|
ดวงเมือง ตอนที่ 13/1 เศรษฐกิจไทยวันนี้
สวัสดีครับ
ก่อนที่เราจะพูดคุยกันเรื่องดวงเมืองต่อไป ลุงพุฒขอพูดถึงข้อสังเกตเล็กๆที่ลุงพุฒสังเกตเห็นในช่วงนี้ก่อนก็แล้วกันครับ คือลุงพุฒสังเกตเห็นว่าช่วงนี้ลุงพุฒจะได้ยินเสียงไซเรนรถพยาบาลบ่อยมากอย่างผิดสังเกต ลุงพุฒเชื่อว่า น่าจะเป็นผลมาจากดาวอังคารที่เป็นสีแดงบนท้องฟ้า และมีดาวราหูส่งอิทธิพลกดดันอย่างรุนแรง จึงเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย รวมทั้งผู้ที่มีโรคประจำตัวจะมีอาการกำเริบได้ง่าย ก็ขอฝากให้ทุกๆท่านอย่าประมาทนะครับ
เดิมทีลุงพุฒคิดว่าจะพูดคุยเรื่องวิกฤติเศรษฐกิจที่จะมาถึงอีกครั้งเมื่อไหร่ แต่ด้วยความเชื่อความเห็นของลุงพุฒที่เชื่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคต เป็นผลมาจากสิ่งที่เราทำในปัจจุบัน และบางครั้งเป็นการสะสมมาจากการกระทำในปัจจุบันที่เราทำบ่อยๆ ลุงพุฒจึงคิดว่า เราน่าจะพูดกันในเรื่องของปัจจุบัน (และอดีตที่คล้ายคลึงกับปัจจุบัน)
ดวงดาวบนท้องฟ้า วันพุธที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2549
ลุงพุฒขอให้สังเกตดาวพฤหัสบดี (5) ซึ่งอยู่ตรงด้านล่างในแถบสีเขียว หากสังเกตจะเห็นว่ามีเส้นสีแดงพาดตรงไปยังลัคนา (ล) ทางด้านบน และมีเส้นสีแดงไปทางด้านขวาไปยังดาวพฤหัสบดี (5) และดาวเสาร์ (7) ลักษณะดวงดาวแบบนี้บ่งบอกว่า บ้านเมืองของเราในยามนี้กำลังขัดสนในเรื่องการงาน ฐานะการเงินไม่ดี ซึ่งไม่ต้องเดาก็พอจะรู้ว่า เกิดจากการขาดการออมที่ดี หรือเกิดจากการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยนั่นเอง และรวมถึงการใช้จ่ายที่ไร้ประสิทธิภาพ ตกหล่นระหว่างทางไปมากด้วย
เหตุการณ์อย่างนี้มิใช่ไม่เคยเกิดขึ้นนะครับ แต่ในอดีตดูเหมือนว่าจะหนักหนาสาหัสกว่านี้สักหน่อย ลองดูดวงดาวบนท้องฟ้ากรุงเทพมหานครในอดีต
ดวงดาวบนท้องฟ้า วันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 3537
ขอให้สังเกตตำแหน่งของดาวพฤหัสบดี (5) ในวันที่ 3 ตุลาคม จะอยู่ตำแหน่งเดียวกันกับดาวพฤหัสบดี (5) ของวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เหตุการณ์ในครั้งนั้นได้เลยช่วงบูมที่ดินมาแล้ว ซึ่งคล้ายคลึงกับเศรษฐกิจในขณะนี้ที่ได้เลยผ่านช่วงที่บูมทางเศรษฐกิจมาแล้วเหมือนกัน และยังมีเหตุการณ์ที่บ่งบอกว่าประเทศเริ่มขาดแคลนเงินเหมือนกัน ในตอนนั้นได้พบว่ามีปัญหาเรื่องการส่งออกบ้างแล้ว แต่ทุกคนยังคิดว่าสามารถหาเงินจากต่างชาติเข้ามาซื้อที่ดินในประเทศไทยได้โดยผ่านการถือครองของตัวแทน ในช่วงนั้นหญิงไทยจะนิยมแต่งงานกับชาวญี่ปุ่นมาก เพราะคนญี่ปุ่นต้องการถือครองที่ดินในประเทศไทย จะด้วยเหตุผลกลใดลุงพุฒก็ไม่เคยได้ถามคนญี่ปุ่นสักที แต่ที่รู้แน่ๆก็คือ มีการขายที่ดินให้ตัวแทนถือครองกันมาก แต่ก็เริ่มเป็นปลายๆของยุคบูมที่ดินแล้ว
เหตุที่ลุงพุฒจำได้ก็เพราะว่าในตอนนั้นลุงพุฒเริ่มหวาดหวั่นว่าตัวเองจะไม่มีปัญญาซื้อบ้านให้กับตัวเอง เพราะราคาที่ดินขึ้นได้วันละ 2 เวลา เช้า-เย็น ลุงพุฒเลยต้องกัดฟันซื้ัอที่ดินที่เชียงใหม่ไว้แปลงเล็กๆในปีนี้เองด้วย แต่ตอนนี้คงไม่มีหวังจะได้ไปอยู่แล้วล่ะครับ เพราะไม่ได้อาศัยอยู่ในเชียงใหม่แล้ว
ลักษณะของเหตุการณ์คล้ายๆกันนะครับ ในตอนนี้เราเริ่มจะเอาสินทรัพย์อีกส่วน คือ รัฐวิสาหกิจเข้าตลาดหลักทรัพย์ เพื่อเอาไปขายต่างชาติ (รัฐบาลปฎิเสธเรื่องนี้ไม่ได้ เพราะเคยไปทำ Road Show ในต่างประเทศ โดยเฉพาะที่สิงคโปร์เรื่องนี้มาแล้ว)
แต่ที่แตกต่างกันก็คือ ในคราวโน้นคนไทยต่างก็ช่วยกันวิ่งเต้นติดต่อขายที่ดินกันจนหมดตัว หมดอาชีพ เงินที่ได้มาก็ละลายไปเป็นรถปิ๊กอัพ เป็นรถมอเตอร์ไซค์ (แต่ไม่ได้เป็นโทรศัพท์มือถืออย่างสมัยนี้ ตอนนั้นยังนิยมกันแค่วิทยุสมัครเล่น พกกันเกร่อตามชนบท) แต่ในคราวนี้คนไทยต่อต้านกันสุดฤทธิ์ เพราะตำแหน่งของดาวราหู (8) อยู่ต่างที่กัน คราวก่อน (3 ตุลาคม พ.ศ.2537) กุมดาวพฤหัสบดีและเล็งลัคนา แต่ในคราวนี้ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งเดิม คนไทยจึงไม่ยอมเสียค่าโง่อย่างคราวที่แล้ว (แต่เราก็เสียไปเยอะเหมือนกันสำหรับในตอนนี้ เพียงแต่ยังไม่มีใครรู้ว่าเสียมากแค่ไหน เพราะยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดในข้อสัญญาต่างๆที่รัฐบาลไปทำโดยที่ไม่เปิดเผยให้คนไทยได้รับรู้ ไม่ได้ผ่านการอภิปรายจากรัฐสภา)
คราวหน้าเราคงได้คุยกันถึงวิกฤติรอบใหม่ที่จะตามมาเสียทีนะครับ
ลุงพุฒ
9 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2549
|