|
ดวงเมือง ตอนที่ 9 ดาวพุธ
สวัสดี่ครับ
ในตอนที่ 9 ลุงพุฒมาเล่าเรื่อง "ดาวพุธ" ตามสัญญาที่ให้ไว้ (ลุงพุฒเสียชื่อไม่น้อยเลย ที่ตอนก่อนๆลุงพุฒพาเลี้ยวไปคุยเรื่องอื่นไป แต่ก็พยายามทำเต็มที่ล่ะครับ) ก็ให้พอดีว่าเป็นช่วงวันเด็กพอดีเลยครับ ไม่ได้ตั้งใจ และอดดีใจไม่ได้ว่าร่วมสมัยครับ เพราะดาวพุธในดวงเมืองคือการศึกษา ซึ่งย่อมเป็นเรื่องของเยาวชนหรือเด็กๆเป็นด้านหลัก (แต่ในสมัยนี้ การศึกษาไม่ได้จำกัดว่าเป็นเรื่องเฉพาะของเด็กๆอีกต่อไปแล้วก็ตาม)
ดาวพุธ (4) ในดวงเมืองกรุงเทพฯ อยู่ในเรือนวินาส ทำให้การศึกษาของประเทศไทยอยู่ในภาวะที่พัฒนาช้ากว่าการพัฒนาอย่างอื่นๆมาตลอด ซึ่งในสมัยนั้น การศึกษาของไทย ก็เป็นการศึกษาในลักษณะที่ปิดลับ ไม่มีโรงเรียน ไม่มีห้องสมุด การอ่านออกเขียนได้ก็น้อย มีแต่พระสงฆ์องค์เจ้าเท่าันั้นที่สามารถอ่านออกเขียนได้อย่างชำนาญ อีกทั้งยังชำนาญตัวอักษรที่ไม่ใช่ของไทยอีกด้วย คือ อักษรขอม เขียนได้เก่งมาก และยังเน้นการศึกษาในเรื่องของคาถาอาคม ไสยศาสตร์ ของขลัง ซึ่งวางดาวพุธเอาไว้ในเรือนวินาสก็เป็นการถูกต้องแล้ว สำหรับวิชาการทหาร ซึ่งลูกผู้ชายไทยในสมัยนั้นต้องศึกษาร่ำเรียนด้วย ก็ถูกจัดเอาไว้ให้มีการศึกษาโดยง่าย คือ วางดาวอังคาร (3) เอาไว้ที่เรือนกดุมภะตามที่ได้กล่าวถึงในตอนก่อนหน้านี้แล้ว

แต่เมื่อมาถึงวันนี้ การศึกษาถูกจัดให้เป็นการศึกษาอย่างเปิดเผย จึงขัดแย้งกับดวงเมือง ทำให้การพัฒนาการศึกษาของไทยมักไปผิดทาง ผิดทาง หรือการศึกษาทำให้เสื่อม ก็ตั้งแต่ที่มีการแยกโรงเรียนออกจากวัด ทั้งๆที่เมื่อก่อนหน้านี้นั้น วัดได้แบ่งพื้นที่บางส่วนไปทำโรงเรียน แต่ต่อมากลับแบ่งที่ดินวัดออกมาเป็นโรงเรียน และเอารั้วสูงๆมากั้น แยกโรงเรียนขาดออกจากวัด และรวมถึงการจัดหลักสูตรการเีรียนการศึกษา ที่แยกเอาการศึกษาออกจากเรื่องของศีลธรรม คุณธรรม หรือแม้แต่มีความพยายามห้ามไหว้พระ สวดมนต์ในโรงเรียน ซึ่งได้กลายเป็นประเด็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันรุนแรง สุดท้ายเราก็ได้บัณฑิตที่ขาดสำนึกในคุณธรรม นี่คือผลของดาวพุธที่อยู่ในเรือนวินาสนั่นเอง
และไม่น่าเชื่อนะครับว่า การศึกษาทางด้านภาษาต่างประเทศไทยก็ยังมีความเฟื่องฟูไม่แพ้ในยุคสมัยสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ เพียงแต่ไม่ใช่อักษรขอม แต่กลับเป็น International School แทน รวมทั้งการศึกษาในหลักสูตร Biligual ด้วย
ดาวพุธในเรือนวินาส ได้สร้างวัฒนธรรมอีกประการหนึ่งขึ้นมา คือ การพูดอ้อมค้อม การพูดอ้อมๆด้วยหวังว่า ผู้ฟังจะสามารถเข้าใจได้ตรงตามใจของผู้พูด จนพวกฝรั่งกล่าวขานกันว่า "siamese talk" ซึ่งหมายถึง การพูดไม่จริง เช่น เมื่อบอกว่า "ได้" อาจมีความหมายว่า "ได้" หรือ "อาจจะได้" หรือเมื่อพูดว่า "ขอดูก่อน" แปลว่า "ไม่สนใจ" หรือพูดว่า "อาจจะ" แปลว่า "ไม่ได้" เป็นต้น
แต่ในเรื่องร้ายๆของดาวพุธ ก็ยังมีเรื่องดีๆซ่อนเร้นเอาไว้ อย่างน้อยก็สองเรื่องคือ ในวิกฤติการณ์ของชาติ ครั้งสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศไทยได้ใช้ความสามารถทางการฑูต หรือการวางแผนใช้นโยบาย 2 ด้าน พลิกช่วยทำให้ประเทศไทยไม่ต้องตกเป็นประเทศผู้แพ้สงครามตามญี่ปุ่นไป ทำให้ประเทศไทยไม่ต้องจ่ายค่าปฏิกรณ์สงคราม และเรื่องดีๆอีกเรื่องหนึ่งก็คือ ดาวพุธในดวงเมืองของไทย มีเส้นสีเขียวส่งมาจากดาวพุธ ทำให้คนในประเทศ (ก็คือคนไทย) มักมีวาจาไพเราะ เสนาะหูคนฟัง เมื่อเทียบเคียงกับชาติอื่นๆที่อยู่แวดล้อมเรา จะพบว่าสำเนียงของเราฟังเย็นใจกว่ามาก หากไม่เชื่อลองถามฝรั่งที่ติดใจประเทศไทย และยอมละทิ้งบ้านเกิดมาประกอบอาชีพในประเทศไทยดูก็ได้ครับ
สำหรับผู้ที่ต้องการให้ลุงพุฒดูดวงให้แบบเจอตัวกันจริงๆ (วัยรุ่นเขาใช้คำว่า “ตัวเป็นๆ” ใช่มั้ยครับ ได้ยินทีไรลุงพุฒนึกถึง “ปลาเป็นๆ” ทุกทีเลย) ลุงพุฒจะไปรอพบกับคุณที่ร้าน Banana Book ตรงซอยอารีย์ ติดกับสถานีรถไฟฟ้า BTS (ดูแผนที่ ที่นี่) ในวันอังคาร, พฤหัสบดี ระหว่างเวลา 18:00 – 20:00 น. และวันเสาร์ เวลา 10:00 – 18:00 น. เริ่มตั้งแต่วันอังคารที่ 17 มกราคม พ.ศ.2549 เป็นต้นไป กรุณานัดหมายล่วงหน้ากับลุงพุฒก่อน ที่หมายเลขโทรศัพท์มือถือ 0-1431-2301 (รับโทรศัพท์เฉพาะตอนกลางวันนะครับ)
ลุงพุฒ
13 มกราคม พ.ศ.2549
|