|
คั่นเวลา (2) ก่อนจะคุยถึงดาวราหู (คุยเรื่องความสุขใจของลุงพุฒก่อน)
สวัสดีครับ
วันนี้เป็นวันแม่ หากท่านใดมีโอกาสไปกราบเท้าผู้ที่ให้กำเนิดเรามาได้ ก็ขอให้รีบทำเถิดครับ เพราะเป็นมงคลอย่างยิ่ง ในสมัยโบราณ เวลารบทัพจับศึก บางคนถึงกับใช้ชายผ้าถุงของแม่ผูกไว้ที่ปอยผม เพราะถือว่าคุณของมารดาจะคุ้มครองลูกให้ปลอดภัยเสมอ
ถ้าพูดถึงความรู้ของโหราศาสตร์ในสมัยที่เราเพิ่งจะกอบกู้บ้านเมืองขึ้นมาใหม่ ในตอนต้นสมัยของกรุงรัตนโกสินทร์ ก็จะต้องบอกว่า ดาวราหูคือดาวดวงสุดท้ายที่เรารู้จักกันในสมัยนั้น เพราะดาวเกตุของไทยนั้น เรามารู้จักกันในสมัยล้นเกล้าฯรัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงพระปรีชาสามารถทางดาราศาสตร์และโหราศาสตร์
ก่อนที่เราจะคุยกันในเรื่องของดาวราหูในดวงเมือง ซึ่งจะเป็นตอนสุดท้ายสำหรับซีรียส์ดวงเมือง ซึ่งจะคุยในคราวหน้า ลุงพุฒก็ขอเล่าเรื่องที่ทำให้ลุงพุฒมีความสุขใจในช่วงนี้เสียก่อนครับ
ในช่วงนี้ เริ่มมีผู้ที่เคยดูดวงกับลุงพุฒทะยอยกันมากลับมาเล่าเรื่องผลการแก้ไขดวงชะตา-แก้ไขปัญหาชีวิตกันแล้วล่ะครับ เกือบทั้งหมดต่างก็มีสีหน้าที่สดใส เป็นสุข แต่ก็มีเหมือนกันที่ลุงพุฒได้ข่าวว่าแก้ไขกันไม่ได้ หรือไม่สำเร็จ แต่เท่าที่ลุงพุฒลองประมวลดูแล้ว 9 ใน 10 ของผู้ที่แก้ไขไม่สำเร็จ ล้วนแต่เป็นผู้ที่ฝากคนอื่นๆมาดูดวงให้ทั้งสิ้นครับ ส่วนอีก 1 ใน 10 คือผู้ที่ไปกระทำในสิ่งที่ลุงพุฒห้ามเอาไว้ และไม่กระทำในสิ่งที่ลุงพุฒแนะนำเอาไว้ เรื่องราวก็เลยไปกันใหญ่
คนที่ฝากคนอื่นมาดูดวง มีประมาณครึ่งหนึ่งที่แก้ไขไม่สำเร็จ ลุงพุฒก็สอบถามรายละเอียดและวิเคราะห์ดู ดูเหมือนว่าเขาเองมีปัญหาอันเป็นประเด็นสำคัญๆอยู่ในเรื่องของ ทิฎฐิ(ความเห็น) หรือ ทัศนคติ (การมองปัญหา) ที่ไม่ได้รับการปรับให้เหมาะสมก่อน จึงทำให้ไม่สามารถรับมือกับปัญหา หรือแก้ไขปัญหาได้ ส่วนอีกครึ่งหนึ่งที่แก้ไขไม่สำเร็จ ก็เพราะไม่ตระหนักถึงความสำคัญในคำแนะนำในการแก้ปัญหา หรือ เข้าใจไปอีกอย่าง เป็นคนละทางกัน ทำให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที ปล่อยปละละเลยให้เวลาเนิ่นนานไปจนถึงจุดแตกหักไปแล้ว
ที่ลุงพุฒกล่าวแบบนี้ บางท่านอาจจะบอกว่า เป็นกลวิธีที่ลุงพุฒจะหารายได้เพิ่ม ด้วยการเสนอวิธีสะเดาะเคราะห์และเรียกรับเงิน ซึ่งลุงพุฒขอบอกไว้ก่อนเลยครับว่า ลุงพุฒไม่รับอาสาแก้ไขเคราะห์ สะเดาะเคราะห์ให้กับใคร เพียงแต่จะบอกวิธีให้เท่านั้น เพราะถือตามหลักคำขององค์พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ว่า "กมฺมุนา วตฺตตี โลโก สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม" ใครทำกรรมใดมา ก็ต้องรับผลของกรรมอันนั้น ไม่ว่าจะเป็นกรรมดี หรือกรรมชั่ว หากจะแก้ไขผลของกรรม ก็ต้องสร้างกรรมใหม่อันเป็นกุศล-มหากุศล เข้าไปแก้ไข หรือ ชำระผลของกรรม ที่ตนเคยสร้างมาในอดีต คนอื่นจะไปทำแทนไม่ได้ หากอธิบายง่ายๆก็ต้องบอกว่า ใครหิว คนนั้นก็กินข้าว เราไม่สามารถให้คนอื่นกินแทนแล้วเราจะอิ่มแทนได้ เว้นแต่ว่าเราพลอยยินดีที่คนอื่นได้กินข้าวแก้หิว เราอาจได้ความอิ่มอกอิ่มใจ มีความสุขใจ และอาจอิ่มได้ แต่ก็ชั่วคราวเท่านั้น สุดท้ายเราก็ต้องมากินเองอยู่ดี
พลอยยินดีในการทำบุญ ท่านใช้คำว่า "อนุโมทนา" ซึ่งท่านเปรียบเอาไว้ว่า ได้เหมือนกับตนเองทำเหมือนกัน แต่ผลบุญได้มาเพียง 10% เท่านั้นเอง ไม่ได้ผลเท่ากับที่เราไปทำเองหรอกครับ ลุงพุฒจึงไม่รับทำการสะเดาะเคราะห์ให้กับใครนะครับ
ลุงพุฒเล่าเรื่องที่เป็นเหตุให้ลุงพุฒมีความสุขใจบ้างดีกว่า แต่ขอยกตัวอย่างเพียง 2 - 3 รายก็คงจะพอ หากมากกว่านั้นคงจะเยิ่นเย้อ และยาวเกินไป
คงจำกันได้ว่าก่อนหน้านี้ ลุงศรได้ฝากประกาศขอรับบริจาค เพื่อสร้างพระพุทธรูปเนื้อเงิน ซึ่งได้รับการบริจาคจนสามารถสร้างได้ถึง 2 องค์ มีบางท่านที่มาดูดวงกับลุงพุฒ และได้ฝากเงินไปทำบุญด้วยเช่นกัน และเมื่อ 2 วันก่อนก็ได้พบกันอีก เธอมาเล่าให้ฟังว่า ช่วงนี้เธอมีความสุขมากขึ้น จิตใจสงบกว่าแต่ก่อน ไม่ทุกข์ไม่ทุรนทุราย ส่วนปัญหาที่พบอยู่ แม้จะยังไม่คลี่คลายไปมากนัก เพราะเป็นปัญหาที่เรื้อรังมานานกว่า 10 ปี แต่เธอก็มีกำลังพร้อมที่จะกลับไปสู้อีก ไม่ท้อถอยทอดถอนใจอย่างแต่ก่อนแล้ว
อีกรายหนึ่ง พบกับปัญหาที่ค่อนข้างใหญ่ เพราะได้ลงทุนทำบ้านขาย พบกับปัญหาว่ายอดขายไม่ค่อยจะดีนัก และมักเกิดรายจ่ายที่ทำให้รายได้ที่ได้จากการขายบ้านแทบไม่เหลืออะไรเลยในแต่ละเดือน บางทียังพบว่าลูกค้าเองได้ไปขอเลื่อนนัดหมายโอนบ้าน-ชำระเงินไปเสียเฉยๆอย่างนั้น แม้ว่าทางธนาคารจะอนุมัติเงินกู้แล้วก็ตาม แต่หลังจากที่เขาได้ไปทำอย่างที่ลุงพุฒแนะนำเพียง 2 - 3 วัน ยอดขายกลับกระเตื้องขึ้นอย่างมาก บางวันมีเรื่องแปลกๆ มีลูกค้าที่ต้องการซื้อบ้าน 2 - 3 หลัง ติดๆกัน เพื่อให้ได้อยู่รวมกันกับพี่น้อง ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เขาไม่เคยเจอ ตอนนี้ก็เลยเริ่มสบายใจ เพราะมีผลกำไรให้เห็นเป็นกอบเป็นกำ
มีรายหนึ่ง เป็นเรื่องที่เขาแปลกใจ และดีใจมาก เขามีปัญหากับหัวหน้างานมาเป็นระยะเวลานานแล้ว ทำให้คิดอยากจะออกจากงาน แต่ก็ยังสมัครงานที่ไหนไม่ได้ ทำให้รู้สึกเป็นทุกข์มาก เพราะต้องกระทบกระทั่งกับหัวหน้างานอยู่เรื่อยๆ เมื่อเขามาดูดวงกับลุงพุฒ ก็แนะนำวิธีการแก้ไขให้เขาไป หลังจากที่เขาไปทำแล้ว ผ่านไปเพียง 3 วัน เขาก็มาเล่าให้ฟังว่า ตอนนี้เขาพ้นไปจากหัวหน้างานคนนั้นแล้ว Big Boss ได้มอบหมายงานใหม่ให้เขาทำ และไม่ต้องไปอยู่ภายใต้หัวหน้างานคนเดิม แต่ขึ้นตรงต่อ Big Boss เลย เขาดีใจมาก
กับอีกรายหนึ่งก็น่าแปลก ร่ำๆจะลาออกจากงานเพราะงานรัดตัวและสร้างความเครียดให้กับเธอมาก เพื่อนของเธอก็แนะนำให้มาดูดวงกับลุงพุฒ ลุงพุฒแนะนำวิธีการแก้ไขให้เธอไปแล้ว เพื่อนของเธอคนนี้ก็รอดูว่าจะเป็นไปตามที่พยากรณ์เอาไว้หรือไม่ ว่าตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม นี้ เรื่องวุ่นวายทุกอย่างจะจบลง ในที่สุดเพื่อนของเธอก็กลับมาเล่าให้ฟังว่า ตอนนี้ไม่คิดจะลาออกจากงานแล้ว เธอได้ไปทำตามที่แนะนำเอาไว้ และตอนนี้ก็สบายดี มีความสุขมาตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม ตามที่ได้บอกเอาไว้ เพื่อนของเธอเพิ่งจะมาเล่าให้ฟังเมื่อวานซืนนี้เอง (10 สิงหาคม)
ความสุขของลุงพุฒก็อยู่ที่ คำแนะนำที่ลุงพุฒได้แนะนำไป เป็นประโยชน์กับเขา ทำให้เขา้แก้ไขปัญหาได้ และมีความสุข ทำให้รู้สึกว่า ลุงพุฒเองก็ยังพอจะมีประโยชน์ต่อผู้อื่น ลุงพุฒไม่กล้าใช้คำว่า ช่วยเหลือผู้อื่น เพราะดูเหมือนว่าจะเป็นการยกยอตัวเองเกินไป แม้ว่าจะได้ยินคำพูดทำนองนี้กับผู้ที่มาดูดวงกับลุงพุฒหลายๆคนก็ตาม (คำพูดที่ฟังดูแล้วเกินจริง(เว่อ)มากกว่านี้ก็มีอีก ลุงพุฒได้ฟังก็ยิ้มๆ เพราะสำนึกตัวเองอยู่เสมอว่า เราก็เป็นมนุษย์ธรรมดาๆคนหนึ่งเท่านั้นเอง ไม่ได้วิเศษวิโสอะไร) ลุงพุฒยังชอบคำว่า "มีประโยชน์กับผู้อื่น" มากกว่า และมีความมุ่งหมายที่จะทำประโยชน์ให้กับผู้อื่นเท่าที่ตนเองพอจะมีกำลังทำ
วันนี้ขอยกตัวอย่าง-เล่าความสุขเล็กๆของลุงพุฒแค่นี้ก่อนครับ สวัสดีครับ
ลุงพุฒ
12 สิงหาคม พ.ศ.2549
|