|
ดวงเมือง ตอนที่ 14 อดีตสู่อนาคต
สวัสดีครับ
มีหลายครั้งที่เราเคยได้ยินว่า กงล้อประวัติศาสตร์จะหมุนซ้ำรอยเดิม ลุงพุฒไม่แน่ใจว่าเด็กรุ่นหลังๆจะยังได้ยินคำพูดนี้อยู่หรือไม่ เป็นคำพูดที่น่าฟัง เพราะเป็นการบ่งบอกว่า มนุษย์เราย่อมทำผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับว่าเราไม่เคยศึกษาเรื่องราวในอดีตเอามาเป็นบทเรียนสอนใจกันเลย
จริงๆมนุษย์เรานั้นไม่เคยละเว้นการศึกษาอดีตเืพื่อที่จะทำนายอนาคต และเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากมัน แต่เป็นเพราะหัวใจมนุษย์ยังมีกิเลสตัวเดิมๆอยู่เต็มหัวใจ ทั้งโลภะ โทสะ โมหะ ซึ่งเราไม่เคยไปเปลี่ยนแปลงอะไรมัน เรายอมเป็นทาสมัน กระโดดโลดเต้นไปตามคำสั่งของมัน เราจึงต้องทำผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่เคยสร่างซา
หลายท่านคงจะจำวันที่เรานั่งนึกเสียใจ ที่เรากระทำในสิ่งที่เราเคยพร่ำบอกกับตัวเองว่า เราจะไม่กระทำผิดอย่างนั้นอีกแล้ว แต่เราก็ทำลงไปอีกจนได้ อีกหลายๆครั้ง ก็เพราะกิเลสตัวเดิมมันยังอยู่ และกุมหัวใจเราเอาไว้นั่นเอง
ตราบใดที่หัวใจเรายังมีกิเลส ตราบใดที่เรายังห่างไกลจากการเจริญสติ ตราบนั้นเราก็ยังเป็นทาสของกิเลส และทำให้เราต้องเป็นไปตามดวงดาวลิขิตด้วย เราจะเป็นมนุษย์ผู้มีโอกาสหลุดพ้น หรือเป็นเพียงหุ่นเชิดของกิเลส ก็เลือกเอากันเองครับ
วันนี้เราก็จะมาคุยกันถึงเรื่องของประวัติศาสตร์ซ้ำรอย เพียงแต่การซ้ำรอยนั้นยังมาไม่ถึง แต่ก็อาจจะซ้ำรอยเดิมได้ ถ้าเรายังทำอะไรต่อมิอะไรเหมือนๆเดิม รอยของประวัติศาสตร์ที่ลุงพุฒกล่าวถึงก็คือ ปรากฏการณ์ลอยค่าเงินบาทในวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2540
จากรูปข้างบน ลุงพุฒวงกลมเอาไว้เป็นวงกลมสีแดงเพียงวงเดียวที่เลข 5 ที่อยู่วงนอกด้านขวามือ ซึ่งหมายถึงดาวพฤหัสบดี (ลองกลับไปอ่านตอนที่ 11 เมื่อคบคิดกันปล้นชาตินะครับ)
ดวงดาวบนท้องฟ้า วันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
ในปี พ.ศ.2552 มีดาวบนท้องฟ้าที่ทำมุมกับลัคนาแรงๆ และพร้อมๆกัน มากกว่าดาวบนท้องฟ้าปี พ.ศ. 2540 นะครับ โดยเฉพาะเรามีดาวพลูโตไปกุมดาวพฤหัสบดีและดาวเสาร์ในดวงเมืองด้วย ลุงพุฒไม่กล้าคิดไปไกลว่า จะเกิดภัยพิบัติกับบ้านเมืองร้ายแรงขนาดไหน แต่ก็ขอบอกว่าร้ายแรงไม่น้อยกว่าปี พ.ศ. 2540 เลยครับ
แต่การออกมาพูดของลุงพุฒในเวลานี้ ไม่ได้ต้องการทำให้ท่านทั้งหลายหมดหวังกับประเทศไทยนะครับ เพราะแม้ว่าดวงดาวบนท้องฟ้าจะแสดงถึงภาวะของประเทศ ที่ได้รับแรงกดดันรอบด้านที่รุนแรงกว่าปี พ.ศ.2540 ก็จริง แต่เราสามารถสร้างประเทศให้แข็งแรงเพื่อพร้อมรับมือกับภาวะดังกล่าวได้ด้วยเช่นกันครับ
ลองนึกจินตนาการว่าประเทศชาติคือเรือที่ล่องอยู่ในมหาสมุทร ดวงดาวบนท้องฟ้าก็หมายถึงคลื่นลมที่พัดโหมกระหน่ำอยู่รายรอบลำเรือ หากช่วงไหนดวงดาวบนท้องฟ้าทำมุมดี ก็เหมือนกับเรือได้แล่นไปในทะเลที่คลื่นลมสงบ แต่หากช่วงไหนดวงดาวบนท้องฟ้าทำมุมไม่ดี ก็เหมือนกับเรือได้แล่นไปผจญพายุร้าย
ถ้าเรือมีความมั่นคง มีขนาดที่ใหญ่ มีความแข็งแรง ก็ย่อมฝ่าฟันพายุร้ายไปได้ด้วยดี แต่้ถ้าเรือไม่มั่นคง มีขนาดไม่ใหญ่ โอกาสจะฝ่าฟันพายุร้ายไปก็คงจะยาก และถ้ามีคนในเรือคอยหาโอกาสเจาะใต้ท้องเรือไปเรื่อยๆ แม้ว่าคลื่นลมสงบเรือก็ยังอาจจมไปได้ด้วยเวลาอันรวดเร็วด้วย
หน้าที่ของคนไทยในยามนี้ ต้องทำหน้าที่คอยสำรวจหารอยรั่วที่มีอยู่ในลำเรือ แล้วอุดเสียก่อน พร้อมๆกับการควานหาคนที่คอยเจาะใต้ท้องเรือให้ทะลุ อีกทั้งยังต้องหาทางปรับโครงสร้างของลำเรือให้แข็งแรงขึ้นอีกด้วย เราต้องช่วยกันครับ เพราะยังไงเราก็เป็นลูกเรือที่ต้องอยู่กับเรือลำนี้ไป ไม่อาจหนีไปอยู่กับเรือลำอื่นได้ ถ้าเรืออัปปาง เราทุกคนก็ต้องอัปปางไปพร้อมกับเรือครับ
สิ่งที่ลุงพุฒพอมองเห็นในขณะนี้ก็คือ พยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้ประเทศไทยต้องไปเผชิญกับวิกฤติการณ์อย่างประเทศ อาร์เจนตินา ซึ่งนอกจากจะต้องป้องกันมิให้กิจการสาธารณูปโภคและพลังงานตกอยู่ในมือต่างชาติแล้ว เรายังต้องเฝ้าระวังการออกกฎหมายที่จะเอื้อให้ต่างชาติเขามาครอบครองทรัพยกรอย่างเบ็ดเสร็จอีกด้วย ทราบมาว่าในขณะนี้เริ่มมีการผลักดันให้ออกกฎหมายอนุญาตให้ต่างชาติถือครองที่ดินในประเทศไทยได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด โดยที่ไม่ต้องทำสัญญาเช่า 50 ปี และต่อสัญญาได้อีก 50 ปี (รวมเป็น 100 ปี) อย่างที่ใช้ในปัจจุบัน (ซึ่งเพิ่งแก้ไขมาไม่กี่ปีนี้เอง) และรวมถึงต้องไม่ยอมให้ต่างชาติมาแสดงแสนยานุภาพในผืนแผ่นดินไทย แม้จะมาในรูปการเช่าสนามบินก็ตาม แต่แสดงให้เห็นถึงอธิปไตยของเรากำลังถูกลิดรอน เพราะกิจการในประเทศไทยหลายๆแห่งตกอยู่ในมือของต่างชาติแล้ว เขาจึงต้องส่งกองกำลังมาคุ้มครองผลประโยชน์ของเขา ซึ่งในอนาคตอาจทำมากกว่าการมาเช่าสนามบินเท่านั้น แต่อาจสร้างอาณาเขตที่ยกเว้นมิให้ใช้กฎหมายไทยก็ได้ ที่เรียกว่า "สิทธินอกอาณาเขต" ตามแบบอย่างของสนธิสัญญาเบาริ่งในอดีต ที่คนไทยต้องแลกด้วยเลือดเนื้อและชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 1 ด้วยการเป็นพันธมิตรกับยุโรป เพื่อแลกเอาสิทธิและอธิปไตยของเราคืนมา หรืออาจได้พบกับป้ายประกาศว่า "ห้ามคนไทยและหมาเข้า" เหมือนที่ประเทศจีนเคยพบในยุคล่าอาณานิคมก็ได้
ลุงพุฒหวังว่า เราคนไทยทุกคน จะไม่ยอมให้เกิดเหตุร้ายกับประเทศไทย และจะต้องร่วมมือกันตั้งแต่วันนี้แล้ว เพราะถ้ารอพรุ่งนี้ก็สายเกินแก้แล้วครับ
ลุงพุฒ
18 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2549
|