|
เผาจริง-เผาหลอก
สวัสดีครับ
ลุงศรกับลุงเบิ้มยังตั้งท่าจะเขียนเรื่องใหม่กันไม่เสร็จ จะทวงเรื่องบ่อยๆก็เกรงใจ เขียนเสร็จเมื่อไหร่ ก็คงจะส่งเรื่องมาเอง วันนี้ลุงพุฒก็เลยขอเป็นมวยแทน เขียนติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 3 นะครับ
คอการเมืองที่ติดตามการเมือง-เศรษฐกิจไทยมานานกว่า 10 ปี จะต้องคุ้นเคยคำนี้นะครับ "เผาจริง-เผาหลอก"
เผาจริง-เผาหลอก ถูกนำมาใช้ครั้งแรกในประเทศไทย ก่อนที่ประเทศไทยจะถูกนำไปเข้าโปรแกรม IMF ในปี พ.ศ. 2540 ได้สักประมาณ 2 ปีเศษๆ เกือบๆ 3 ปีครับ สถานการณ์ในตอนนั้นอยู่ในสภาวะ ค่าเงินบาทแข็งเกินจริง และการส่งออกถดถอย ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นประมาณกลางปี พ.ศ.2537 ครับ ความหมายของ เผาจริง-เผาหลอก ก็คือ การได้พบกับเศรษฐกิจถดถอย (regression) จริงหรือเป็นเพียงแค่มีแนวโน้ม ถ้าถดถอยจริงก็เผาจริง ถ้าเพียงทำท่าแต่ยังไม่ถดถอยจริง ก็เผาหลอก
ในวันนี้ เริ่มมีการพูดถึงสถานการณ์ เผาจริง-เผาหลอก กันอีกครั้งหนึ่งแล้ว ลุงพุฒไปนั่งทานก๋วยเตี๋ยวตอนกลางวัน ก็ให้บังเอิญหยิบ นสพ.ไทยรัฐฉบับวันจันทร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549 ขึ้นมาอ่าน อ่านไปทานไป (ผิดหลักสุขอนามัยนะครับ เพราะว่าจะทำให้เกิดปัญหาโรคกระเพาะได้ง่าย) ก็พลิกอ่านไปจนถึงหน้าหลังๆ ก็ได้อ่านบทความทางเศรษฐกิจของไทยรัฐ ชื่อคอลัมน์ สกู๊ปเศรษฐกิจ ชื่อเรื่อง สัญญาณร้ายค่าบาทแข็ง รายได้ส่งออกวูบหนักบั่นทอนเศรษฐกิจ ท่านใดสนใจก็คลิ้กที่ชื่อคอลัมน์ แวะไปอ่านกันได้ครับ

ดวงดาวบนท้องฟ้า เดือนตุลาคม พ.ศ.2537
ลุงพุฒได้วงกลมสีแดงเอาไว้ ในเดือนตุลาคม พ.ศ.2537 เป็นจุดเริ่มต้นของเศรษฐกิจถดถอยอย่างแท้จริง มีดาวใหญ่ๆที่ส่งผลกระทบอยู่ 2 ดาว คือ ดาวพฤหัสบดี (5) และดาวราหู (8) ในครั้งนั้น เราแก้ไขปัญหาดุลบัญชีเดินสะพัดด้วยการปล่อยให้มีการกู้เงินระยะสั้น เพื่อแก้ไขปัญหาดาวพฤหัสบดี (5) ที่กำลังส่งรัศมีสีแดงไปถึงลัคนา (ล) โดยหลงเข้าใจผิดกันไปว่า เป็นทางแก้ไขที่ถูกต้อง เข้าทางอิทธิพลของดาวราหู (8) ที่กำลังส่งอิทธิพลแห่งความหลอกลวงเข้าไป
แต่ดวงดาวบนท้องฟ้าในวันนี้มีความแตกต่างกันไปครับ

ดวงดาวบนท้องฟ้า วันจันทร์ที่ 13 เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2549
จะเห็นว่า มีข้อเท็จจริงของโหราศาสตร์ที่แตกต่างกันครับ ดาวราหู (8) จร ที่เคยอยู่ในเรือนปัตนิของดวงเมือง ตอนนี้ไปอยู่ในเรือนลาภะ แต่ส่งอิทธิพลรบกวนกับดาวอาทิตย์ (1) ในดวงเดิม และมีดาวเนปจูน (น) อยู่ในเรือนกัมมะ กุมดาวพลูโต (พ) เดิม
เฉพาะในเรื่องของการแข็งค่าของเงินบาทและกระทบกับการส่งออกอย่างไร เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องแก้ไขจริงจัง เพราะไม่ได้กระทบเฉพาะกับการส่งออกซึ่งเรามีคู่แข่งสำคัญที่คอยตัดราคาสินค้าของเราในตลาดโลก คือ ประเทศจีน เท่านั้น หากแต่จะกระทบกับอุตสาหกรรมการท่ีองเที่ยวด้วย เพราะค่าเงินบาทที่แข็งขึ้น ทำให้ค่าใช้จ่ายที่นักท่องเที่ยวต้องตระเตรียมมาใช้จ่ายในประเทศไทย ก็ต้องเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน และที่สำคัญก็คือ ไม่มีเหตุผลอะไร ที่ค่่าเงินบาทจะต้องเข้มแข็งมากขนาดนั้น เศรษฐกิจของเรายังไม่ได้มีความเข้มแข็งจนสามารถดันให้ค่าเงินบาทของเราต้องสูงขึ้นไปขนาดนั้น
เมื่อพิจารณาดาวราหู (8) และดาวเนปจูน (น) ซึ่งหมายถึงการเล่นงานใต้ดิน และการหลอกลวงแล้ว ลุงพุฒเข้าใจว่า มีความเป็นไปได้ที่มีแผนการที่จะเล่นงานประเทศไทยโดยอาศัยการแข็งค่าของเงินบาทเกินจริง ทำให้เศรษฐกิจไทยอ่อนแอ เพราะการส่งออกและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวถดถอย เศรษฐกิจก็จะถดถอยไปตามลำดับ จากนั้นก็จะดำเนินการโจมตีค่าเงินบาท ทุบค่าเงินบาทให้อ่อนลง และอาศัยความตื่นตระหนกเข้าไปจัดการกวาดต้อนซื้อหุ้นในตลาดหุ้นราคาถูก เนื่องจากในตอนนี้มีการเปิดให้มีการนำเงินดอลลาร์จากต่างประเทศ เข้าไปซื้อขายหุ้นในตลาดได้โดยตรง
อาจจะมีแผนการที่ซับซ้อนมากกว่าที่ลุงพุฒจะจินตนาการได้ เพราะลุงพุฒเองก็เห็นข้อมูลอันจำกัด เพียงแต่ได้เห็นดวงดาวบนท้องฟ้าประกอบเหตุการณ์ ทำให้เข้าใจแนวทางที่สถานการณ์กำลังจะเป็นไป และเชื่อว่า หากรัฐบาลเฝ้าจับตามองเรื่องเหล่านี้อย่างจริงจัง อย่ามัวแต่เผลอไล่ล่ากรณีทุจริต และบางส่วนพยายามที่จะปกป้องลูกน้องของตนเอง จนหลงลืมการเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ลุงพุฒก็เชื่อว่า หลังวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ.2549 ไปแล้ว รัฐบาลน่าจะเห็นสถานการณ์ชัดเจนขึ้น และหากว่ารัฐบาลวางแผนรัดกุมได้ดีพอแล้ว เราอาจเจ็บตัวกันบ้างในปี พ.ศ.2551 แต่จะไม่ต้องเจ็บปวดทุกข์ทรมานกับปี พ.ศ.2552 เท่าใดนัก และประเทศชาติคงจะอยู่รอดปลอดภัย ไม่ต้องสิ้นเนื้อประดาตัวเหมือนเหตุการ์ในปี พ.ศ. 2540 กันอีก
วันนี้ พอกันแค่นี้ก่อน สวัสดีครับ
ลุงพุฒ
13 พฤศจิกายน พ.ศ.2549
|