|
ดวงเมือง ตอนที่ 8 ดาวอังคาร
สวัสดีปีใหม่ครับ
ลุงพุฒสวัสดีปีใหม่ช้ากว่าคนอื่นไปสักหน่อยคงไม่ว่ากันนะครับ ที่จริงจะกล่าวสวัสดีปีใหม่ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วก็คงจะได้ แต่ก็ติดตรงที่รู้สึกว่าปีใหม่ยังมาไม่ถึงแล้วจะไปสวัสดีปีใหม่ได้อย่างไร ถ้าหากจะสวัสดี ก็ยังเป็นสวัสดีปีเก่าอยู่ ก็เป็นความรู้สึกแปลกๆเล็กๆน้อยที่คนสมัยนี้เขาไม่ค่อยคิดหรือรู้สึกกันแล้ว อย่าถือสาลุงพุฒเลยนะครับ
ตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม ปีที่แล้ว จนถึงวันที่ 3 มกราคม ปีนี้ ลุงพุฒพยายามติดตามข้อมูลเกี่ยวกับอุบัติเหตุ เพื่อติดตามดูว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นในวันใดเป็นจำนวนเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้ข้อมูลที่แยกออกมาตามวัน เท่าที่ตามได้ มีข้อมูลของวันที่ 30 และ วันที่ 31 ธันวาคม เท่านั้น ที่ทราบว่า จำนวนอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในวันที่ 31 นั้นมีมากกว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในวันที่ 30 โดยที่ลุงพุฒเชื่อว่า มีคนเดินทางในวันที่ 30 มากกว่าวันที่ 31 เพราะรถบนมอเตอร์เวย์ในวันที่ 30 ติดมากในขณะที่วันที่ 31 รถยนต์ยังทำความเร็วได้ (บ้านลุงพุฒอยู่ใกล้ๆกับมอเตอร์เวย์เวลาออกจากบ้านจะมองเห็นมอเตอร์เวย์เลย) และอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในวันที่ 31 จะเป็นอุบัติเหตุที่รุนแรงกว่า และมีเหตุการณ์รถพลิกคว่ำแบบเทกระจาดด้วย ที่เวลาประมาณ 10:30 น. ซึ่งใกล้เคียงกับเวลาจันทร์ดับที่ได้หาเอาไว้แต่แรก ว่าเป็นเวลา 10:14 น. แต่ที่ลุงพุฒงงมากๆก็ตรงที่ทีวีหลายๆช่องรายงานไม่ตรงกัน ว่าในเหตุการณ์นั้นมีผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตเท่าไหร่ แต่ละช่องรายงานไม่ตรงกัน และหลังจากนั้นลุงพุฒก็ไม่สามารถติดตามจำนวนอุบัติเหตุในแต่ละวันได้อีก ทราบแต่ยอดรวมซึ่งก็ไม่ทราบว่าเป็นยอดรวม ณ.เวลาใด เพราะชักเริ่มไม่แน่ใจในเรื่องของการเก็บข้อมูล แต่เห็นรายงานที่ออกมาสุดท้ายแล้วก็รู้สึกดีใจและรู้สึกขอบคุณนะครับ ที่หลายๆฝ่ายช่วยกันร่วมแรงแข็งขัน มีการวางแผนกันอย่างดี ทำให้สถิติอุบัติเหตุในปีนี้ลดลงจากปีที่แล้วอีกอย่างน่าพอใจ เอาล่ะในวันนี้เรามาว่ากันในเรื่องของดวงเมืองต่อนะครับ

วันนี้คงมาถึงดาวอังคาร (3) ในดวงเมือง ดาวอังคาร (3) ในดวงเมืองย่อมมีความหมายเป็นอื่นไปไม่ได้ นอกจากเรื่อง การทหาร ซึ่งโบราณาจารย์ได้วางดาวอังคาร (3) เอาไว้ในเรือนกดุมภะ เพราะเหตุว่าในยุคนั้นมีศึกติดพันพระนครอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ศัตรูที่ตามมารังควานมากที่สุดก็คือพม่า เพราะในยุคนั้นเป็นช่วงสมัยที่เรากำลังกอบกู้เอกราช ดังนั้นในสายตาพม่าย่อมเห็นว่าเรา(ซึ่งเคยเป็นเมืองขึ้นของเขา)กำลังแข็งเมืองหรือก่อกบฏ เขาย่อมพยายามหาทางปราบปรามเรา ดังนั้น การเอาดาวอังคาร (3) มาไว้ที่เรือนกดุมภะย่อมเป็นสิ่งที่เหมาะสมที่สุด เพราะเป็นการกำหนดเอาไว้ว่า กรุงเทพมหานคร จะเป็นนครที่มีชัยชนะเหนือศึกใดๆเสมอ และเมื่อวิเคราะห์ประกอบกับการวางลัคนาเอาไว้ที่จุดโชคแล้วด้วย สามารถอ่านได้ง่ายๆว่า กรุงเทพมหานครจะเป็นพระนครที่ไม่เคยพ่ายให้กับศึกใด บางท่านอาจโต้แย้งได้ว่า ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เราเคยยอมให้ญี่ปุ่นเดินผ่านประเทศไทยมิใช่หรือ ครับ เรื่องนี้ต้องยอมรับ แต่ก็อย่าลืมนะครับว่า การยอมให้ญี่ปุ่นในครั้งนั้น เรามิได้ยอมพ่ายแพ้ให้กับญี่ปุ่นนะครับ แต่เราใช้วิถีทางการทูตและการเป็นพันธมิตร ยินยอมให้ญี่ปุ่นใช้เป็นที่ตั้งฐานทัพและเดินผ่านในฐานะประเทศพันธมิตร แม้ว่าในทางพฤตินัยเราก็เกือบเหมือนเป็นเมืองขึ้นของญี่ปุ่นก็ตาม แต่ก็อย่าลืมว่า หลังจากนั้นเราก็เคยให้พันธมิตรคือสหรัฐอเมริกาใช้เป็นที่ตั้งฐานทัพเพื่อทำสงครามในเวียดนาม ลาว และเขมร เช่นกันครับ ดังนั้นจิงไม่อาจเหมารวมว่า กรุงเทพมหานครเคยพ่ายแพ้แก่ศึกใด แต่เป็นการดำเนินการทางวิถีทางการทูต เพื่อให้ประเทศรอดพ้นจากภัยพิบัติจากประเทศมหาอำนาจ
แต่การวางดาวอังคาร (3) เอาไว้เช่นนี้ ทำให้เกิดปัญหากับประเทศในยามสงบนะครับ เพราะเรือนกดุมภะมีความหมายถึง “ถุงเงิน” ด้วย เมื่อเราวางดาวอังคาร (3) เอาไว้ที่นี่ ก็เท่ากับเราทำให้ “ถุงเงิน” ของเราต้องพบกับภาวะระส่ำระสายไปด้วย ดังนั้นการหารายได้ของประเทศไทยจึงมีปัญหามาแต่ไหนแต่ไรแล้วล่ะครับ พูดง่ายๆก็คือ เรามักพบกับภาวะที่ต้องใช้จ่ายเกินตัว หากเป็นในอดีตก็ต้องทำไปเพื่อต่อสู้กับลัทธิล่าอาณานิคม ทำให้เราต้องพยายามทำตัวให้ทันสมัย (ขอไม่ใช้คำว่า “อารยะประเทศ” นะครับ เพราะลุงพุฒไม่เห็นว่าเขาจะเป็น “อารยะ” ได้อย่างไร หากว่าพวกเขายังออกไปล่าเมืองขึ้น ปล้นฆ่าแย่งชิงทรัพยกรและของมีค่าอย่างนั้น ที่เหนือกว่าเราก็เห็นจะมี “เทคโนโลยี” เท่านั้น มิใช่ความเป็น “อารยะ” แต่ประการใด) กับในสมัยปัจจุบันเราก็ต้องเจอกับภาวการณ์ใช้จ่ายเกินตัวจากลัทธิ “เสรีทางการค้า-เสรีทางการเงิน” จนทำให้เราเกิดวิกฤติกันไปอย่างน้อยๆก็ 2 รอบ ทั้งเรื่องของพลังงานและการเงิน
ดังนั้น พวกเราคนไทยจะต้องรู้จักการใช้ชีวิตกันอย่างพอเพียง ไม่ใช้ฟุ่มเฟือย รู้จักอดออม และรู้จักแบ่งปัน เดินตามรอยเบื้องพระยุคลบาท ในเศรษฐกิจพอเพียง จะทำให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืนครับ สำหรับคราวหน้า เรามาว่ากันต่อในเรื่องของดาวพุธครับ
สำหรับผู้ที่ต้องการให้ลุงพุฒดูดวงให้แบบเจอตัวกันจริงๆ (วัยรุ่นเขาใช้คำว่า “ตัวเป็นๆ” ใช่มั้ยครับ ได้ยินทีไรลุงพุฒนึกถึง “ปลาเป็นๆ” ทุกทีเลย) ลุงพุฒจะไปรอพบกับคุณที่ร้าน Banana Book ตรงซอยอารีย์ ติดกับสถานีรถไฟฟ้า BTS (ดูแผนที่ ที่นี่) ในวันอังคาร (3) , พฤหัสบดี ระหว่างเวลา 18:00 – 20:00 น. และวันเสาร์ เวลา 10:00 – 18:00 น. เริ่มตั้งแต่วันอังคารที่ 17 มกราคม พ.ศ.2549 เป็นต้นไป กรุณานัดหมายล่วงหน้ากับลุงพุฒก่อน ที่หมายเลขโทรศัพท์มือถือ 0-1431-2301 (รับโทรศัพท์เฉพาะตอนกลางวันนะครับ)
ลุงพุฒ
6 มกราคม พ.ศ.2549
|