|
ดวงเมือง ตอนที่ 22 ดาวเสาร์
สวัสดีครับ
ก่อนอื่นลุงพุฒต้องขอโทษขอโพยกันก่อน ที่ห่างหายไปนานเกือบเดือน ก็ไม่ได้เจ็บป่วยแต่ประการใดครับ (ขอบคุณสำหรับท่านที่เป็นห่วงและถามไถ่กันมา) แต่ลุงพุฒหมดแรงน่ะครับ ช่วงเดือนพฤษภาคมค่อนข้างยุ่งน่ะครับ ไม่ได้หยุดพักผ่อนที่บ้านเลยสักวัน ถ้าไม่ออกไปทำงานประจำ ก็มีธุระจำเป็นต้องออกนอกบ้าน กว่าจะกลับก็ค่ำมืดทุกวัน เลยไม่ค่อยได้พักผ่อนชดเชยการนอนดึกตื่นเช้าในวันธรรมดา ซึ่งพออายุมากขึ้นก็เพลียเอาง่ายๆครับ
วันนี้เราจะได้คุยกันในเรื่องดวงดาวที่สำคัญอีกดวงหนึ่ง นั่นก็คือ ดาวเสาร์ (๗)

ดวงเมืองกรุงเทพมหานคร
สำหรับท่านที่ชอบดูดวง คงเคยได้ยินคำว่า “พระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรก” ใครเจอก็มักจะวุ่นวายปวดหัวกันไปทั้งนั้น แต่ก็ไม่สามารถปฎิเสธมันได้ ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่ในโลกมนุษย์
ดาวเสาร์ (๗) ในดวงเมืองอยู่ในเรือนศุภะ และอยู่ในจุดโชคด้วย บางท่านอาจไปพลิกๆดูในตอนเก่าๆ และเห็นว่า ดาวพฤหัสบดี (๕) ซึ่งอยู่ในตำแหน่งใกล้เคียงกับดาวเสาร์ (๗) อยู่ในเรือนมรณะ ไม่ใช่เรือนศุภะ แล้วทำไมดาวเสาร์ (๗)จึงอยู่ในเรือนศุภะเล่า ก็ต้องขอบอกว่า นี่คือความแตกต่างกันในวิชาโหราศาสตร์ไทยที่มองข้ามการคำนวณองศาอย่างละเอียด ทำให้เกิดการอ่านหรือตีความไม่ถูกต้อง แล้วทำให้เกิดความเสียหายกับเจ้าชะตามานักต่อนักแล้ว จนทำให้เกิดคำพูด “หมอดู คู่กับหมอเดา” และทำให้ขาดความเชื่อถือไปในที่สุด
ลุงพุฒกล่าวอย่างนี้ ก็ดูเหมือนว่าจะไปกล่าวร้ายผู้อื่น เปล่าเลย ลุงพุฒต้องการเรียกร้องให้กระทำการกันอย่างระมัดระวังและรอบคอบต่างหาก เพราะการพยากรณ์ที่ได้มาจากการคำนวณไม่แม่นยำ อาจส่งผลร้ายต่อเจ้าชะตาที่ให้ความเชื่อถือ แล้วบาปกรรมก็จะตกอยู่กับตัวผู้ให้คำพยากรณ์เอง
หากไม่เชื่อว่า ดาวเสาร์ (๗)อยู่ในเรือนศุภะ แต่ดาวพฤหัสบดี (๕)อยู่ในเรือนมรณะ ก็พิจารณาได้ง่ายๆครับว่า ชาวต่างชาติคิดถึงประเทศไทย ในแง่มุมไหนมากกว่ากัน ระหว่าง ประเทศที่เป็นเกษตรกรรม หรือเป็นประเทศแห่งวิชาการ ประเทศไทยไม่เคยได้รับการขนานนามมาก่อนว่าเป็นประเทศที่มีความล้ำหน้าทางวิชาการ แต่บทบาทของเราในเวทีโลกกลับมีความโดดเด่นทางด้านเกษตรกรรมมากกว่า ในขณะที่ภาพลักษณ์ของประเทศเกี่ยวกับการศึกษา-วิชาการ กลับไม่โดดเด่น และดูเหมือนว่าจะเป็นปัญหามากกว่าเสียด้วย ดาวเสาร์ (๗)คือเกษตรกรรม ส่วนดาวพฤหัสบดี (๕) คือวิชาการ
หรือหากจะดูให้ง่ายๆอีกชั้นก็ได้ครับว่า ประเทศไทยได้รับการรู้จักในทางด้านดี หรือด้านไม่ดี มากกว่ากัน เราก็จะพบว่า ฝรั่งรู้จักประเทศของเราในทางด้านไม่ดีมากกว่าด้านดีเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคอร์รัปชั่น หญิงโสเภณี ฯลฯ. ซึ่งด้านไม่ดี ก็คือดาวพฤหัสบดี (๕) อยู่ในเรือนมรณะนั่นเอง
หรือหากจะมองในอีกแง่มุมหนึ่ง คนไทยมักได้ชื่อว่าไม่ค่อยขยัน สบายๆ ไม่ทำตามกฎระเบียบ จะแปรเปลี่ยนอะไรก็ทำได้เชื่องช้า ชอบที่จะทำเหมือนๆกันทุกวัน แต่ไม่ชอบการมีระเบียบ หากมีระเบียบจะรู้สึกอึดอัด นั่นก็คือ ดาวเสาร์ (๗) ที่อยู่ในเรือนศุภะนั่นเอง
จบข้อขัดแย้งเรื่องเรือนชะตาที่ดาวพฤหัสบดี (๕)และดาวเสาร์ (๗)สถิตย์อยู่แค่นี้ก่อนนะครับ เดี๋ยวจะไปกันใหญ่ วกกลับมาเรื่องดาวเสาร์ (๗)ในดวงเมืองดีกว่าครับ
ดาวเสาร์ (๗)อยู่ในเรือนศุภะ แต่มีเส้นสีแดงถึงลัคนา แม้จะคล้ายคลึงกับดาวพฤหัสบดี (๕) แต่กลับมีอิทธิพลที่แตกต่างกันลิบลับ เหตุเพราะเรือนชะตาที่ดาวเสาร์ (๗)สถิตย์อยู่ เป็นคนละเรือนกันกับดาวพฤหัสบดี (๕) แต่ไม่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เหตุเพราะดาวเสาร์ (๗)และดาวพฤหัสบดี (๕)กุมกันอยู่ จึงส่งผลรบกวน ทำให้เรือนชะตามีผลหรือส่งอิทธิพลรบกวนกันไปด้วย
ดาวเสาร์ (๗)อยู่ในเรือนศุภะ ทำให้ประเทศไทยมีความสามารถในเชิงเกษตรกรรมค่อนข้างมาก เพราะผลผลิตทางการเกษตรจะส่งผลดีต่อประเทศชาติ แต่ก็ต้องการการพัฒนาปรับปรุงอยู่เสมอด้วย เพราะเส้นสีแดงที่ดาวเสาร์ (๗)ส่งไปถึงลัคนา บ่งบอกว่า การเกษตรไม่สามารถดำรงอยู่โดยไม่เปลี่ยนแปลงได้ แม้ว่าจะดาวเสาร์ (๗)จะอยู่ในจุดโชค คือ การเกษตรจะรุ่งเรืองในประเทศไทยก็ตาม
มีข้อสังเกตอยู่อย่างหนึ่ง คือ ดาวพฤหัสบดี (๕)ที่อยู่ในเรือนมรณะ กุม ดาวเสาร์ (๗)ที่อยู่ในเรือนศุภะ มีผลรบกวนในทางทำลาย ทำให้ภาคการเกษตรของเรามีปัญหาทางด้านการเงินอยู่เสมอ สิ่งที่มองเห็นได้ง่ายก็คือ แม้ว่าเกษตรกรของเราจะมีความสามารถในการผลิตได้สูง แต่ความสามารถในการแปรเปลี่ยนให้ผลผลิตทางการเกษตรกลายมาเป็นเงินทองหรือฐานะอันมั่นคง กลับทำได้ยาก
ตรงนี้หมายถึง การปล่อยให้เกษตรกรดิ้นรนด้วยตนเอง หรือการให้รัฐบาลเข้าไปแทรกแซงก็แล้วแต่ ให้ผลเช่นเดียวกัน คือ เกษตรกรกลับเป็นหนี้สินมากขึ้นไปทุกที
ทางออกในการแก้ไขปัญหานี้ ลุงพุฒเชื่อว่า คนไทยส่วนใหญ่อาจจะรับทราบกันแล้ว หากแต่ไม่ทราบว่าในดวงเมืองก็ระบุเอาไว้เช่นกัน นั่นก็คือ ดาวเสาร์ (๗)มีเส้นสีเขียวไปยังดาวอาทิตย์ และดาวอาทิตย์มีเส้นสีเขียวไปยังลัคนา นั่นก็หมายความว่า เกษตกรหรือภากการเกษตรจะอยู่รอดได้อย่างดี ต้องทำตามวิธีการซึ่งพระมหากษัตริย์เป็นผู้แนะนำ ซึ่งสิ่งที่เราเห็นกันชัดเจนก็เป็นเรื่อง โครงการหลวง ทฤษฎีใหม่ และเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก ว่านี่คือทางออกของเกษตรกร ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย แต่เป็นคำตอบให้กับชาติกำลังพัฒนาหลายๆชาติด้วย ซึ่งในกรณีนี้จะเห็นว่า ดาวพฤหัสบดี (๕)ก็ทำเส้นสีเขียวถึงดาวอาทิตย์เช่นกัน มีความหมายว่า รัฐบาลก็ต้องเล่นบทบาทสนองพระราชดำริไปด้วย แม้ว่าพฤติกรรมอีกด้านกำลังกดขี่หรือข่มภาคการเกษตรก็ตาม
มีมุมมองเพิ่มเติมเกี่ยวกับดาวพฤหัสบดี (๕)-เสาร์ (๗) –มฤตยู (๐)-พลูโต (พ) ให้พิจารณา หากมองในดวงจะเห็นว่ามีเส้นสีแดงโยงระหว่างดาวทั้ง 4 ดวงนี้ มีความหมายว่า ประเทศไทยจะต้องพบกับวิกฤติเป็นระยะๆ ไม่เคยว่างเว้นหรือสงบได้เลย ซึ่งหากศึกษาประวัติศาสตร์ เราก็จะพบว่า ไม่เคยมีช่วงระยะเวลาใด ที่เราจะว่างเว้นจากภัยพิบัติเลย ตั้งแต่ต้นยุครัตนโกสินทร์เป็นต้นมา ก็ต้องผจญกับภัยจากพม่า พ้นจากภัยของพม่าเราก็ต้องพบภัยจากตะวันตก พ้นจากภัยจากตะวันตก เราก็ต้องพบกับปัญหาภายในของเราเองเสมอมา แม้ว่าบูรพาจารย์ได้พยายามนำเอาดาวทั้ง 4 ดวงนี้ไปไว้ที่จุดโชค ซึ่งมีความหมายว่า ในที่สุดก็จัดการได้เรียบร้อยก็ตาม แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เกิดขึ้น
มีข้อสังเกตอีกประการหนึ่งก็คือ ความรู้ทางด้านโหราศาสตร์ในสมัยปลายกรุงธนบุรี ต้นรัตนโกสินทร์ เรารู้จักดวงดาวถึงเพียงดาวราหู (๘) เท่านั้น คำถามที่น่าคิดก็คือ บูรพาจารย์ทางโหราศาสตร์สามารถเอาดาวทั้ง 4 ดวงนี้ ไปไว้ในจุดโชคได้อย่างไร คำตอบก็มีอยู่ว่า ในสมัยโบราณ โหราจารย์ต้องมีความสามารถมากกว่าเฉพาะโหราศาสตร์เท่านั้น แต่ต้องมีความสามารถทางสมาธิจิตด้วย ทำให้สามารถล่วงรู้ “กาล” ได้ ว่า “กาล” ใด ดีหรือไม่ดีอย่างไร รวมทั้งการจับยามด้วย เพราะงานของโหราธิบดีนั้น เป็นงานที่ต้องเอาชีวิตเป็นประกัน เพราะเป็นงานที่สำคัญกับบ้านเมืองไม่น้อย หากทำนายผิดมีโทษสถานเดียว คือ ประหารชีวิต ประกอบกับยุคสมัยนั้น วิชาทางตะวันออก ไม่ว่าจะเป็นคาถาอาคม การปลุกเสกของขลัง การจับยาม เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่จะต้องเรียนต้องศึกษากันอยู่แล้ว จึงไม่น่าแปลกใจ และไม่ใช่ความบังเอิญ ที่การผูกดวงเมืองได้วางทางแก้ไขเอาไว้พร้อมสรรพแล้ว
วันนี้ขอพอแค่นี้ก่อน สวัสดีครับ
ลุงพุฒ
1 มิถุนายน พ.ศ.2549
|