|
ดาวราหู และการปฎิวัติ-รัฐประหาร
สวัสดีครับ
วันนี้น่าจะจบในเรื่องของดวงเมืองเสียที ลุงพุฒตั้งใจจะจบเรื่องของดวงเมืองเพียงดาวราหูเท่าันั้น เหตุเพราะในสมัยที่เรากำลังสร้างบ้านแปงเมืองหลังจากเสียกรุงศรีอยุธยาให้กับพม่า และย้ายเมืองหลวงออกมาจากกรุงธนบุรี ความรู้ทางโหราศาสตร์ของไทยในสมัยนั้น ก็มีเพียงดาวราหูเท่านั้นเองครับ

ดาวราหู (8) ในสมัยโบราณ มีความหมายถึงชาวต่างชาติ และมีความหมายเฉพาะเจาะจงลงไปที่ชาวจีนและชาวตะวันตก การที่บรมครูของไทยเลือกดาวราหูเอาไว้ที่เรือนวินาส ก็เพื่อให้มีความหมายว่า "พินาศ" ไป ด้วยตั้งใจที่จะให้บ้านเมืองปลอดภัย แต่ในปัจจุบันนี้ลุงพุฒมีความเห็นที่ต่างออกไปจากตำราโบราณ จากประสบการณ์ของทั้งท่านอาจารย์ของลุงพุฒ และของลุงพุฒเองจะพบว่า ความหมายของคำว่าวินาส หมายถึง ทำให้เจ้าชะตาวินาส มิใช่มีความหมายว่า จะทำให้สิ่งที่มีความหมายของดาวราหูวินาสไป กล่าวสั้นๆก็คือ ดวงเมืองชี้ให้เห็นว่า เราตกอยู่ภายใต้การบ่อนทำลายของดาวราหู แต่เราก็ยังโชคดีครับ ที่โบราณาจารย์ได้ผูกดวงเมืองไว้ป้องกันอีกชั้นหนึ่ง ก็คือ ดาวราหูยังคงสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลัคนาดวงเมือง มีเส้นสีเขียวส่งถึงลัคนา แสดงให้เห็นว่า ไม่ว่าอิทธิพลของดาวราหูจะทำร้ายทำลายดวงเมืองเพียงใด แต่ก็ไม่อาจทำได้ถึงที่สุด และจะ่ส่งผลดีกับดวงเมืองในที่สุด ด้วยประสบการณ์ หรือการได้ลองผิดลองถูกมาแล้ว รวมทั้งการปฎิบัติการใต้ดิน หรือการฑูตแบบสองด้าน
ความหมายของดาวราหูในดวงเมืองปัจจุบัน มีความหมายชัดเจนว่าเป็นเรื่องของ "การเมือง" และมีความหมายเฉพาะด้วยว่า "นักการเมือง" คำๆนี้ไม่มีในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์แน่นอน เหตุที่มีการมองว่าดาวราหูคือการเมือง เหตุเพราะดาวราหูมีความหมายในตัวเองอย่างชัดเจนว่า "เป็นเรื่องไม่จริง" เพราะจริงๆแล้วดาวราหูคือจุดของเงา ทั้งราหูอมจันทร์ หรือราหูอมอาทิตย์ ก็เป็นเงาทั้งสิ้น
การเมืองเป็นเรื่องที่ต้องใช้เล่ห์กล ไหวพริบ และแสดงละครสร้างเรื่องเพื่อให้ตนและหมู่คณะของตนบรรลุวัตถุประสงค์ เมื่อไปอยู่ในเรือนวินาส ก็บ่งบอกว่าจะต้องเป็นการทำในทางด้านลับ มีการนัดแนะนในที่ไม่เปิดเผย แล้วจึงมาสร้างละครให้ผู้ชมทางบ้าน หรือ ชาวบ้านได้รับฟังรับชม พอให้เพลิดเพลินใจไป แต่นักการเมืองก็จะได้ผลตามเป้าประสงค์ของเขาไปแล้ว เมื่อดวงเมืองเป็นเช่นนี้แล้ว โอกาสที่เราจะได้เห็นนักการเมืองมือสะอาด พูดจาตรงไปตรงมา และหวังดีต่อบ้านเมือง จึงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก และไม่ใช่เฉพาะนักการเมืองโดยตรงเท่านั้น หากใครเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมือง ก็จะต้องรับอิทธิพลของดาวราหูที่อยู่ในเรือนวินาสไป และค่อยๆกลับกลายไปเป็นเช่นเดียวกันกับนักการเมือง แม้ว่าในตอนแรกจะไม่ได้มีเจตนาเป็นเช่นนี้เลยก็ตาม
อย่าแปลกใจ หากนักการทหารที่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมืองนานเกินไป เสพอำนาจนานเกินไป จะกลับกลายเปลี่ยนสีตนเองให้เป็นเหมือนนักการเมือง และมีพฤติกรรมไม่ต่่างจากนักการเมือง
แต่ที่ลุงพุฒกล่าวเช่นนี้ ใช่ว่าจะไม่มีทางแก้ไข ขอให้ดูตัวอย่างของ พล.เอก เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ท่านเป็นที่ชื่นชอบของลุงพุฒมาตั้งแต่สมัยที่ลุงพุฒยังไม่ได้เป็นผู้ใหญ่เต็มที่อย่างทุกวันนี้ เพราะชื่นชมในความสามารถของท่านที่นำพาประเทศชาติผ่านพ้นวิกฤติในปี พ.ศ.2528 มาได้ ทุกๆมาตรการที่ถูกนำมาใช้ในปี พ.ศ.2527 นั้น ลุงพุฒเห็นด้วยทุำกกรณี แม้ว่าจะเพื่อนฝูงและผู้ใหญ่ในสมัย จะเอาแต่ก่นด่ากันก็ตาม แต่ลุงพุฒเห็นว่า ท่านทำเพื่อบ้านเมืองจริงๆ
การกระทำของ พล.เอก เปรม ติณสูลานนท์ ก็เป็นตัวอย่างอันหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า หากเรามีความเชื่อมั่นและศรัทธาในความดีอย่างแน่นแฟ้น ประพฤติตนให้คงเส้นคงวา ก็สามารถเป็นนักการเมืองที่มีคุณภาพได้เช่นกัน ไม่จำเป็นต้องละทิ้งอุดมการณ์ใส่ลิ้นชัก แล้วผิดคำสาบานวัดพระแก้ว จนในที่สุดก็เอาตัวเองไม่รอด ความเป็นมนุษย์ที่แท้จริง คือ มีจิตใจสูงและมั่นคงได้แค่ไหน หาใช่มีความร่ำรวยไม่ "มนุษย์"โดยรากศัพท์ของตัวมันเองแล้ว มีความหมายว่า "ผู้มีจิตใจสูง" ต่างจาก "คน" ที่มีจิตใจที่แสนจะวุ่นวาย และหาความสงบ-สันติไม่ได้เลย
ลุงพุฒขอบอกไว้ก่อนว่า ผู้ที่สนใจจะเข้ามาสู่การเมือง ก็ขอให้สังเกตจิตใจของตนเองให้ดีๆ ขอให้หมั่นตามรู้กายตามรู้ใจเนืองๆ จะเป็นเครื่องช่วยกั้นไม่ให้ตนเองหลงใหลไปในโลกธรรม ได้แก่ ได้ลาภ ได้ยศ ได้เสียงสรรเสริญ ได้ความสุข จนลืมด้านลบของโลกธรรม คือ เสื่อมลาภ เสื่อมยศ มีเสียงนินทา และเป็นทุกข์ หลงลืมตนเองไปจนคิดว่าตนเป็นผู้ที่จะไม่มีใครมาโค่นล้มได้ เป็นอมตะ เป็นผู้เก่งกาจสามารถเหนือผู้อื่น จนลืมวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการเป็นนักการเมือง คือ ผู้ที่เสียสละมาทำงานให้กับประเทศชาติ ประชาชน ด้วยความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ พระมหากษัตริย์ ประพฤติตนที่ดีตามคำสอนในศาสนาที่ตนนับถือ หากทำได้เช่นนี้ ก็จะได้เป็นนักการเมืองที่มีผู้คนเคารพนับถือตลอดกาล
อีกเรื่องที่ลืมบอกไป ดาวราหูมีความหมายถึงแฟชั่นด้วยนะครับ ดังนั้นหากจะผลักดันให้เมืองกรุงเทพฯเป็นเมืองแฟชั่น อาจะต้องทำให้สอดคล้องกับเรือนวินาสด้วย จะำทำให้ผลักดันไปได้ง่ายๆ และอยู่ได้นาน นั่นก็คือ ต้องเป็นแฟชั่นที่ต้องอิงอยู่กับวัฒนธรรมประเพณีโบราณ ดังเช่นโครงการศิลปาชีพเป็นต้น จะทำให้เกิดความยั่งยืน ยาวนาน และได้ผลกำไรกลับมาคุ้มค่าเหนื่อย
วกกลับมาเรื่องที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่ง ที่หลายท่านอาจจะยังสนใจอยู่ ก็คือ เรื่องการทำการปฎิวัติ-รัฐประหาร ภาษาอังกฤษเขียนว่า coup (อ่านว่า คูพ์ ตัวพ.พานไม่ออกเสียง ไม่เป็นตัวสะกด มีความหมายทั้งปฎิวัติ และรัฐประหาร) เป็นคำที่ภาษาอังกฤษยืมมาจากภาษาฝรั่งเศส (แต่ยังไม่คืน ไม่ทราบว่ายืมมาอย่างไร) ซึ่งเขียนเต็มๆว่า coup detat (อ่านว่า คู-เด-ทา) มีความหมายว่าเป็นการยึดอำนาจโดยคนกลุ่มเล็กๆ ส่วนการปฎิวัติโดยคนกลุ่มใหญ่ๆ (อาจจะใช้กำลังหรือไม่ใช้ก็ได้) จะใช้คำว่า Revolution แทน เช่นการปฎิวัติยุคสมัย ตรงนี้ลุงพุฒฟังคุณ แอนดรูว์ บิ๊กส์ เล่าให้ฟัง ถูกหรือผิด ก็ยกให้เป็นความดีความชอบของคุณ แอนดรูว์ ก็แล้วกันครับ
การปฎิวัติ-รัฐประหารที่เกิดขึ้นนั้น ลุงพุฒไม่ได้แปลกใจนัก และคิดว่าลูกค้าของลุงพุฒบางท่านก็อาจจะไม่ได้แปลกใจสักเท่าไหร่ (แต่อาจจะจำไม่ได้ เพราะไม่น่าเชื่อก็ได้) เพราะลุงพุฒเคยบอกให้จับตาดูวันที่ 22 กันยายน และวันที่ 22 ตุลาคม ว่าจะเกิดการปฎิวัติ-รัฐประหารแน่ๆ เพียงแต่มีความรุนแรงที่ต่างกัน คือ หากเกิดในวันที่ 22 กันยายน จะไม่เกิดความรุนแรง แต่หากเกิดในวันที่ 22 ตุลาคม บางที อาจเกิดเรื่องร้ายแรงกับอดีตนายกรัฐมนตรีก็ได้ (2 วัน ดังกล่าว ลุงพุฒดูมาจากดวงของอดีตนายกรัฐมนตรีเอง แต่ลุงพุฒไม่ขอนำยกเอาดวงของอดีตนายกรัฐมนตรีมาให้ดู เพราะเป็นข้อมูลส่วนตัว)
ลุงพุฒเองมีความแปลกใจนิดหน่อย ว่าทำไมเป็นวันที่ 19 ไม่ใช่วันที่ 22 ก็เลยรอดูรอฟังเหตุการณ์อยู่หลายวัน จากสถานการณ์ก็เข้าใจว่าต้องเร่งปฎิกริยาเพราะมีการไหวตัวทัน ก็เป็นการชิงไหวชิงพริบกัน แต่เนื่องจากอดีตนายกรัฐมนตรีไม่อยู่ในประเทศไทย จึงไม่อาจดำเนินการได้ดั่งใจ และฝ่ายที่ลงมือก็เร่งแผนให้เร็วกว่าเดิม 2 วัน
ดูจากดวงเมืองดีกว่าครับ เพราะเป็นข้อมูลที่เปิดเผย แต่ก็น่าแปลกใจอยู่เหมือนกันครับ ว่าเกณฑ์การปฎิวัติเกิดขึ้นมาทั้งในดวงเมือง และดวงอดีตนายกรัฐมนตรี
ดาวเนปจูน (น) จรบนท้องฟ้าในวันนั้น ซึ่งเป็นดาวที่เกี่ยวข้องกับการปฎิวัติโดยตรง อยู่ในเรือนกัมมะ และส่งอิทธพลของเส้นสีแดงไปยังลัคนา (ล) ของดวงเมือง ทำให้เงื่อนไขการปฎิวัติ-รัฐประหาร ถูกบ่มเพาะรอไว้นานแล้ว เพราะดาวเนปจูน (น) จะเดินช้ามาก
ดาวพฤหัสบดี (5) อยู่ในเรือนปัตนิ ส่งเส้นสีแดงไปยังลัคนา (ล) และส่งเส้นสีแดงไปยังดาวพฤหัสบดี (5) เดิม ซึ่งมีดาวเสาร์ (7) กุมอยู่ บ่งบอกว่า จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล (ดูเรื่องดาวพฤหัสบดีในดวงเมือง) และดาวพฤหัสบดีจรอยู่ในจุดโชคของดวงเมือง บ่งบอกว่า การเปลี่ยนแปลง จะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี
ดาวเสาร์ (7) จร ก็เป็นอีกดาวหนึ่งที่บังคับให้มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล เพราะส่งเส้นสีแดงไปยังดาวพฤหัสบดี (5) เดิม และดาวเสาร์ (7) เดิม ที่กุมกันอยู่ในดวงเมือง
ส่วนที่เลื่อนจากวันที่ 22 มาเป็นวันที่ 19 ก็เพราะดาวจันทร์ (2) จร ไปกุมกับดาวเสาร์ (7) จร ส่งแรงอิทธิพลไปกระทบกับดาวเกตุ (9) เดิม ซึ่งกุมลัคนาของดวงเมืองอยู่ก่อนแล้ว ทำให้เกิดสถานการณ์ที่สร้างแรงกดดันอย่างมากในขณะนั้น จนไม่อาจที่จะรอลงมือตามกำหนดการเดิมในวันที่ 22 กันยายน ได้
สำหรับเหตุผลที่ต้องเลือกเอาเวลา ก่อน 21 นาฬิกา ไปเล็กน้อยไม่ใช่เวลาอื่นๆ เช่น ใกล้เช้า เพราะลัคนา (ล) จร กำลังเดิมมาทับลัคนา (ล) เิดิม ฝ่ายที่วางแผนจะวิเคราะห์สถานการณ์และเห็นว่า หากจะลงมือ ก็ต้องลงมือเวลานี้ จึงจะเหมาะสมกับสถานการณ์ที่สุด หากช้ากว่านี้ไปอีกก็จะไม่ทันการณ์
ลุงพุฒวิเคราะห์ให้เห็นตามหลักวิชาของโหราศาสตร์ ซึ่งบางท่านอาจจะมองว่า หากเรามีข้อมูลที่ถูกต้องและวิเคราะห์เป็น ไม่ต้องอาศัยการดูดวงก็ได้ ซึ่งลุงพุฒก็ยอมรับ เพราะทั้งโหราศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ก็พยายามที่จะอธิบายธรรมชาติอันเดียวกัน แต่เหตุที่คนเรามักทำไม่ได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเราจะหาข้อมูลไ้ด้จากที่ไหนให้แม่นยำ ถูกต้อง และอีกส่วนก็คือ เราจะวิเคราะห์และตัดสินใจโดยปราศจากอคติได้อย่างไร และหากคนไทยทำได้อย่างนั้นจริงๆ ทำได้กันเยอะๆ ลุงพุฒก็ยินดีมาก เพราะจะทำให้ประเทศชาติเ้ข้มแข็ง มีคนที่มีคุณภาพเป็นจำนวนมาก และเราคงจะหลุดออกจากวังวนของการปฎิวัติ-รัฐประหาร รวมทั้งอยู่ในสังคมกันอย่างมีความสุข มีความเอื้ออาทรต่อกันจริงๆ ตัวลุงพุฒเองก็ไม่ชื่นชอบการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบเลยครับ
สำหรับในเรื่องต่อไป ลุงพุฒจะเขียนในเรื่อง "ดูดวง ดูหมอ ดูจิต" นะครับ ซึ่งลุงพุฒเองก็จะพยายามถ่ายทอดประสบการณ์ของตัวเองออกมาเป็นตัวหนังสือ แต่ก็ยังไม่ทราบว่าจะได้สักเท่าไหร่ ขอยอมรับจริงๆเลยครับว่า ลองเขียนแล้วก็ออกทะเลจนต้องฉีกทิ้งไปก็หลายหนแล้ว แต่คิดว่าจะพยายามทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ
ลุงพุฒ
27 กันยายน พ.ศ.2549
|