|
ดาวหาง McNaught
สวัสดีครับ
ตั้งใจจะเขียนเรื่อง ดาวหาง McNaught สักหน่อย เพราะน่าจะมีความสำพันธ์กับเหตุการที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ แต่ให้บังเอิญว่าช่วงนี้มีเรื่องยุ่งๆหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องการเดินทางไปทำบุญที่จังหวัดเลย ซึ่งต้องเตรียมการกันหลายอย่าง เพราะไม่เหมือนไปเที่ยว ทำให้เวลาของลุงพุฒไม่ค่อยจะมี ตั้งท่าจะเขียนแต่ก็เขียนไม่ได้สักที หาข้อมูลมาบ้างแล้วเหมือนกันครับ
ก็ตั้งแต่เช้าวันที่ 27 มกราคมโน่นแล้วครับ ตอนนั้นลุงพุฒก็ทำกับข้าวไป คิดเพลินๆไป นึกถึงเรื่องราวที่อ่านตามหน้าหนังสือพิมพ์วันก่อน ความคิดก็ไปสะดุดกับข่าวเรื่องไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ที่เป็นเหตุให้คนที่ป่วยตายค่อนข้างรวดเร็ว และในปีนี้ มีคนป่วยและตายไปแล้ว 3 ราย (อ่านข่าวได้จาก นสพ. มติชน เตือนหวัดใหญ่สายพันธุ์ดุ ตายแล้ว3) ทำใ้ห้นึกถึงเรื่องที่คิดว่าจะเขียน แต่ไม่ได้เขียน เพราะงานยุ่งๆก็เลยลืมไปเลย
หากใครช่างสังเกต จะพบว่ามีข่าวเล็กๆเกี่ยวกับดาวหางดวงหนึ่งที่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ในช่วงต้นๆเดือนมกราคม ตอนนั้นลุงพุฒก็หมายมั่นปั้นมือว่า จะเขียนวิเคราะห์ดาวหางดวงนี้สักหน่อย แต่ตอนนั้นหาพิกัดของดาวหางไม่ได้ เลยวิเคราะห์อะไรไม่ถูกเลย พองานยุ่งๆก็เลยลืมไปเสียสนิท จนมานึกได้อีกที ก็เมื่อเช้านี้เองครับ
ขออนุญาตใช้รูปเก่านะครับ รูปข้างบน เป็นรูปดาวบนท้องฟ้าในวันปีใหม่ หากเหลือบสายตาดูดาวราหู (๘) และดาวมฤตยู (๐) ที่อยู่วงนอก จะเห็นว่าอยู่ในราศีกุมภ์ นอกจากนี้ก็มีดาวเนปจูน (น) อยู่ในราศีมังกร บางท่านอาจจะสงสัยว่าทำไมลุงพุฒชวนมาดูดวงดาวในราศีมังกรและราศีกุมภ์ ก็จะขอยกรูปข้างล่างมาคุยต่อ

แผนที่บนท้องฟ้า
แผนที่ฉบับนี้ ลุงพุฒได้มาจากเว็บไซต์ขององค์การนาซา หากท่านใดสนใจรายละเอียดเกี่ยวกับดาวหางดวงนี้ สามารถเข้าไปอ่านได้ที่ http://www.nasa.gov/vision/universe/solarsystem/comet_mcnaught.html
แม้เนื่องจากพิกัดของโหราศาสตร์ไทย กับดาราศาสตร์สากล มีความเหลื่อมกันอยู่ประมาณ 24 องศาในปัจจุบันก็ตาม แต่โหราศาสตร์ไทยใช้การสังเกตตำแหน่งจากกลุ่มดาว ก็จะเห็นจากรูปว่า ดาวหาง McNaught เมื่อมองจากโลก จะอยู่แถวๆกลุ่มดาว Aquila หรือ ราศีกุมภ์ และ ดาวพฤหัสบดีก็จะอยู่ในกลุ่มดาวราศีพิจิก เป็นอันว่าสอดคล้องกับตำแหน่งที่ปรากฎอยู่บนดวงตามตำราของไทย
เมื่อดาวหางดวงนี้ อยู่ในตำแหน่งราศีกุมภ์ ซึ่งในขณะัปัจจุบันก็มีดาวอยู่ 2 ดวง ที่กุมกันอยู่บนท้องฟ้า นั่นก็คือ ดาวราหู (๘)และดาวมฤตยู (๐) ซึ่งถือกันว่าเป็นบาปพระเคราะห์ ก็มีความหมายว่า ตั้งแต่ดาวหางดวงนี้เข้ามาสู่ในระยะของสุริยจักรวาลนี้ และโดยเฉพาะในช่วงตั้งแต่ต้นปีมานี้ คือ ตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม ที่ผ่านมา ซึ่งสามารถมองเห็นดาวหางดวงนี้ได้ชัดเจน จะมีเหตุการณ์กระทบไปทั่วโลก
เหตุการณ์ที่ลุงพุฒเชื่อว่าจะต้องเกิดขึ้นก็คือ การเกิดโรคใหม่ ทั้งนี้มีทฤษฎีรองรับความเชื่อนี้ 2 ทฤษฎี ทฤษฎีหนึ่งเป็นของโหราศาสตร์ไทยโบราณ คือ ทางโหราศาสตร์ไทยโบราณมีความเชื่อว่า เมื่อดาวหางมาจากขอบจักรวาล ก็มักจะนำวิญญาณชั่วร้ายมาด้วย เมื่อมาถึงโลก วิญญาณเหล่านั้นก็จะได้ที่พักอาศัยใหม่ มาพักบนโลกแล้วก็อดที่จะอาละวาด หรือทำความเดือดร้อนให้กับมวลมนุษย์และสัตว์โลก ส่วนอีกทฤษฎีหนึ่งก็บอกว่า การที่ดาวหางโคจรเข้ามาในระบบสุริยะจักรวาล เป็นการรบกวนระบบที่เคยเป็นมาตามปกติ ดังนั้นสิ่งที่เคยเกิดขึ้นกันเป็นประจำก็จะเปลี่ยนแปลงไป บางคนพฤติกรรมก็เปลี่ยนไปบ้าง บางทีไปกระตุ้นให้เกิดการกระทำรุนแรงขึ้น หากจิตใต้สำนึก หรืออนุสัยของจิตใจมีอยู่ ก็จะกระตุ้นให้เกิดการกระทำที่รุนแรง แม้แต่สิ่งมีชีวิตเ็ล็กๆที่เรียกว่าจุลินทรีย์ก็กระทบ โดยเฉพาะจุลินทรีย์ที่กลายพันธุ์ง่ายๆจะยิ่งกระทบมาก เพราะพฤติกรรมการกลายพันธุ์จะเปลี่ยนแปลงไป ทำให้เกิดการกลายพันธุ์ในลักษณะประหลาด ที่โลกเราไม่เคยพบเคยเจอมาก่อน
ความแตกต่างของทฤษฎีทั้งสองคงจะมีอยู่ว่า ทฤษฎีแรก จำเป็นที่ดาวหางต้องโคจรมาใกล้โลก ส่วนทฤษฎีที่สองนั้นไม่จำเป็นเสมอไป แต่เชื่อมั้ยครับว่า ในทฤษฎีแรก ไปตรงกับความเชื่อของฝรั่งพวกหนึ่งเหมือนกัน ถึงกับมาสร้างเป็นภาพยนต์กันเลย เสียดายลุงพุฒจำไม่ได้ว่ามีชื่อเรื่องว่าอะไร เพราะน่าจะดูตั้งแต่ตอนที่เป็นวัยรุ่น เป็นเรื่องทำนองว่ามีการส่งนักบินอวกาศออกไปถึงขอบสุริยะจักรวาล แล้วไปพบกับวิญญาณชั่วร้าย ทำเอานักบินอวกาศเสียสติ และต้องเจาะทำลายตาของตัวเองเพื่อไม่ให้เห็นภาพที่น่ากลัวนั้นอีก อะไรทำนองนั้น
มีผู้ใหญ่หลายท่านเคยคุยกัน และลุงพุฒแอบฟัง ตั้งแต่เด็กๆ ท่านคุยกันว่า ดาวหางมักมากับโรคร้าย แล้วก็ยกตัวอย่างดาวหางฮาร์เ่ล่ย์ ว่าจะนำโรคร้ายมาสู่โลก ทุกครั้งที่ดาวหางดวงนี้มาเยือน แต่บางครั้งอาจใช้เวลาเป็นปีๆ กว่าโรคที่เกิดใหม่นี้จะเป็นที่รู้จัก เพราะโรคยังไม่ระบาด ก็ยังไม่รู้จักกันกว้างขวาง และมีท่านหนึ่งบอกว่า ดาวหางที่มาเป็นประจำ มักไม่น่ากลัวเท่ากับดาวหางที่มาแล้วไม่กลับมาอีก เพราะอย่างหลังนี้ไม่รู้ว่าโคจรมาจากไหน อาจมาจากแหล่งที่มนุษย์ไม่รู้จักก็เป็นได้ และเอาโรคร้าย (ซึ่งเกิดจากวิญญาณร้าย) มาจากซอกมุมไหนของจักรวาลมาก็ไม่รู้ ก็ฟังหูไว้หูแหละครับ เพราะเรื่องอย่างนี้ไม่มีทางที่จะพิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์ ส่วนทางสถิติก็ไม่แน่ใจว่าจะมีข้อมูลมากพอที่จะฟังได้หรือเปล่า
สิ่งที่ลุงพุฒเกิดการติดใจก็คือ ดาวหางดวงนี้ปรากฎขึ้นพร้อมๆกับมีการป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ H3N2 นั่นล่ะครับ ทำให้มีข้อสมมุติฐานว่า เป็นไปได้หรือไม่ว่าไวรัสเกิดการกลายพันธุ์ หรือเกิดการร่วมมือกับไวรัสอื่น ทำให้ฤทธิ์ของไข้หวัดใหญ่รุนแรงขึ้น และเป็นไวรัสที่คนไทยไม่คุ้นเคย เลยทำให้ไม่สามารถต่อต้านได้ เสียดายที่ไม่มีเวลาค้นเรื่องนี้ เลยไม่ทราบว่าข้อสมมุติฐานต่างๆ จะมีข้อมูลสนับสนุนมากน้อยเพียงไร จากการติดตามข่าวล่าสุด ยังไม่มีใครทราบ ว่าทำไมไวรัส H3N2 ถึงได้ออกฤทธิ์ทำให้คนป่วยเสียชีวิตได้รวดเร็ว ก็ต้องระวังกันครับ นอกจากคอยระวังสุขภาพแล้วก็หมั่นทำบุญทำทาน ให้ชีวิตกับสัตว์ ช่วยเหลือคนและสัตว์ที่กำลังลำบาก ได้บุญได้กุศลมากนะครับ หากตั้งจิตอธิษฐานให้ผลบุญเกื้อหนุน ให้ไปถึงพระนิพพาน ก็ยิ่งดี หลังทำบุญทำทานแล้ว ก็ไม่ควรตบท้ายด้วยคาถานี้ครับ "อิมัง ทานัง นิพพานัง ปัจจะโย โหนตุ" นะครับ
มีอีกเรื่องที่เอามาฝากครับ พอดีลุงพุฒได้ e-book มาจากเพื่อน เป็นหนังสือของ ดร. สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เรื่อง หลักธรรม หลักทำ ตามรอยพระยุคลบาท ลุงพุฒก็เลยขอนำมาฝากให้กับท่านที่อ่านคอลัมน์นี้ด้วยนะครับ จะได้ช่วยกันทำให้ประเทศชาติเจริญขึ้น เราเองก็จะได้เจริญขึ้นทั้งจิตใจ และเศรษฐทรัพย์ครับ คลิ้กได้ที่นี่ครับ วันนี้พอแค่นี้ก่อนครับ ต้องขนของขึ้นรถแล้ว
สวัสดีครับ
ลุงพุฒ
2 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2550
|