|
ดวงเมือง ตอนที่ 10 ดาวพฤหัสบดี
สวัสดี่ครับ
เผลอแป๊บเดียว ลุงพุฒเขียนมาถึงบทที่ 10 แล้ว เป็นงานเขียนที่ลุงพุฒเพลิดเพลินจริงๆ แต่ไม่ทราบว่าท่านผู้อ่านจะเพลิดเพลินไปกับลุงพุฒด้วยหรือเปล่า หากท่านใดอยากจะให้ลุงพุฒเขียนเรื่องอะไร ก็ลองส่ง e-mail มาหาลุงพุฒที่ nakamole.talk@gmail.com นะครับ บอกแต่เนิ่นๆก็ดีครับ เพราะลุงพุฒจะได้มีเวลาค้นคว้าและเรียบเรียงให้อ่านกันแบบสบายๆนะครับ
ตอนที่ 10 เป็นตอนที่ลุงพุฒมีจิตใจจดจ่อมากที่สุดครับ เพราะดาวทุกดวงบนท้องฟ้า จะหาดาวภายนอกที่มีโทษน้อยที่สุด (ในเวลาที่เขาส่งผลให้โทษ) ก็มีแต่ดาวพฤหัสบดี (5) นี่ล่ะครับ และเมื่อมาดูดวงเมืองแล้วล่ะก็ ดาวพฤหัสบดีก็เป็นตัวการสำคัญที่จะกำหนดความเป็นความตายของบ้านเมืองทีเดียวครับ
ในอดีตดาวพฤหัสบดี (5) ไม่ได้มีความสำคัญมากไปกว่าดาวอาทิตย์ (1) ในดวงเมืองเลย แม้ว่าดาวพฤหัสบดี (5) จะหมายถึงความอุดมสมบูรณ์ของข้าวปลาอาหาร หรือความเจริญรุ่งเรืองของพระนครก็ตาม เพราะถึงอย่างไรพระมหากษัตริย์ยังคงมีอิทธิพลต่อประเทศชาติมากกว่าอยู่ดี ต่างจากปัจจุบันซึ่งลุงพุฒจะเล่าให้ฟังภายหลังครับ
ดาวพฤหัสบดี (5) ของดวงเมือง สถิตอยู่ในราศีธนู และอยู่ในจุดโชค ทำให้ประเทศไทยยังคงมีความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์มาตลอด มีความเจริญสืบเนื่องติดต่อกันมา โดยเฉพาะเมื่อยังมีการปกครองในระบอบกษัตริย์ เพราะดาวพฤหัสบดีของดวงเมือง ทำมุมตรีโกณกับดาวอาทิตย์ ทำให้กิจการในที่องค์พระมหากษัตริย์มีพระราชประสงค์ จะได้รับความร่วมมือจากนักปราชญ์ราชบัณฑิตเสมอมา แม้ในสมัยปัจจุบันนี้ก็ยังคงได้รับทราบกันอยู่เนืองๆ แต่ดาวพฤหสบดี (5) ดวงนี้ มีดาวเสาร์ (7) กุมอยู่ ซึ่งมีความหมายว่า ในหมู่นักปราชญ์ราชบัณฑิตเองก็ใช่ว่าจะมือสะอาดเสมอไป
การที่นักปราชญ์ราชบัณฑิตมือไม่สะอาดนั้น ในแง่มุมนับว่ามีผลดีเหมือนกันตรงที่ทำให้นักปราชญ์ราชบัณฑิตมีความรู้เท่าทันกลโกงของคนชั่วด้วย ทำให้สามารถถวายคำแนะนำต่อพระมหากษัตริย์ได้ถูกต้องและกว้างขวางขึ้นด้วย แต่เป็นความเหมาะสมกับยุคสมัยที่มีพระมหากษัตริย์มาปกครองและบริหารประเทศ
นอกจากนี้ อิทธิพลของดาวเสาร์ที่กุมดาวพฤหัสบดี ทำให้ประเทศไทยไม่ปลอดพ้นไปจากโรคร้ายทั้งหลายๆ ไม่ว่าในโลกนี้เขามีโรคร้ายอะไร ประเทศไทยก็ต้องมีกับเขาด้วย แต่ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น แต่การที่โบราณาจารย์ได้วางดาวพฤหัสบดีเอาไว้ที่จุดโชคด้วย จึงมีความหมายว่า เราสามารถป้องกันได้ และในที่สุดก็สามารถรักษาได้ด้วยอีกต่างหาก ซึ่งเราก็จะรับรู้ว่าแพทย์ในประเทศไทยมีความเก่งในการรับมือกับโรคที่แปลกใหม่ไม่ใช่น้อย หากใครจำกันได้ เมื่อมีการระบาดของโรคซาร์ส ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความสามารถในการรักษาให้หายได้ในเปอร์เซ็นต์ที่สูง และเมื่อมีการระบาดของโรคไข้หวัดนก เราก็เป็นประเทศที่มีการดำเนินการระงับการระบาดได้อย่างเข้มแข็ง และพร้อมกับแสดงถึงการมี “ปราชญ์ราชบัณฑิตชั่ว” ที่ปกปิดข้อมูล ปิดบังจนทำให้ประชาชนต้องเจ็บป่วยและล้มตายไปในตอนแรกๆ หรือแม้แต่เรื่องการระบาดของโรคเอดส์ ที่อัตราการแพร่เชื้อของไทยยังดูดีกว่าหลายๆประเทศอยู่มาก แต่อย่าถามเรื่องการคดโกงหรือทุจริตนะครับ เพราะดาวเสาร์กุมดาวพฤหัสบดีอย่างนี้ ลุงพุฒก็บอกแล้วว่า “ปราชญ์ราชบัณฑิตชั่ว”
หากท่านใดสังเกตการเจริญเติบโตของประเทศไทยให้ดีๆ จะเห็นว่า การเจริญเติบโตของประเทศไทยนั้น ได้สร้างปัญหาให้กลุ่มคนบางกลุ่มที่จะต้องเดือดร้อน แทนที่จะเจริญไปพร้อมๆกัน กลับถูกยื้อแย่งทรัพยากรไปจากตนโดยที่ไม่อาจปกป้องรักษาเอาไว้ได้ ซึ่งตรงนี้ก็สะท้อน “ปราชญ์ราชบัณฑิตชั่ว” เช่นเดียวกันครับ
เมื่อประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง มาเป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ก็ทำให้ดาวพฤหัสบดีมีความหมายที่โดดเด่นมากที่สุดในดวงเมืองไปในทันที เพราะดาวพฤหัสบดีมีความหมายถึง “รัฐบาล” อีกด้วย
เมื่อถอดความเอาคำว่า “ปราชญ์ราชบัณฑิต” ออกไป แล้วใส่คำว่า “รัฐบาล” เข้ามาแทน หลายๆท่านก็คงจะนึกออกแล้ว ว่าทำไมรัฐบาลไทยจึงหาคณะรัฐมนตรีที่มือขาวสะอาดไม่ได้สักที แม้รัฐบาลที่ดีที่สุดที่ลุงพุฒเคยเห็น คือ รัฐบาลที่มี พล.เอก เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ยังมี “ปราชญ์ราชบัณฑิตชั่ว” เข้ามาแทรกเป็นรัฐมนตรี เพียงแต่ว่าจะทำอะไรได้ไม่ถนัดนัก เพราะท่านเฝ้ามองดูอยู่อย่างไม่วางตา
ถ้ามีผู้ถามว่า “แล้วเราจะทำอย่างไรกันดี” ลุงพุฒขอบอกว่า “พลังประชาชน” นี่ล่ะ ที่จะควบคุมเจ้าพวก “ปราชญ์ราชบัณฑิตชั่ว” ไม่ให้ออกนอกลู่นอกทางได้ เพราะ “ปราชญ์ราชบัณฑิต” จะไม่อาจขืนพลังของประชาชนได้ นี่ลุงพุฒอ่านจากดวงเมืองนะครับ เป็นเช่นนี้จริงๆ
หากพลังประชาชนเข้มแข็ง ก็จะไม่มี “ปราชญ์ราชบัณฑิตชั่ว” ออกนอกแถวและไปโกงกินบ้านเมืองได้โดยง่ายเลย หากประชาชนร่วมมือกัน มีความสามัคคี มีจิตใจเสียสละและรักชาติแท้จริงแล้ว พวก “ปราชญ์ราชบัณฑิตชั่ว” ก็คงไม่กล้าจะทำอะไรผลีผลามที่จะโกงกิน แต่ถ้าหากประชาชนทั่วไปยังคงเห็นประโยชน์เล็กๆน้อยๆที่เขาให้ ก็จะเป็นการเปิดโอกาสให้เขาเข้าไปกอบโกยเอาทรัพยกรและผลประโยชน์ซึ่งเป็นของเราทุกคน ไปครอบครองหรือใช้เพื่อเสพสุขของตนเองฝ่ายเดียว
สำหรับเรื่องของดาวพฤหัสบดียังไม่จบนะครับ ตอนหน้าลุงพุฒจะวิเคราะห์เรื่องวิกฤติเศรษฐกิจ กับการลอยตัวค่าเงินบาท ว่าในตอนนั้นเกิดอะไรขึ้น และดวงเมืองบอกอะไรเราได้บ้าง สำหรับวันนี้ขอพอแค่นี้ก่อนครับ
สำหรับผู้ที่ต้องการให้ลุงพุฒดูดวงให้แบบเจอตัวกันจริงๆ (วัยรุ่นเขาใช้คำว่า “ตัวเป็นๆ” ใช่มั้ยครับ ได้ยินทีไรลุงพุฒนึกถึง “ปลาเป็นๆ” ทุกทีเลย) ลุงพุฒจะไปรอพบกับคุณที่ร้าน Banana Book ตรงซอยอารีย์ ติดกับสถานีรถไฟฟ้า BTS (ดูแผนที่ ที่นี่) ในวันอังคาร, พฤหัสบดี ระหว่างเวลา 18:00 – 20:00 น. และวันเสาร์ เวลา 10:00 – 18:00 น. เริ่มตั้งแต่วันอังคารที่ 17 มกราคม พ.ศ.2549 เป็นต้นไป กรุณานัดหมายล่วงหน้ากับลุงพุฒก่อน ที่หมายเลขโทรศัพท์มือถือ 0-1431-2301 (รับโทรศัพท์เฉพาะตอนกลางวันนะครับ)
สำหรับวันหยุดที่เคยประกาศไปว่า ลุงพุฒจะหยุดวันเสาร์ที่ 21 มกราคม ที่จะถึงนี้ ก็เป็นอันว่าลุงพุฒว่างแล้วครับ เพราะเด็กๆเขาไปวิ่งในวันอาทิตย์ครับ แต่ถึงอย่างไรลุงพุฒก็ขอแจ้งกำหนดวันหยุดในเดือนกุมภาพันธ์ เอาไ้ว้ด้วย ว่าลุงพุฒจะขอหยุดวันเสาร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ เพราะต้องเดินทางไปไหว้ครูที่เชียงใหม่ครับ
ลุงพุฒ
20 มกราคม พ.ศ.2549
|