|
ดวงเมือง ตอนที่ 11 ดาวพฤหัสบดี (ต่อ) เมื่อคบคิดกันปล้นชาติ
สวัสดีครับ
ลุงพุฒมีความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนวันปรับปรุงคอลัมน์มาเป็นเ้ช้าวันพฤหัสบดีแทน เพราะในคืนวันพฤหัสบดีลุงพุฒต้องกลับบ้านค่ำมาก จนอาจไม่มีแรงที่จะไปเขียนคอลัมน์และปรับปรุงบนเว็บได้ไหว ก็เลยขอขยับมา 1 วันนะครับ
ตอนที่ 11 ลุงพุฒใช้ชื่อออกจะดุเดือดหน่อย แต่ก็คงไม่แรงไปนัก หากเทียบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับบ้านเมือง นั่นคือ เหตุการณ์ปล่อยค่าเงินบาทให้ลอยตัว เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ.2540
ดาวบนท้องฟ้าของวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2540 ปรากฎเป็นดาวที่อยู่วงนอก ส่วนดาวบนท้องฟ้าที่เป็นดวงเมืองปรากฎเป็นดาวที่อยู่วงในนะครับ
จากรูป ลุงพุฒได้วงกลมดาวพฤหัสบดี (5) เอาไว้ 2 วง ดวงที่อยู่กับดาวเสาร์ (7) ก็คือ ดาวพฤหัสบดีของดวงเมือง และวงที่อยู่วงนอกด้านขวามือสุด ก็คือ ดาวพฤหัสบดีบนท้องฟ้าของวันที่ 2 นั่นเอง ส่วนอีกวงหนึ่งลุงพุฒวงไว้ที่ลัคนา (ล) ของดวงเมือง
ดาวพฤหัสบดี (5) ที่อยู่บนท้องฟ้า มีเส้นสีแดงมากระทบกับลัคนา (ล) ของดวงเมือง บ่งบอกว่าประเทศชาติไม่มีทางเลือกอื่นใดที่จะแก้ไขหรือกระทำได้อีกแล้วในการแก้ไขภาวะเศรษฐกิจ จำยอมต้องให้เกิดการพังครืน หรือต้องปล่อยให้เกิดความเสียหาย แต่ในขณะเดียวกันก็ยังอ่านได้อีกว่า รัฐบาลจำต้องยอมปล่อยให้เกิดการพังครืนของเศรษฐกิจโดยไม่อาจแก้ไขหรือเยียวยาประการใดได้
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนั้น ดูเหมือนว่าจะได้รับการชี้แจงจากทางรัฐบาลในทำนองนี้ แต่ไม่มีใครเปิดเผยว่า เหตุที่แท้จริงนั้นเกิดจากอะไรบ้าง และเราก็ยังไม่ทราบถึงรายละเอียดของเหตุการณ์อย่างมีการลำดับเชื่อมโยงที่ชัดเจนจนกระทั่งทุกวันนี้
ในตอนที่แล้ว เราได้พูดเรื่อง ดาวพฤหัสบดีในดวงเมือง เป็นราชบัณฑิตชั่ว และต่อมาเมื่อเกิดรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตย ดาวพฤหัสบดีก็มีความหมายเป็นรัฐบาลไปด้วย และยังคงความหมายหรือท่าทีไม่แตกต่างไปจากเดิม และในวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ.2540 ก็เป็นการยืนยันในคำพูดอีกครั้งหนึ่ง นั่นก็คือ ดาวพฤหัสบดี (5) บนท้องฟ้า ได้ทำมุมกับดาวพฤหัสบดี (5) ในดวงเมือง ในลักษณะที่บอกว่า "เป็นความจงใจ" มิใช่ "เหตุเพราะความจำเป็น" เพราะเส้นสีแดงที่มีจุดเริ่มต้นจากดาวพฤหัสบดี (5) ในดวงเดิม ลากไปหาดาวพฤหัสบดี (5) บนท้องฟ้า หมายความว่า รัฐบาลมีสิทธิ์เลือกที่จะกระทำอย่างอื่นได้ด้วย โดยไม่จำเป็นต้องลอยค่าเงินบาทแต่ประการใด แต่มีความจงใจที่จะทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นด้วยการร่วมมือของผู้มีอำนาจในรัฐบาลขณะนั้น (ซึ่งลุงพุฒไม่อาจกล่าวได้ว่าเป็นผู้ใดบ้าง) ที่สร้างสถานการณ์และเงื่อนไข ทำให้รัฐบาลเหลือทางเลือกเพียงทางเดียว คือ ลอยค่าเงินบาท (managed float) และเข้าโปรแกรม IMF ในทันที
ใครเป็นใครในเรื่องนี้บ้าง ลุงพุฒไม่ทราบ คงต้องช่วยกันศึกษาเอกสารจากประวัติศาสตร์ ว่าใครทำอะไร ใครได้ประโยชน์ ใครพูดคุยกับใครอย่างไร และใครทำให้ประเทศชาติต้องอ่อนแอลงอย่างบอบช้ำ จนแม้การบากหน้าไปขอความช่วยเหลือจากประเทศจีน ก็ยังมีการขัดขวางอย่างไม่น่าเชื่อ จนทำให้ลุงพุฒเชื่อว่า มีการจับมือกันทำอย่างเป็นกระบวนการ เพื่อให้เกิดการลอยตัวค่าเงินบาท และผลสุดท้ายประชาชนคนไทยก็ต้องรับกรรม เป็นความลำบากที่ต้องต่อสู้ดิ้นรน เอาชีวิตของตนและครอบครัวให้รอด และหลายๆคนต้องจบชีวิตตัวเองลงไปเพราะไม่อาจทนรับกับความเศร้าและความหดหู่ที่เกิดขึ้นในจิตใจ
ถ้าดูจากในรูปถัดมา ลุงพุฒได้วงเอาไว้ที่ดาวจันทร์ (2) ของดวงเมือง ซึ่งมีดาวมฤตยู (0) ของดาวบนท้องฟ้า ลากเส้นสีแดงมาถึง บ่งบอกว่าประชาชนจะต้องพินาศ ต้องพบกับความวิบัติและสูญเสีย ซึ่งตรงกับความเป็นจริงทีเ่กิดขึ้นในห้วงเวลานั้น
และจากรูปดวงนี้ ลุงพุฒได้วงไว้ที่ดาวอาทิตย์ (1) ในดวงเมือง และดาวพลูโต (พ) ของดาวบนท้องฟ้า เพื่อยืนยันให้รู้ว่า องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงห่วงใยอาณาประชาราษฎร์เป็นอย่างยิ่ง และอย่าแปลกใจว่า พระราชดำรัสในระยะหลังๆจะทรงกล่าวถึงเศรษฐกิจพอเพียงบ่อยครั้งมากยิ่งขึ้น เพราะเป็นวิธีเดียวที่ประชาชนคนไทยจะเข้มแข็งขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งนักการเมือง และรัฐบาล ที่หาความจริงใจได้ยากเต็มที
ในคราวหน้า ลุงพุฒจะพูดถึงอีกวงรอบหนึ่งของวิกฤติเศษฐกิจที่จะวนกลับมาหาเราอีก และเราควรจะเตรียมรับมือมันอย่างไร
สำหรับผู้ที่ต้องการให้ลุงพุฒดูดวงให้แบบเจอตัวกันจริงๆ (วัยรุ่นเขาใช้คำว่า “ตัวเป็นๆ” ใช่มั้ยครับ ได้ยินทีไรลุงพุฒนึกถึง “ปลาเป็นๆ” ทุกทีเลย) ลุงพุฒจะไปรอพบกับคุณที่ร้าน Banana Book ตรงซอยอารีย์ ติดกับสถานีรถไฟฟ้า BTS (ดูแผนที่ ที่นี่) ในวันอังคาร, พฤหัสบดี ระหว่างเวลา 18:00 – 20:00 น. และวันเสาร์ เวลา 10:00 – 18:00 น. เริ่มตั้งแต่วันอังคารที่ 17 มกราคม พ.ศ.2549 เป็นต้นไป กรุณานัดหมายล่วงหน้ากับลุงพุฒก่อน ที่หมายเลขโทรศัพท์มือถือ 0-1431-2301 (รับโทรศัพท์เฉพาะตอนกลางวันนะครับ)
ลุงพุฒจะขอหยุดวันเสาร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ เพราะต้องเดินทางไปไหว้ครูที่เชียงใหม่ครับ
ลุงพุฒ
26 มกราคม พ.ศ.2549
|