหว หรือขยับตัวให้พ้นปัญหา เป็นเหตุให้มีความพยายามดำเนินการอย่างไม่ถูกต้องตามศีลธรรมและกฎหมาย
แต่สิ่งที่ลุงพุฒกล่าวถึงตรงนี้ เป็นเรื่องที่กำลังเิกิดขึ้นไปทั่วโลก มิได้จำกัดเฉพาะว่าจะเป็นในประเทศไทย หากเราจะถามว่า แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย ก็ต้องเอาดาวบนท้องฟ้ามาดูสัมพันธ์กับดวงประเทศไทย หรือดวงกรุงเทพมหานคร
จากที่ลุงพุฒได้กล่าวถึงดาวเสาร์ (7) ตั้งแต่ย่อหน้าแรก เพราะลุงพุฒเห็นดาวเสาร์ (7) นั้นเดินถอยหลังไปทับดาวจันทร์ (2) ในดวงเมือง ซึ่งดาวจันทร์ในดวงเมืองนั้นหมายถึง "ประชาชน" อ่านได้ง่ายๆว่า "ประชาชนเดือดร้อน" ประชาชนคนไทยต้องพบกับภัยพิับัติ ยังมีเรื่องของการเจ็บป่วย การสูญเสีย การพลัดพราก ความทุกข์ รวมทั้งภัยพิบัติทางน้ำ โรคติดต่อ การหลอกลวง การโฆษณาชวนเชื่อ การดำเนินการใต้ดิน
หากมีท่านใดถามถึงการชุมนุมที่สวนลุมพินี ในวันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ.2548 ที่จะถึงนี้ ว่ามีความปลอดภัยเพียงใด ลุงพุฒก็บอกได้คำเดียวว่า "น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง" เพราะดูจากดวงดาวบนท้องฟ้าแล้วเห็นว่า ในช่วงเวลาดังกล่าว เป็นช่วงเวลาที่มีความตึงเครียดสูงมาก หากมีการดำเนินการที่ผิดไปจากแผนงานเพียงนิดเดียว อาจทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนขึ้นมาได้ โดยเฉพาะการแทรกซึมเข้าไปอยู่ในฝูงชน เพื่อสร้างสถานการณ์ หรือสร้างความชุลมุน โอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์จลาจลก็มีอยู่สูงครับ
ดาวอาทิตย์ในวันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ.2548 อยู่ในเรือนมรณะของลัคนา มีความหมายว่า จะควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ และจะมีความเสียหายขึ้น และดาวอังคารในวันดังกล่าว ก็เดินถอยหลังไปทับดาวอาทิตย์ของดวงเมือง และอยู่หลังลัคนาของดวงเมืองด้วย บ่งบอกให้เห็นว่า การกระทำรุนแรงอาจเกิดขึ้นได้โดยไม่สามารถควบคุมได้
นอกจากนี้ ในดวงของนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร (ขออภัยที่ลุงพุฒไม่สามารถนำดวงของท่านมาให้ดูได้ เพราะเป็นเรื่องส่วนตัวของท่าน) ลุงพุฒยังพบว่า ดาวเสาร์ (7) ของวันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2548 ที่เดินถอยหลังไปนั้น เดินไปทับดาวอาทิตย์ (1), ดาวจันทร์ (2), ดาวพุธ (4)ของท่านอีกด้วย ซึ่งลุงพุฒเห็นว่า ท่านนายกรัฐมนตรีกำลังหนักอกหนักใจกับสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นด้วย แต่ดาวพฤหัสบดี (5) ในช่วงนี้ ได้เดินออกนำหน้าดวงของท่านนายกรัฐมนตรีไปแล้ว ทำให้เชื่อได้ว่าหากมีเหตุวิกฤติขึ้น ท่านนายกรัฐมนตรีจะสามารถหาทางแก้ไขปัญหาให้กับตัวท่านได้
ลุงพุฒเชื่อว่า ทางคุณสนธิและคณะทำงาน คงไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงอะไร เพราะชูธงการรวมตัวกันอย่างสันติ มาตลอด และพยายามเลือกชัยภูมิที่ดีที่จะทำให้ผู้ที่ต้องการสร้างสถานการณ์ สร้างสถานการณ์ได้ยากขึ้น เช่น การเลือกสวนลุมพินีที่มีรั้วรอบขอบชิด มีทางเข้าออกที่จำกัด ทำให้สามารถตรวจสอบและรักษาความปลอดภัยได้โดยง่าย และการที่อยู่ใกล้พระบรมรูปรัชกาลที่ 6 ก็น่าจะทำให้ฝ่ายก่อการต้องคิดให้หนัก หากคิดที่จะดำเนินการด้วยความรุนแรงตามรูปแบบ เพราะเป็นเหมือนการกระทำต่อหน้าต่อตาองค์บูรพมหากษัตริย์ อีกทั้งยังมีการใช้เครื่องมือสื่อสารที่ทันสมัย หากมีสถานการณ์ใดๆเกิดขึ้นก็น่าจะส่งสัญญาณออกไปทั่วโลกได้ทันที ทำให้ฝ่ายที่ต้องการกระทำรุนแรงต้องคิดให้หนัก และรถไฟฟ้ายังวิ่งผ่านทุกๆ 3 นาที ย่อมมีประชาชนที่สัญจรไปมาเห็นสถานการณ์ได้โดยง่าย ฝ่ายที่ต้องการกระทำรุนแรงต้องคิดให้หนักยิ่งขึ้นไปอีกด้วย ก็น่าเชื่อได้ว่าน่าจะมีความปลอดภัยอยู่พอสมควร และการอยู่ใกล้โรงพยาบาลจุฬาฯ ก็จะทำให้การรักษาพยาบาลกระทำได้ทันท่วงที หากมีเหตุร้าย จนน่าเชื่อว่ามีความปลอดภัยและความพร้อมในระดับหนึ่ง แต่จากลักษณะของดวงดาวบนท้องฟ้า ทำให้ลุงพุฒไม่แน่ใจว่า สถานการณ์จะปลอดภัยเพียงพอหรือไม่
หากท่านใดจะไปร่วมชุมนุมก็ขอให้ใช้ช่วยกันคอยดูพิรุธคนรอบๆข้างของตน หากมีใครที่มีบุคลิกดูตื่นตัวเกินไป หลุกหลิก หรือสายตาคอยสอดส่ายผิดปกติ หรือแม้แต่การแต่งตัวที่ดูแปลกๆ ก็ขอให้หาทางแจ้งกับคณะทำงานหรือเจ้าหน้าที่เขาด้วย เพื่อจะได้ช่วยสะกัดกั้นไม่ให้มีการสร้างสถานการณ์ หรือเกิดการชุลมุนจนกลายเป็นจลาจลไป และขอให้ทางคณะทำงานของคุณสนธิ ช่วยหาวิธีการ หรือจัดเจ้าหน้าที่ประจำจุดต่างๆไว้ด้วย เพื่อความปลอดภัย
สุดท้าย ลุงพุฒก็หวังให้ทุกฝ่าย นำพระราชดำรัสในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2548 มาเป็นหลักประจำใจ ไม่คิดที่จะเอาชนะคะคานกันโดยไม่สนใจต่อความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับประเทศชาติ และขอให้ทุกท่านมีสติ กระทำการต่างๆด้วยความรอบคอบ มีความอดกลั้น อดทน ต่อการยั่วยุจากฝ่ายต่างๆ ด้วยเห็นประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ
ลุงพุฒ
8 ธันวาคม พ.ศ.2548
|