|
ดวงเมือง ตอนที่ 12 ดาวบนท้องฟ้า วันเสาร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2549
สวัสดีครับ
ได้มาพบกันอีกครั้งแล้ว แต่ละสัปดาห์ที่ผ่านไป ลุงพุฒรู้สึกว่าช่างว่องไวเหลือเกิน ทำให้นึกถึงคำพูดของผู้เฒ่าผู้แก่ที่บอกว่า เมื่อแก่แล้ว วันคืนจะผ่านไปเร็ว นึกแล้วทำให้อดคิดถึงธรรมะของพระพุทธเจ้าไม่ได้ที่ทรงกล่าวเอาไว้ว่า เวลาคือยักษ์ที่จะกลืนกินสรรพสิ่ง
ตอนที่ 12 ลุงพุฒต้องเถลไถลไปนอกเรื่องของดวงเมืองอีกแล้ว แต่เป็นการออกนอกเรื่องอย่างร่วมสมัย และไม่ไกลดวงเมืองเท่าไหร่นัก บางท่านคงจะเดาได้ว่าลุงพุฒจะกล่าวถึงเรื่องอะไร (ชื่อของตอนนี้ก็บอกอยู่ทนโท่แล้วเหมือนกัน) ใช่แล้วครับ มีหลายท่านได้สอบถามมาว่า ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2549 จะเกิดอะไรขึ้น
ดาวบนท้องฟ้าของวันเสาร์ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549 เวลา 7:00 น. กรุงเทพฯ ปรากฎดังรูปข้างบนนี้ครับ (คลิ้กที่ภาพเพื่อดูภาพขนาดใหญ่ได้ครับ) ท่านคงจะสังเกตเห็นดาวอังคาร (3) เป็นสีแดง และลุงพุฒได้วงกลมสีแดงล้อมรอบเอาไว้ด้วย
ดาวอังคาร (3) เป็นสัญลักษณ์ของสงคราม เทพเจ้าแห่งดาวอังคารคือเทพเจ้าแห่งสงคราม ในปัจจุบันมีความหมายถึงความขัดแย้ง การต่อสู้ การทะเลาะวิวาท และเมื่อดาวอังคารเป็นสีแดงซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนความรุนแรงขั้นแตกหัก ทำให้อ่านได้ว่า จะเกิดความรุนแรงถึงขึ้นแตกหัก หากสังเกตให้ดีจะเห็นว่า ดาวอังคาร (3) มีเส้นสีแดงมาถึงจากหลายๆที่เลยทีเดียว
ดาวแรกที่ส่งผลไปถึงดาวอังคาร (3) ด้วยเส้นสีแดงก็คือ ดาวราหู (8) ซึ่งเป็นดาวที่มีความหมายถึง มวลชนหมู่ใหญ่ และการหลอกลวง การคดโกง และหมายถึงการเมืองด้วย หากอ่านจะเฉพาะตรงนี้บ่งบอกว่า จะมีการแตกหักกันทางการเมือง และจะเกิดความขัดแย้งในมวลชนหมู่ใหญ่ถึงขั้นแตกหักด้วย
ดาวถัดมาเกาะกลุ่มเป็นกลุ่มใหญ่ คือ ดาวอาทิตย์ (1) ดาวพุธ (4) และดาวเนปจูน (น) ทำมุมสีแดงไปยังดาวอังคาร ลำพังดาวอาทิตย์ (1) ทำมุมสีแดงไปยังดาวอังคาร ก็ต้องอ่านได้แล้วว่า เกิดการทะเลาะเบาะแว้ง หรือต่อสู้กันถึงเจ็บตัวได้ นอกจากนี้ยังมีดาวพุธ (4) อีกด้วย จึงอ่านได้เพิ่มเติมว่า นอกจากจะต้องมีการต่อสู้หรือวิวาทกันแล้ว ยังมีการปะทะคารม หรือปลุกเร้าด้วยคำพูดให้เกิดความรุนแรงอีกด้วย ส่วนดาวเนปจูน (น) ที่อยู่ร่วมด้วย มีความหมายว่าจะมีการปฎิบัติการใต้ดินเข้าร่วมด้วย และยังมีเรื่องของการบิดเบือนข่าวหรือสถานการณ์ เพื่อให้ได้ประโยชน์ของตน
เฉพาะดวงดาวที่อ่านมาเท่านี้ ก็ทำให้เกิดความหนักใจว่า การไปชุมนุมหนนี้ จะมีการเตรียมการให้เกิดการปะทะแน่ๆ แต่ใช่ว่าจะไม่มีทางป้องกันหรือแก้ไขเสียทีเดียว วิธีการป้องกันที่ดีที่สุดก็คือ ต้องให้ความรู้ความเข้าใจกับผู้ที่ไปชุมนุม ว่าจะต้องเตรียมตัวอย่างไร และรวมถึงการสื่อสารกันอย่างไรจึงจะได้ใจความชัดเจน เ่ช่น การให้สัญญาณธงสีต่างๆมีความหมายว่าอย่างไร เป็นต้น ในกรณีเช่นนี้อย่างเชื่อถือการสื่อสารด้วยโทรศัพท์มือถือเลย เพราะการไปชุมนุมกันมากๆย่อมมีผลทำให้ช่องสื่อสารของระบบโทรศัพท์มือถือไม่พอเพียงแน่นอน ลุงพุฒเชื่อว่าคนที่เคยอ่านตำราพิชัยสงครามของซุนวูจะต้องไม่ลืมเรื่องที่ซุนวูเขียนเอาไว้ในบทแรกๆ ในเรื่องของการใช้สัญญาณต่างๆ เช่น ธง หรือ เสียงกลอง ที่ต้องมีความชัดเจน และเข้าใจกันชัดเจน เพื่อให้สามารถควบคุมการเดินทัพ การรุก การถอย ได้โดยไม่เสียกระบวน
นอกจากนี้ยังมีดาวผสมโรงเข้าไปอีกด้วย ดาวหนึ่งก็คือดาวเกตุ (9) ซึ่งเป็นดาวที่มักทำให้เหตุการณ์ต่างๆเกิดการปะทุขึ้นมาเหมือนกับหนองฝีแตก และยังมีดาวพลูโต (พ) เข้าร่วมด้วย ซึ่งมีความหมายว่าเกิดภัยพิบัติ หรือเกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวง
เมื่อวิเคราะห์ดาวจรบนท้องฟ้าซึ่งก็คือ บรรยากาศที่เกิดขึ้นในวันนั้น เราก็ต้องมาดูต่อว่า บรรยากาศหรือเหตุการณ์ดังกล่าว มีผลกระทบต่อดวงเมืองอย่างไรบ้าง จากรูปข้างบนก็พอมองเห็นว่า มีดาวราหู (8) ยังคงกุมดาวพุธ (4) ในดวงเมือง อ่านได้ว่าจะเกิดการบิดเบือนความจริงกันขนานใหญ่ และจะเกิดความเชื่อผิดๆเกิดขึ้นด้วย หรืออ่านง่ายๆว่า มีการเล่นละครตบตาหรือจัดฉากกันอย่างมโหฬาร
ในรูปนี้จะเห็นว่า ดาวอาทิตย์ (1) ดาวพุธ (4) และดาวเนปจูน (น) ได้ส่งแรงกดดันมายังลัคนา (ล) ของดวงเมือง ด้วยเส้นสีแดง หมายความว่า ความขัดแย้งจะเิกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งดาวอาทิตย์เป็นดาวที่สำคัญมากตรงที่ จะเป็นดาวที่เชื่อมโยงบรรยากาศหรือเหตุการณ์ เข้ามากระทบ และทำให้ต้องเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่ออ่านเท่านี้ก็ต้องบอกว่า อาจไม่ได้ชุมนุมกันอย่างสงบ แต่จะมีการกดดันกันปะทะกันแน่ๆ และเนื่องจากมีดาวเนปจูนร่วมด้วย ขอให้ระวังการแทรกซึมหรือการกระทำตัวเป็น spy ปะปนเข้าไปในฝูงชนด้วย
รูปนี้แสดงให้เห็นถึงดาวเสาร์ (7) บนท้องฟ้ากุมดาวจันทร์ (2) ของดวงเมืองด้วย หมายถึงจะเกิดเรื่องให้ประชาชนต้องเดือดร้อน หรือต้องเจ็บป่วย ต้องพลัดพราก หรือตาย ซึ่งในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ประเทศไทยต้องพบกับภัยพิบัติที่ทำให้ประชาชนต้องเดือดร้อน หรือต้องโยกย้ายที่อยู่ พลัดพรากไปจากที่อยู่เดิมกันไปเยอะแล้ว แต่ดาวเสาร์ (7) ก็ยังคงอยู่ และยังส่งอิทธิพลอยู่ด้วย ทำให้ลุงพุฒเืชื่อว่า น่าจะมีการกระทำบางอย่างที่ไม่ค่อยจะดีนักรวมอยู่ด้วย

จากรูปล่าสุด จะเห็นดาวพฤหัสบดี (5) เล็งลัคนา มีความหมายว่า ความขัดแย้งนั้นต้องรุนแรงไม่น้อยเลย ดังนั้นจึงต้องขอให้ผู้ที่จัดเตรียมงาน ต้องเตรียมทุกอย่างให้พร้อมมากๆ ต้องมีหน่วยรักษาความปลอดภัยดูแลให้เต็มที่ รวมทั้งเข้าไปปะปนกับฝูงชนด้วย เพราะต้องคอยรับมือกับการแทรกซึมจากฝ่ายที่ไม่หวังดี หวังสร้างสถานการณ์ และต้องคอยช่วยควบคุมฝูงชนด้วย อีกทั้งต้องไม่ลืมเรื่องการสื่อสารที่ไม่อาจหวังพึ่งโทรศัพท์มือถือได้ และต้องตระเตรียมการสื่อสารทั้งที่มีความก้าวหน้าสมัยใหม่ และของพื้นๆที่อาจต้องนำมาใช้เมื่ออุปกรณ์สมัยใหม่ไม่สามารถใช้งานได้ด้วยประการใดๆก็ตาม หากควบคุมการสื่อสารในมวลชนหมู่ใหญ่ได้แล้ว เรื่องอื่นๆก็ไม่น่าจะหนักใจนัก
ทั้งหมดนี้ลุงพุฒขอเพียงอย่างเดียว ขอให้ลุงพุฒอ่านรหัสดวงดาวบนท้องฟ้าผิดไปหมดด้วยเถอะ บ้านเมืองจะได้ไม่เกิดเรื่องอะไรที่เลวร้ายจนเกินไป บางทีอาจมีความสามารถในการสะกัดกั้นผู้คนที่มาจากต่างจังหวัด จนไม่มีมวลชนหมู่ใหญ่มาชุมนุมกันก็ได้ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นการควบคุม การจัดการ เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยก็จะกระทำได้โดยง่าย
สำหรับผู้ที่ต้องการให้ลุงพุฒดูดวงให้แบบเจอตัวกันจริงๆ (วัยรุ่นเขาใช้คำว่า “ตัวเป็นๆ” ใช่มั้ยครับ ได้ยินทีไรลุงพุฒนึกถึง “ปลาเป็นๆ” ทุกทีเลย) ลุงพุฒจะไปรอพบกับคุณที่ร้าน Banana Book ตรงซอยอารีย์ ติดกับสถานีรถไฟฟ้า BTS (ดูแผนที่ ที่นี่) ในวันอังคาร, พฤหัสบดี ระหว่างเวลา 18:00 – 20:00 น. และวันเสาร์ เวลา 10:00 – 18:00 น. เริ่มตั้งแต่วันอังคารที่ 17 มกราคม พ.ศ.2549 เป็นต้นไป กรุณานัดหมายล่วงหน้ากับลุงพุฒก่อน ที่หมายเลขโทรศัพท์มือถือ 0-1431-2301 (รับโทรศัพท์เฉพาะตอนกลางวันนะครับ)
ลุงพุฒจะขอหยุดวันเสาร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ เพราะต้องเดินทางไปไหว้ครูที่เชียงใหม่ครับ (และไม่ได้อยู่ร่วมการชุมนุมด้วย เพราะกำหนดการไหว้ครูจะเป็นช่วงนี้ทุกปีอยู่แล้วครับ)
ลุงพุฒ
1 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2549
|