|
กุมภาพันธ์ - มีนาคม
สวัสดีครับ
ช่วงนี้มีคำถามมาถึงลุงพุฒ เป็นคำพยากรณ์ของโหรใหญ่ที่ออกมาทำนายสถานการณ์ในเดือนกุมภาพันธ์ และมีนาคม เป็นสถานการณ์ที่น่าตกอกตกใจ ลุงพุฒเองก็เลยต้องหาเวลาไปไล่ดูดวงดาวบนท้องฟ้าสักหน่อย อาศัยวันนี้ที่พอมีเวลา ก็ไล่ดูดวงดาวบนท้องฟ้า พอได้ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจอยู่บ้าง
วันนี้จะคุยกันแบบสั้นๆนะครับ ลุงพุฒจะลองยกดวงดาวบนท้องฟ้าในวันจันทร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ.2550 เทียบกับดวงเมืองครับ

ให้ดูดาวบนท้องฟ้าในวันนี้ เพราะมีข้อเท็จจริงหลายอย่างที่น่าศึกษา จุดแรกที่ลุงพุฒเห็นเลยก็คือ ดาวเสาร์ (7) จร อยู่ในเรือนพันธุ และส่งรัศมีสีแดงถึงลัคนา (ล) และดาวพฤหัสบดี (5) และดาวเสาร์ (7) ของดวงเมือง บ่งบอกว่า บ้านเมืองจะอยู่ในภาวะข้าวยากหมากแพง หรือมีภัยพิบัติตามธรรมชาติ เมื่อดูเทียบกับฤดูกาลแล้ว ก็น่าจะหมายถึงภัยแล้ง น่าจะเริ่มต้นได้รุนแรง แต่ทั้งนี้ต้องไม่ลืมว่า หากเราเตรียมพร้อมไว้ดีแล้ว ปัญหาตรงนี้ก็จะน้อย
แต่อีกปัญหาหนึ่งที่น่ากลัวกว่าก็คือ ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ เป็นจุดที่น่าเชื่อได้ว่า น่าจะมีการกดดันทางด้านเศรษฐกิจ ซึ่งน่าจะอยู่ในรูปของการกดดันทางตลาดหุ้น และอัตราแลกเปลี่ยน เพราะสองจุดนี้ เป็นจุดที่ทำได้ง่ายที่สุด โดยเฉพาะเมื่อเป็นการกดดันมาจากต่างประเทศ (รวมทั้งคนไทยที่แฝงเร้น หรืออาศัยต่างประเทศบังหน้า)
แต่ยังมีความโชคดีในสถานการณ์ตรงที่ ดาวเสาร์จรไม่ได้เข้าไปกุมดาวจันทร์ (2) เดิม แสดงว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับผลกระทบรุนแรงมากนัก
ดาวต่อมาที่ควรพิจารณาก็คือ ดาวพฤหัสบดี (5) จร เป็นมรณะแท้ๆแล้ว เพราะส่งรัศมีสีแดงถึงลัคนา บ่งบอกว่าเป็นภาวะที่บ้านเมืองน่าเป็นห่วง เพราะนอกจากภัยพิบัติต่างๆที่จะเกิดขึ้น รวมทั้งปัญหาทางด้านเศรษฐกิจแล้ว ยังต้องระวังเรื่องเสถียรภาพของรัฐบาลด้วย เป็นภาวะที่น่าเป็นห่วงไม่น้อยเลยครับ
ดาวที่น่าเป็นห่วงมากๆ ก็ดาวอังคาร (3) จร ที่อยู่ในเรือนกัมมะ และส่งรัศมีสีแดงถึงลัคนา บ่งบอกว่าจะเกิดความขัดแย้งรุนแรง จนต้องระวังสถานการณ์ทางการทหารอาจถึงจุดตึงเครียดรุนแรงได้ โดยเฉพาะดาวอังคารจรดวงนี้ มีดาวเนปจูนกุมอยู่บนท้องฟ้า แสดงถังลักษณะความตึงเครียดเป็นไปในทางปิดลับ หรือปฏิบัติการใต้ดิน ที่อาจมีผลต่อความมั่นคงได้
ดาวอีกชุดหนึ่งคือดาวราหู (8) และมฤตยู (0) กุมกันสนิทในช่วงนี้ บ่งบอกให้ระวังกระแสการปฏิวัติ หรือการอาศัยมวลชนสร้างเื่งื่อนไขล้มล้างรัฐบาล ซึ่งต้องอาศัยจังหวะดาวอาทิตย์ (1) และดาวจันทร์ (2) กุมกัน หรือที่เรียกว่า วันจันทร์ดับ อันเป็นวันที่มวลชนขาดการใช้เหตุผลไตร่ตรอง และหลงเชื่อคำยุแหย่ หรือปล่อยให้อารมณ์ของสถานการณ์นำไปได้ง่ายที่สุด
อ่านแล้วก็อย่าตกใจ และจินตนาการไปไกล จนเกิดความวิตกกังวลรุนแรงเกินเหตุนะครับ เพราะหลักธรรมดาข้อหนึ่งของมนุษย์โลกก็คือ เมื่อใดที่ได้รู้เรื่องราวร้ายๆล่วงหน้า มนุษย์มักหาทางแก้ไขเอาไว้ก่อน และมักจะลงมือป้องกันเหตุหรือปัญหาเอาไว้ก่อนเสมอ ทำให้เมื่อถึงเวลา เหตุการณ์ต่างๆมักจะไม่เกิดขึ้น (และทำให้เกิดโหราจารย์หน้าแตกกันนักต่อนัก) หรือหากเกิดขึ้นก็แก้ไขได้รวดเร็ว ว่องไว จนเหตุการณ์ไม่ลุกลามใหญ่โต จริงแล้วก็อยู่ในหลัก "อปมาโท อมตํ ปทํ ความไม่ประมาท เป็นหนทางแห่งความไม่ตาย" ซึ่งเป็นคำกล่าวขององค์พระบรมศาสดา สัมมาสัมพุทธเจ้า ของเรานั่นเอง ดังนั้นหากเราไม่ประมาท เราจะไม่เกิดปัญหาใหญ่โตหรอกครับ ไม่ดูดวงแต่ใช้ชีวิตไม่ประมาท ก็ยังไม่เดือดร้อนเลย ธรรมแห่งความไม่ประมาท เป็นสุดยอดอย่างหนึ่งในพระพุทธศาสนา และนี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ชาติตะวันตกไม่ค่อยให้ความสนใจในเรื่องของโหราศาสตร์ เพราะไม่จำเป็น หากตั้งตนอยู่ในความไม่ประมาทตามมาตรการที่วางเอาไว้ เช่น มาตรการอพยพระหว่างไฟไหม้อาคาร หากหมั่นซ้อมกันทุกปี ก็จะทำให้ไม่เกิดปัญหาคนตายเพราะไฟไหม้ได้มาก หรือแม้แต่การตรวจสอบอุปกรณ์ดับเพลิง การซักซ้อมการดับเพลิงเป็นประจำ รวมทั้งการหมั่นตรวจตราหาเหตุที่อาจทำให้เกิดไฟไหม้ เช่น การเปลี่ยนสายไฟเมื่อหมดอายุ การไม่ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่เกินขีดจำกัด ไม่พ่วงปลั๊กกันไปหลายๆทอด จนปลั๊กไฟต้นทางร้อนจัด ทำให้ฉนวนต่างๆเสื่อมลงรวดเร็ว และทำให้มีโอกาสไฟฟ้าลัดวงจรได้่ง่าย หรือเอาวัสดุที่ติดไฟง่ายไปวางไว้ใกล้ๆกับสวิตช์ไฟ ปลั๊กไฟ เป็นต้น หากไม่ประมาทแล้ว มีการเตรียมพร้อม มีการค้นคว้าวิจัยป้องกันภัยต่างๆอยู่แล้ว ดำรงชีวิตอย่างมีคุณธรรม และไม่ทำร้ายไม่เอาเปรียบใคร จิตใจมีความยุติธรรม เสมอกันทั้งคนของเรา และคนของเขา เรื่องร้ายต่างๆไม่ค่อยเกิดขึ้นหรอกครับ
ยกตัวอย่างในวันที่ 13 มีนาคม ไปแล้ว ลุงพุฒยังได้ลองสแกนดวงดาวบนท้องฟ้าในช่วงเืดือนกุมภาพันธ์ - มีนาคม แล้ว ก็พอจะได้ประเด็นดังนี้ครับ
29 มกราคม เป็นต้นไป สถานการณ์ตึงเครียด ทำให้ผู้คนรู้สึกวิตกกังวล เรื่องใหญ่ยังคงเป็นการปฏิบัติการใต้ดิน หรือคลื่นใต้น้ำ พึงระวังข่าวลือ และดูเหมือนว่าดัชนีชี้นำเศรษฐกิจจะแสดงออกในเชิงลบ และให้ระวังในระหว่างวันที่ 31 มกราคม - 6 กุมภาพันธ์ เหตุการณ์จะเห็นชัดเจนในช่วงนี้ (แต่หากการข่าวดี จะรู้ตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม แล้ว)
4 - 8 กุมภาพันธ์ จะมีความพยายามที่จะเคลื่อนไหวที่จะผลักดันให้มีปฏิบัติการที่รุนแรง แต่ไม่ได้มีความหมายว่าจะเป็นปฏิบัติการทางทหาร หากแต่จะเป็นปฏิบัติการก่อกวน เพื่อให้เห็นผลชัดเจนต่อปฎิกิริยาทางเศรษฐกิจ
13 กุมภาพันธ์ จะมีการสร้างเรื่องให้ปั่นป่วน และน่าจะเกิดความขัดแย้งในทางการทหาร โดยเฉพาะในวันที่ 17 ช่วงนี้ความระส่ำระสายของบ้านเมืองจะถูกทดสอบรุนแรง อาจถึงกับต้องมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง หรือยุทธวิธี และหากปรับเปลี่ยนได้สำเร็จจริงแล้ว จะได้โครงสร้างที่แข็งแกร่ง และเริ่มเห็นผลที่จะต่อต้านหรือเริ่มควบคุมปฏิกริยาต่างๆได้ตั้งแต่ 3 มีนาคม แต่ปฏิกริยาทดสอบยังคงอยู่ต่อไป มีจุดวิกฤติที่ต้องระวังในช่วงวันที่ 18-23 มีนาคม และสถานการณ์ยังไว้วางใจไม่ได้ยาวนานไปถึงเดือนเมษายน ซึ่งมีจุดให้ระมัดระวังในช่วงหลังสงกรานต์ หลังวันที่ 18 เมษายน จะมีการทดสอบความมั่นคงอีกระลอก
ลุงพุฒไล่เรียงไปอย่างนี้ เหตุการณ์ต่างๆอาจไม่เกิดขึ้นจนเป็นเรื่องเป็นราวที่ชาวบ้านอย่างเราๆจะรับรู้ได้ เพราะหากทางบ้านเมืองทำงานกันเข้มแข็งและเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันแล้ว บางทีเรื่องราวทั้งหลายอาจถูกระงับยับยั้งจนไม่มีปรากฏการณ์ให้เรารับทราบได้เลย และสำหรับท่านที่ยังไม่หายตกใจ หรือยังกลัวอยู่ว่า จะมีอะไรเปรี้ยงปร้างมาให้เดือดร้อน ลุงพุฒก็ขอบอกว่า เหนือดวงดาวก็มีคาถาอาคม เหนือคาถาอาคมก็มีกฎแห่งกรรม ดังนั้น เมื่อท่านรู้สึกไม่ดีเมื่อได้อ่านเรื่องดวงเมืองในครั้งนี้แล้ว ก็ขอให้ท่านสวดคาถาของหลวงปู่ทวดเข้าไว้ "นะโม โพธิสัตโต อาคันติมายะ อิติ ภะคะวา" จะช่วยให้ท่านแคล้วคลาดพ้นภัยทั้งหลายทั้งปวง ตราบใดที่ท่านไม่มีกรรมเก่าต้องมาชดใช้ คาถานี้จะช่วยได้มากครับ แต่หากบางท่านก็ยังกลัวจะลืมท่องคาถาของท่าน ก็ขอแนะนำให้หาหลวงปู่ทวดมาห้อยคอเอาไว้ เพราะลุงพุฒเคยได้ยินข่าวว่า ปอเต็กตึ๊ง ไม่เคยเก็บศพคนที่ห้อยหลวงปู่ทวดเลย รวมทั้งเคยพูดคุยกับน้องคนหนึ่ง คนนี้มีดวงอุบัติเหตุรุนแรง คุยกันไปคุยกันมา รถของเขาเคยพลิกยับทั้งคัน แต่ตัวเขาไม่มีรอยบาดแผลเลย และเขาก็ห้อยหลวงปู่ทวดเพียงองค์เดียวเท่านั้นเอง ส่วนจะไปหาหลวงปู่ทวดได้ที่ไหน เท่าที่ลุงพุฒรู้ ก็น่าจะมีสัก 2 แห่ง แห่งแรกก็คือ ที่วัดห้วยมงคล ปากทางเ้ข้าน้ำตกป่าละอู หัวหิน ลุงพุฒได้ยินข่าวมา(อีก)เหมือนกันว่า ตอนที่มีการปลุกเสกหลวงปู่ทวด ก็มีเสียงฟ้าร้องด้วย และที่นี่ก็ยังมีรูปเหมือนหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ที่นี่ด้วย นอกจากนี้ลุงพุฒเคยได้ยินในวิทยุ เป็นของกองบัญชาการทหารสูงสุดสร้างขึ้นเมื่อปีก่อน แต่ไม่ทราบว่าเดี๋ยวนี้จะยังมีเหลืออยู่หรือไม่ ก็ลองติดต่อดูนะครับ
สวัสดีครับ
ลุงพุฒ
8 มกราคม พ.ศ.2550
|