|
ดวงเมือง ตอนที่ 13/2 เศรษฐกิจไทยวันนี้ (คั่นเวลา)
สวัสดีครับ
มีหลายท่านสอบถามกับลุงพุฒว่า เกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2537 ขอให้ลุงพุฒช่วยขยายอธิบายความให้ด้วย เป็นคำถามเล่นเอาลุงพุฒเหงื่อตกไปเลยครับ เพราะว่าข้อมูลที่มีอยู่ ก็เป็นความจำทั้งนั้น อีกทั้งเป็นความจำของผู้สูงอายุด้วย จะให้จำแม่นยำเหมือนเด็กๆคงเป็นไปได้ อาศัยว่าไม่ค่อยได้ใช้แอลกอฮอล์ไปทำลายเซลสมองมากนัก (ไม่ได้ให้โอกาสแอลกอฮอล์มาทำลายสมองมา 7 ปีกว่าๆแล้วครับ) ก็ยังพอทำให้จำได้อยู่บ้าง
แต่ถึงแม้ลุงพุฒจะจำเหตุการณ์นั้นได้ แต่ลุงพุฒก็ไม่แน่ใจนักครับ เพราะในตอนนั้นลุงพุฒยังไม่รู้ว่า ดวงเมืองกรุงเทพฯ โบราณาจารย์ท่านผูกเอาไว้ที่วันเวลาเท่าไหร่กัน และมาได้ในภายหลัง ก็เลยขอดูดาวบนท้องฟ้าในปี พ.ศ. 2537 ว่าเป็นอย่างไรกับดวงเมือง จึงพอจะจำเหตุการณ์ได้คร่าวๆ แต่ก็ขาดหลักฐานยืนยันว่าจำได้แม่นยำหรือเปล่า
ลุงพุฒอาศัยค่ำคืนวันศุกร์ท่องเน็ตเสาะหาข้อมูลเกี่ยวกับรัฐบาล ก็ให้บังเอิญว่าไปเจอในเว็บของพรรคชาติไทย (คลิ้กที่นี่) ซึ่งมีลำดับเหตุการณ์ของพรรคในการเลือกตั้งแต่ละครั้ง และระบุบุคคลผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีด้วย ทำให้ลุงพุฒจำเหตุการณ์ได้ชัดเจน ลุงพุฒขอคัดลอกเอามาไว้ให้เห็นชัดเจนไว้ด้วยนะครับ
| ครั้งที่ |
วันที่ |
จำนวน ส.ส. |
สถานภาพ |
นายกรัฐมนตรี |
เหตุการณ์สำคัญ |
| 1. |
26 ม.ค.2518 |
28 คน |
รัฐบาล |
ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช |
|
| 2. |
4 เม.ย.2519 |
56 คน |
รัฐบาล |
ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช |
- |
| 3. |
22 เม.ย.2522 |
42 คน |
รัฐบาล |
พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ |
ลงสมัครในนามกลุ่มชาติไทย |
| 4. |
18 เม.ย.2526 |
73 คน |
ฝ่ายค้าน |
พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ |
พรรคชาติไทยมีผู้นำฝ่ายค้านคนแรก |
| 5. |
27 ก.ค.2529 |
63 คน |
รัฐบาล |
พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ |
|
| 6. |
24 ก.ค.2531 |
87 คน |
รัฐบาล |
พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ |
พรรคเป็นแกนนำการจัดตั้งรัฐบาล |
| 7. |
22 มี.ค.2535 |
74 คน |
รัฐบาล |
พลเอก สุจินดา คราประยูร |
|
| 8. |
13 ก.ย. 2535 |
77 คน |
ฝ่ายค้าน |
นายชวน หลีกภัย |
พรรคอภิปรายเรื่อง สปก.4-01
ทำให้รัฐบาลยุบสภา |
| 9. |
2 ก.ค.2538 |
92 คน |
รัฐบาล |
นายบรรหาร ศิลปอาชา |
พรรคเป็นแกนนำการจัดตั้งรัฐบาล |
| 10. |
17 พ.ย.2539 |
39 คน |
ฝ่ายค้าน |
พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ |
- |
|
19 พ.ย.2540 |
39 คน |
ฝ่ายรัฐบาล |
นายชวน หลีกภัย |
- |
| 11. |
6 ม.ค.2544 |
41 คน |
รัฐบาล |
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร |
- |
| 12. |
6 ก.พ.2548 |
25 คน |
ฝ่ายค้าน |
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร |
- |
ซึ่งจากตารางดังกล่าวทำให้ทราบว่า ในปี พ.ศ. 2537 เรามีพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล มี คุณ ชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี และมี คุณ ธารินทร์ นิมมานเหมินทร์ เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งคุณ ธารินทร์ เป็นคนเชียงใหม่เช่นเดียวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ครับ
ดวงดาวบนท้องฟ้า วันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2537
ลุงพุฒจำได้ว่าในราวๆปีนั้นเราได้เปิดเสรีทางการเงินก่อนกำหนด (หากท่านใดมีเอกสาร ศปร.อยู่ในมือทั้ง 2 ภาค ลองค้นหาอ่านดูนะครับ น่าจะได้ข้อมูลที่ละเอียดกว่าความจำของลุงพุฒ และเป็นข้อมูลทางการด้วย) ซึ่งเราประกาศด้วยความภาคภูมิใจ ซึ่งลุงพุฒมองว่า ในขณะนั้น คุณ ธารินทร์ เองได้รับรู้สภาพการเงินการคลังของประเทศเป็นอย่างดี ว่าประเทศไทยไม่มีเงิน (ภาษาเหนือเขาใช้คำว่า "หมดลึ่ง" แปลว่าหมดเกลี้ยง) จึงมีความจำเป็นที่จะต้องหาเงินมาจากต่างประเทศเข้ามาให้เร็วที่สุด วิธีการหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ การกู้เงินต่างประเทศครับ แต่การกู้เงินจากต่างประเทศในอดีตนั้นทำได้ยากมาก ลุงพุฒเข้าใจว่า เพราะการทำธุรกรรมประเภทนี้ ในอดีตต้องขออนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อน ซึ่งมีขั้นตอนการพิจารณาค่อนข้างละเอียดและใช้เวลา อาจไม่ทันการณ์ จึงเลือกที่จะใ้ช้วิธีการผ่อนปรนความเข้มงวดทางการเงินลง โดยอาศัยกระแสการเปิดเสรีทางการเงิน ซึ่งเป็นประเด็นอยู่ใน WTO ในขณะนั้น มาเป็นข้ออ้างเพื่อความชอบธรรม
แต่การเปิดเสรีทางการเงินโดยไม่ปล่อยให้ค่าเงินเคลื่อนไหวตามภาวะการณ์ โดยธนาคารแห่งประเทศไทยเลือกที่จะผูกค่าเงินบาทกับเงินดอลลาร์สหรัฐเอาไว้ (แม้ว่าเราได้เปลี่ยนแปลงวิธีการกำหนดค่าเงินบาทจากที่ตรึงกับค่าเงินดอลลาร์เอาไว้ มาเป็นระบบตะกร้า ตั้งแต่สมัย พล.เอก เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี และมี คุณ สมหมาย ฮุนตระกูล เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็ตาม แต่ในตลาดการเงินที่เฝ้ามองการเปลี่ยนแปลงค่าเงินบาทที่สัมพันธ์กับค่าเงินสกุลสำคัญๆในโลก ก็ทำให้รู้ว่า เราให้น้ำหนักค่าเงินดอลลาร์สหรัฐไว้ประมาณ 80% ส่วนที่เหลือก็กระจายไปยังเงินสกุลอื่นๆ) ทำให้ค่าเงินบาทไม่สามารถปรับตัวให้สอดคล้องกับความเป็นจริงได้ ประกอบกับเราเริ่มมีปัญหาเรื่องการส่งออก เพราะค่าเงินที่แข็งเกินไป ทำให้สินค้าราคาแพง ทำให้ยอดส่งออกลดลง ทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดของเราติดลบติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ลุงพุฒเข้าใจว่าน่าจะเป็นระยะเวลานานเป็นปี แต่ไม่แน่ใจว่าความจำของตัวเองสักเท่าไหร่นะครับ ส่วนคำถามว่า ทำไมเราไม่ปล่อยให้เงินของเราลอยตัวในลักษณะ Managed Float ในเมื่อขณะนั้นเรามีความพร้อม หรือแม้แต่การยอมให้ค่าเงินเคลื่อนไหวได้กว้างขึ้น ลุงพุฒก็ตอบไม่ได้ครับ แต่ถ้าให้เดาก็ต้องบอกว่า เพราะคุณ ธารินทร์ เป็นนายธนาคารมาก่อน ย่อมรู้ดีว่า การทำเช่นนั้นจะทำให้ธนาคารมีความเสี่ยงมากยิ่งขึ้นไปอีก
เมื่อต้องการทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดของเราดีขึ้น เราก็ต้องนำเงินเข้ามาจากต่างประเทศ แต่การจะเปิดโอกาสให้มีการลงทุนจากต่างประเทศก็ไม่สวยสดงดงามเท่าไหร่ เพราะเรามีปัญหาค่าเงินบาทที่แพงเกินไป ทำให้ไม่น่าลงทุนมากนัก (หากจำไม่ผิด ตอนนั้นประเทศจีนอาจจะยังไม่ได้ขยับในเรื่อง 4 ทันสมัย ของท่านเติ้ง เสี่ยว ผิง มากนัก หรือว่าทำไปมาก แต่ว่าไม่ค่อยเป็นข่าวก็ไม่ทราบ ทำให้จีนยังไม่ได้เป็นคู่แข่งของเราในตอนนั้น) ดังนั้น การดึงเม็ดเงินจากต่างประเทศเข้ามาก็มีทางเดียว คือ การนำเข้าเงินกู้จากต่างประเทศ
หลังจากปี พ.ศ. 2537 ไป ลุงพุฒเข้าใจว่าเป็นปี พ.ศ. 2538 - พ.ศ. 2539 เป็นช่วงเวลาที่เรามีการทำธุรกรรมกู้เงินจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก และเราสนใจแต่จะกู้เงินระยะสั้น ประเภท 1 ปี มาใช้ ลุงพุฒไม่เข้าใจเหตุผลว่าทำไมจึงเลือกทำกันเช่นนั้น ก็เข้าใจตามมุมมองของตนเองว่า เป็นเพราะเงินกู้ระยะสั้นมักมีดอกเบี้ยที่ไม่มากนัก และอาจจะกู้ง่าย (ข้อเท็จจริงตรงนี้ลุงพุฒไม่ทราบครับ หากท่านใดทราบก็ช่วยเมล์มาคุยกันด้วย) แต่สัญญาเงินกู้เหล่านี้มักมีระยะเวลาชำระคืนไม่เกิน 1 ปี และนำไปใช้ลงทุนทางด้านอื่น เช่น ทีดิน และ หุ้น เป็นต้น และคงคิดตามประสาคนไทยว่า เมื่อครบกำหนด ก็แค่ไปกู้มาใหม่มาจ่ายเงินกู้เก่าก็ได้ ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไร ซึ่งการคิดเช่นนั้นทำให้เกิดปัญหาต่อระบบเศรษฐกิจในปี พ.ศ. 2540 ซึ่งเป็นปีที่ฟองสบู่แตก เพราะเจ้าหนี้ไม่ยอมปล่อยกู้เงินก้อนใหม่ และทำการเรียกร้องให้ชำระเงินคืน ดังที่เราๆได้ทราบกันดีอยู่แล้ว
ความคล้ายคลึงในเหตุการณ์ทางการเงินตรงนี้ กำลังเกิดขึ้นกับเราในวันนี้ ดีว่าในยุคนี้การสื่อสารทันสมัยพอควร ทำให้เราได้เห็นวีดิโอคลิปส์ของคุณ นิติภูมิ เนาวรัตน์ (ดูที่นี่) ที่ไปถ่ายทำในประเทศอาร์เจนตินา หลังจากการแปรรูปรัฐวิสาหกิจไปแล้ว ชาวอาร์เจนตินาต้องซื้อน้ำกินน้ำใช้ในราคาแพง และผลกำไรทั้งหมดก็ส่งออกไปต่างประเทศ และชาวอาร์เจนตินาก็ไม่มีโอกาสได้เลือกซื้อน้ำกินน้ำใช้ เพราะโครงสร้างระบบน้ำประปาเดิมเป็นของรัฐวิสาหกิจ ทำให้ไม่มีคู่แข่ง ชาวอาร์เจนตินาจึงต้องทนรับกรรมใช้น้ำราคาแพงต่อไป
คราวหน้าเราคงได้คุยเรื่องวิกฤติเศรษฐกิจที่จะมาถึงในรอบต่อไปนะครับ
ลุงพุฒ
11 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2549
|