|
ความกังวลกับเศรษฐกิจไทย และบทบาทของธนาคารแห่งประเทศไทย
สวัสดีครับ
ลุงพุฒท่าทางจะจบไม่ลงกับดวงเมืองเสียแล้วล่ะครับ เพราะในช่วงนี้มีข่าวสารให้ติดตาม และชวนให้วิเคราะห์โดยอาศัยการผสมผสานกับข้อมูลทางโหราศาสตร์ไม่น้อยเลยทีเดียวครับ เพราะสถานการณ์การเมืองและเศรษฐกิจ มีเรื่องราวให้ติดตาม และอยู่ในสถานการณ์คาบลูกคาบดอก หากตัดสินใจผิด หรือแม้แต่ตัดสินใจที่จะละเลยสัญญาณเตือนสำคัญๆทางเศรษฐกิจบางประการ อาจเป็นเหตุให้เราต้องพบกับสภาวะการณ์ที่ยากลำบากได้
ในระยะนี้ เราจะได้ยินข่าวคราวเรื่องค่าเงินบาทที่แข็งแกร่งเกินความเป็นจริง มีเหตุเนื่องมาจากที่ประเทศไทยมีทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศในอัตราสูง แต่สาเหตุอะไรที่เป็นเหตุให้ทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศอยู่ในอัตราสูงนั้น ไม่มีใครมาบอก แม้แต่ผู้ที่ดูแลเรื่องนี้โดยตรง คือ ธนาคารแห่งประเทศไทย
เงินบาทเริ่มแข็งค่าขึ้นเมื่อมีข่าวเกี่ยวกับดีลของเทมาเส็กเข้ามาซื้อหุ้นชินคอร์ป จากคำอธิบายว่ามีเงินดอลลาร์ไหลเข้าประเทศเนื่องจากเป็นการเตรียมเข้าซื้อหุ้นชินคอร์ปของเทมาเส็ก เป็นข่าวที่ทุกคนเชื่อ เพราะฟังดูมีเหตุผลดี แต่เมื่อมีการเปิดเผยรายละเอียดในการเข้าซื้อหุ้นชินคอร์ปของเทมาเส็กแล้ว กลับปรากฎว่า เงินทั้งหมดเป็นเงินที่ได้มาจากภายในประเทศไทยเอง แล้วทำไมเงินบาทถึงแข็งค่าขึ้น แล้วทำไมจึงมีทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศเพิ่มมากขึ้น ก็ไม่มีใครอธิบายออกมา รวมทั้งสื่อก็ไม่ตั้งคำถาม เพราะให้ความสนใจกับดีลของเทมาเส็กมากกว่าเรื่องนี้
แต่เพราะลุงพุฒเคยผ่านวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจ ทั้งในปี พ.ศ.2528 และ พ.ศ.2540 ทำให้ลุงพุฒไม่มีความสบายใจกับกรณีที่เงินบาทแข็งค่าขึ้นเลย เพราะรู้ดีว่าประเทศไทยนั้นเป็นประเทศที่มีการใช้จ่ายเงินทองเพื่อซื้อสินค้าจากต่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเภทฟุ่มเฟือยอยู่มาก ในขณะที่การส่งออกส่วนใหญ่ยังเป็นสินค้าเกษตร ซึ่งมีราคาค่อนข้างต่ำ ใช้เวลาการผลิตยาวนาน และขาดความแน่นอน ขึ้นกับลมฟ้าอากาศและภัยธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่ หากเงินบาทแข็งค่าขึ้น นอกจากสินค้าเกษตรจะขายได้น้อยลงแล้ว เรายังต้องใช้เงินมากขึ้นในการซื้อสิ้นค้าฟุ่มเฟือยเข้าประเทศ เพราะราคาสินค้าเหล่านั้นจะถูกลง จนทำให้สามารถขายฐานของลูกค้าได้ง่ายขึ้น ยอดขายก็มากขึ้นตามไปด้วย
และในขณะนี้ สถานการณ์ส่งออกก็ไม่ได้เป็นไปในทิศทางที่น่าวางใจได้สักเท่าไหร่ ลองอ่านบทความในหนังสือพิมพ์มติชนดูนะครับ เรื่อง ส่งออกชี้ค่าบาทถึงจุดอันตราย ฉบับวันศุกร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ.2549 ก็ลองอ่านกันดูนะครับ
ก่อนหน้านี้ เคยมีข่าวที่แสดงถึงความกังวลเรื่องการแข็งตัวค่าเงินบาทก็หลายหน แต่คำชี้แจงจากธนาคารแห่งประเทศไทย ก็มักจะชี้แจงว่า ค่าเงินบาทไม่ได้แข็งตัวขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินสกุลอื่นในภูมิภาคเดียวกัน ลุงพุฒฟังในตอนแรกก็เืชื่อโดยสนิทใจว่า ค่าเงินบาทได้รับการดูแลด้วยความรอบคอบจริง แต่เมื่อสังเกตเห็นราคาสินค้าที่มาจากประเทศจีนถูกมากๆ ก็สงสัยในใจว่าทำไมเศรษฐกิจของจีนดีติดต่อกันมาหลายปีแล้ว แต่สินค้าของจีนยังคงมีราคาถูกในสายตาคนไทย จะอ้างว่าสินค้าของจีนถูกเพราะค่าแรงต่ำ แต่การอธิบายเช่นที่ว่านั้น ไม่ได้อธิบายว่า ทำไมสินค้าของจีนถึงยังถูกอยู่ได้ ในขณะที่ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของจีน กำลังขึ้นสูงที่สุดในโลก ดังนั้น คำอธิบายเดียวที่พอจะฟังได้ก็คือ ค่าเงินหยวนของจีนกำลังอ่อนตัวลงเมื่อนำมาแลกกับค่าเงินบาทไทย หรือจะพูดว่า ค่าเงินบาทไทยแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินหยวนของจีนก็ได้ ดังนั้น คำว่า ภูมิภาคนี้ ตามความหมายของธนาคารแห่งประเทศไทย คงไม่ได้รวมเอาประเทศจีนเข้าไว้ด้วย แต่ก็ไม่ทราบว่าหมายถึงประเทศใดบ้าง แต่ที่แน่ๆ สินค้าจากประเทศไทยจะแพงขึ้นเมื่อเทียบกับประเทศจีนแน่นอน
ถ้าหากค่าเงินบาทแข็งขึ้น ในขณะที่เศรษฐกิจของประเทศไทยแข็งแกร่งขึ้น ลุงพุฒก็คงจะไม่เป็นห่วงเป็นกังวลใจ แต่ความรับรู้ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ประเทศไทยมีเศรษฐกิจแข็งแกร่งจริงตามที่ค่าเงินควรจะแข็งขึ้นหรือ

ดวงดาวบนท้องฟ้า วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ.2549
ลุงพุฒได้วงกลมสีแดงเอาไว้ที่ดาวพฤหัสบดี (5) และดาวอาทิตย์ (1) ที่อยู่ในเรือนมรณะ แต่ไม่ได้วงดาวศุกร์ (6) ที่อยู่ในจุดเคราะห์ เพราะเป็นสีแดง ดาวทั้ง 3 ดวงนี้ บ่งบอกว่า เศรษฐกิจของประเทศไม่ได้ดีอย่างที่คิด ดังนั้นแม้จะมีข่าวว่า การส่งออกกำลังดีขึ้น ลุงพุฒก็ยังไม่อาจเชื่อได้ว่า จะดีขึ้นได้จริง โดยเฉพาะเงินที่ได้จากการส่งออกจะไปไหลไปถึงเกษตรกรได้อย่างไร หรือว่าเงินที่ได้นี้ไหลไปสู่ภาคอุตสาหกรรมแทน ซึ่งเป็นภาคที่มีความแข็งแกร่งอยู่ในตัวเองอยู่แล้ว ตรงนี้ไม่มีคำอธิบาย ดังนั้นความกังวลว่าเศรษฐกิจไทยไม่ได้แย่ลงนั้น ยังไม่อาจวางใจได้
ดาวพฤหัสบดี อยู่ในเรือนมรณะของดวงเมือง บ่งบอกว่าเศรษฐกิจจะย่ำแย่ลง มีความทุกข์ยากลำบาก ขายของได้น้อย แต่จ่ายเงินมาก ดูแล้วก็สอดคล้องกับช่วงเวลานี้ไม่น้อย เพราะเกษตรกรของไทยส่วนใหญ่กำลังอยู่ในช่วงระทมทุกข์เพราะน้ำท่วมหนักและขัง ความช่วยเหลือที่เข้าไป ไม่แน่ใจว่าเพียงพอและทั่วถึงแค่ไหน เพราะ่ข่าวไม่ได้ออกมา มีแต่ข่าวเรื่องคลื่นใต้น้ำและการเมือง ซึ่งเป็นข่าวที่ตอบสนองต่อคนไทยที่อยู่ในเขตเมือง โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ควรจะมีข่าวเรื่องการเยียวยาน้ำท่วมมากกว่านี้ ซึ่งมีหลากหลายวิธีที่ทำให้ข่าวการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมได้มากกว่า
ทำไมลุงพุฒถึงได้พยายามเน้นเรื่องการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัย ให้กว้างขวางอย่างทั่วถึงและเพียงพอ ก็เพราะดาวพฤหัสบดีอยู่ในเรือนมรณะของดวงเมือง นอกจากจะบ่งบอกเรื่องเศรษฐกิจไม่ดีแล้ว การช่วยเหลือเยียวยาดังกล่าว เป็นการบริจาคทาน และเป็นการสะเดาะเคราะห์ ผู้ที่เข้าไปช่วยเหลือสละเงินทองหรือข้าวของต่างๆ จะไม่ต้องไปรับผลทุกข์ร้อนหรือมีผลกระทบจากเศรษฐกิจเนื่องจากดาวพฤหัสบดีที่อยู่ในเรือนมรณะอีก ทำให้หากเกิดวิกฤติเศรษฐกิจอีก ผู้ที่เข้าไปช่วยเหลือก็จะไม่ได้รับผลกระทบ หรือหากมีผลกระทบก็เป็นแต่น้อย ดังนั้นคนเมืองโดยเฉพาะคนกรุงเ้ทพฯ ซึ่งเกษตรกรเป็นผู้เสียสละ ยอมรับภาวะน้ำท่วมแทนคนกรุงเทพฯ ก็ควรที่จะเข้าไปช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ที่เขาได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ไม่ว่าจะเป็นในช่วงนี้ หรือช่วงหลังน้ำลดซึ่งต้องการการฟื้นฟูเพราะภาวะเรือกสวนไร่นาล่มไปพร้อมกับน้ำท่วม รวมทั้งหนี้สินเกษตรกรที่มากมายท่วมท้นด้วย
สิ่งหนึ่งที่สะท้อนภาพของความน่ากังวลในเรื่องภาวะเศรษฐกิจในอนาคตที่แจ่มชัดยิ่งขึ้นก็คือ หนี้สินของเกษตรกรที่เป็นหนี้ที่ขาดความสามารถในการชำระคืน เพราะส่วนหนึ่งที่ค่อนข้างมาก ต้องประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ บางส่วนก็นำเงินกู้ที่ได้ไปใช้ซื้อสิ่งของที่ไม่ทำให้เกิดการผลิตงอกเงย ไม่นำไปลงทุนในเรื่องของความรู้ บางครั้งก็ยังไปลงทุนโดยขาดทักษะและความชำนาญทางด้านการตลาด และจำใจต้องเป็นหนี้นอกระบบเพื่อนำเงินมาคืนเงินกู้ในระบบ ซึ่งมีตัวเลขที่เติบโตสูงขึ้นมากด้วย ตรงนี้เป็นจุดหนึ่งที่น่ากังวลมาก เพราะหากว่าดอกเีบี้ยเงินกู้ขยับตัวขึ้นอีกสัก 1% - 2% อาจทำให้เกิดการล่มสลายอย่างรุนแรงยิ่งขึ้นในชนบท เราจะได้เห็นคนไทยมาประกอบอาชีพขอทานในเมืองกันมากขึ้นไปอีกอย่างชัดเจน นอกเหนือจากที่เรามีขอทานที่มาจากประเทศเพื่อนบ้านเราซึ่งก็เยอะอยู่แล้ว
อีกเรื่องที่ลุงพุฒไ่ม่เข้าใจ ไม่เข้าใจในเหตุผลที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเปลี่ยนแปลงเกณฑ์เอ็นพีแอล หรือหนี้ที่คาดว่าจะสูญ ตามข่าว เผยสูตรธปท.กดเอ็นพีแอลเหลือ 2%
ในหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ.2549 ว่า ธปท. มีเหตุผลอะไรจึงเปลี่ยนเกณฑ์ เป็นเพราะเกณฑ์ที่ใช้มาก่อนไม่ถูกต้องหรืออย่างไร หรือเป็นเพียงกลวิธีที่จะแต่งบัญชีเท่านั้น หรือว่าหลักเกณฑ์ของ ธปท. นั้นเปลี่ยนแปลงไปได้ตามใจชอบ เรื่องนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยต้องแถลงให้ชัดเจนอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจไม่แข็งแกร่ง สุ่มเสี่ยงต่อการถูกโจมตีค่าเงินบาทแบบนี้ ต้องชี้แจงจนทำให้เกิดความเชื่อมั่นจริงๆ จึงจะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจไทยอย่างแท้จริง เพราะบทบาทของธนาคารแห่งประเทศไทย เคยเป็นเหตุให้ประเทศไทยต้องกระโจนเข้าสู่วิกฤติเศรษฐกิจในสมัยที่มี ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ชื่อ วิจิตร สุพินิจ มาแล้ว ความผิด หรือความผิดพลาดของธนาคารแห่งประเทศไทยในอดีต ยังคงอยู่ในความทรงจำในรูปของความเจ็บปวดของคนไทยอีกมากมาย และยังไม่ได้รับการบำบัดให้หายขาด เพียงแต่ซ่อนลึกอยู่ในจิตใจ และพร้อมจะกลับมากำเริบอีกเมื่อเกิดความผิดพลาดซ้ำอีก
ลุงพุฒไม่ได้มีปมอะไรในใจกับธนาคารแห่งประเทศไทย แต่ในวันนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยต้องอธิบายให้ชัดเจน มากกว่าเพียงแค่ออกมาประกาศเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์เท่านั้น เพราะในวันนี้ แม้แต่คนที่ไม่ได้เรียนจบมาทางเศรษฐศาสตร์อย่างลุงพุฒ ก็ยังต้องการคำอธิบายทางเศรษฐศาสตร์ที่มีความน่าเชื่อถือ มีเหตุผลและ้ข้อมูลที่สนับสนุนเพียงพอ เพราะเราเจ็บปวดกับการเชื่อหน่วยงานของรัฐมามากแล้ว เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้หากว่าเราไม่เชื่อหน่วยงานของรัฐง่ายๆอย่างแต่ก่อนอีกแล้ว และหากธนาคารแห่งประเทศไทยยังคงมีวัฒนธรรมองค์กรอย่างที่ระบุเอาไว้ในรายงาน ศ.ปร.2 แล้วล่ะก็ บางทีอาจถึงเวลาที่ต้อง re-engineering ภายในกันใหม่ อย่าให้ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ทำตัวเป็นเหมือนพระเจ้า หรือผู้ปกครองอาณาจักร ที่ไม่ว่าใครแม้แต่รองผู้ว่าการฯ จะไม่กล้าที่จะออกความเห็นแย้งต่อผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นองค์กรที่ขาดความขัดแย้งอย่างสิ้นเชิง (แม้ว่าภายในลึกๆอาจเต็มไปด้วยความขัดแย้งซ่อนเร้นอยู่ก็ตาม) องค์กรที่ขาดความขัดแย้งในระดับที่เหมาะสม เป็นองค์กรที่ขาดการพัฒนา แต่ผลแห่งการขาดการพัฒนา คนที่ต้องรับความเจ็บปวด กลับมาเป็นเราๆท่านๆนี่ล่ะครับ
สวัสดีครับ
ลุงพุฒ
24 พฤศจิกายน พ.ศ.2549
|