home
ดูดวงรายวัน
ดวงของคุณ
คนรักของคุณ
คุยกัน
FAQ
เกี่ยวกับเรา
since November 9, 2005
บากกอกแมก ผู้นำนิยายไทย +อ่านนิยายฟรี+
ดูจิต... ด้วยความรู้สึกตัว
ข้าวจานน้อยของจิตใจ
ข้าวจานน้อยของจิตใจ

ขิงแก่ หรือ Congnac

สวัสดีครับ

     เมื่อวานซืน ลุงพุฒและครอบครัวและคณะ เดินทางไปถึงขุนยวมตอนบ่ายๆ นำพระพุทธรูปชินราชปิดทอง หน้าตัก 20 นิ้ว ไปฝากไว้ที่วัดม่วยต่อ เพื่อที่จะถวายพระพุทธรูป หนังสือธรรมะ และผ้าไตรจีวร รวมทั้งอาหารแห้งเป็นสังฆทาน ถวายสำนักสงฆ์แม่อูคอน้อย สาขาของวัดม่วต่อ ท่านที่สนใจ ติดตามอ่านต่อไปจากที่นี่ครับ ภาพเหตุการณ์ถวายพระพุทธรูป ยอดเงินบริจาคทั้งสิ้น 91,880 บาท ขออนุโมทนากับทุกท่านด้วยครับ

     แวะพักที่โรงแรมมิตรขุนยวม (โทรฯ 053-691-057) เขาให้พักฟรีเพราะว่าเดินทางไปทำบุญก็เลยแนะนำกันสักนิด แต่อย่าไปเพื่อขอพักฟรีนะครับ ยังไงๆเขาก็มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการครับ

     เข้าห้องพักไม่ทันไร ลุงพุฒก็หลับผล็อยไปด้วยความเหนื่อยอ่อน ขับรถจากเชียงใหม่ถึงขุนยวม ใช้เวลาถึง 6 ชั่วโมงครับ ได้บริหารเอวเพราะถนนโค้งซ้ายขวาสลับกันไปตลอดเวลา พอถึงที่พัก ได้นั่งสักนิด ร่างกายก็จะเ้ข้าสู่โหมดพักผ่อน ก็เลยต้องหลับสักงีบสั้นๆ

     ตื่นมาไปทานข้าวหน้าโรงแรมมิตรขุนยวม ก็ได้ยินว่ามีการแต่งตั้ง ดร. สมคิด ให้เป็นผู้ทำหน้าที่อธิบายเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงให้กับชาวต่างชาติ แต่จำชื่อตำแหน่งไม่ได้ครับ และจนถึงบัดนี้ก็ยังไม่ได้อ่านหนังสือพิมพ์สักฉบับครับ แต่ก็รู้สึกว่าช่วงนี้เริ่มมีการขยับปรับฐานอะไรกันบ้างแล้ว

     ถวายพระพุทธรูปเสร็จในวันศุกร์ที่ 16 ก็กลับมาถึงเชียงใหม่ประมาณบ่ายสามเศษๆ ครอบครัวและคณะแยกตัวไปหลับบ้าง (ผู้ใหญ่) และไปเล่นกันต่อ (เด็กๆ) แต่ลุงพุฒต้องเอารถไปซ่อม และเอาไปล้าง หมดเวลาไปอีก 3 ชั่วโมง แล้วก็ต้องกลับมารับครอบครัวไปทานอาหาร กลับมาถึงบ้านอีกที ก็ราวๆ 2 ทุ่ม มีเวลาเปิดทีวีพอดี

     คุณ ณกมล เปิดทีวีสลับช่องไปมา ก็ไปเจอว่ามีรายการ ยามเฝ้าแผ่นดิน ของคุณ สนธิ ลิ้มทองกุล ก็รู้สึกได้ว่า มีการขยับกันเยอะมากจริงๆ ตอนแรกก็นึกว่าจะมีแค่สัปดาห์ละ 1 วัน เหมือนรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ที่ไหนได้ มีรายการนี้สัปดาห์ละ 5 วัน ตอนท้ายรายการ คุณ สนธิ ก็พูดว่า ถ้าอยากตามเรื่องราวที่ดุเด็ดเผ็ดมัน ต้องตามกันต่อที่ ASTV ก็เลยได้รู้ว่า มีการวางหรือแบ่งดีกรีของรายการที่ัชัดเจน ก็ดีครับ เพราะว่าช่อง 11 เป็นของรัฐบาล ก็น่าจะที่จะดำเนินการไปในลักษณะที่ไม่รุนแรง ไม่กร้าวร้าว และอีกด้านหนึ่ง ก็เป็นการรักษาลูกค้าของคุณ สนธิ ที่ติดตามทาง ASTV ไว้ด้วย ก็น่าจะสมประโยชน์กัน

     เหตุการณ์มาถึงตรงนี้แล้ว ทำให้ลุงพุฒนึกถึงเรื่องที่เคยคิดจะเขียนมาหลายหนแล้ว แต่ก็เปลี่ยนใจไม่เีขียนสักที นั่นก็คือ เรื่อง "ขิงแก่ หรือ Congnac"

     ในสมัยที่เป็นวัยรุ่นๆหน่อย ลุงพุฒก็ชอบเที่ยวเตร่เหมือนกัน แต่ชอบดื่มเหล้ากับเพื่อน ไม่มีเรื่องผู้หญิง ที่ชอบดื่มเหล้ากับเพื่อน ก็เพราะได้คุยกัน มีเพื่อนสนิท 2-3 คน ที่ลุงพุฒนั่งดื่มเหล้ากันได้ทั้งคืน บางทีนั่งคุยกัน 2 คน คุยกันได้ทั้งคืน หมดเหล้าไป 2 ขวด ก็ยังคุยได้ยันเช้า แต่เดี๋ยวนี้เลิกไปแล้วนะครับ เลิกได้เด็ดขาดไปได้ประมาณ 8 ปีแล้ว ไม่ใ่ช่เพราะแต่งงาน แต่เป็นเพราะได้พบกับพระอาจารย์ซึ่งสอนกรรมฐานตามแนวหลวงปู่ดูลย์ และก่อนหน้านั้นได้กราบพระอรหันต์ท่านหนึ่ง คือ หลวงพ่อสีทน วัดถ้ำผาปู่ จ.เลย ซึ่งตอนนี้ท่านได้ละสังขารไปแล้ว ได้สอบถามคำถามหนึ่งว่า ดื่มเหล้าแค่ไหนจึงผิดศีล (หมายถึง ท่านปริมาณเท่าใด จึงผิดศีล นึกว่าท่านจะตอบว่าแค่ไม่เมาแต่ที่ไหนได้) ท่านตอบกลับมาอย่างฉาดฉาน ว่า "แ่ค่ล่วงลำคอ" ลุงพุฒได้ยินท่านตอบอย่างนี้ด้วยความรวดเร็วและหนักแน่น ไม่ใช่น้ำเสียงของผู้ที่ตอบเล่นลิ้นเอาชนะ จิตของลุงพุฒหายสงสัยและเบิกบานมาก นับถือท่านมากๆ แต่ครั้งนั้นไม่ได้ทำให้ลุงพุฒเลิกดื่มเหล้าได้ แม้ว่าความตั้งใจที่จะเลิกเต็มร้อย ต่อมาเมื่อได้พบกับ อุบาสกสันตินันท์ เมื่อ 9 ปีก่อน (ปัจจุบันท่านบวชแล้ว) และท่านสอนการเจริญสติให้ ท่านชี้สภาวะของจิตที่มีสัมมาสติ กับสภาวะของจิตที่เป็นมิจฉาสติ และสภาวะที่จิตไม่มีสติให้ ก็ได้ตระหนักรู้ว่า สติเป็นของดี ของวิเศษ และควรเจริญอย่างยิ่ง ไม่ควรที่จะหาอะไรมาทำลายทำร้ายสติ เหล้าเป็นตัวการหลักที่ทำลายทำร้ายสติโดยตรง ลุงพุฒเลยตัดสินใจเลิกทันทีในวันนั้น และเป็นการเลิกที่ไม่ต้องพยายามเลย และไม่ไปดื่มที่ไหนจนถึงวันนี้

     จากตรงนั้น อาจมีบางครั้งที่เห็นเหล้าแล้วนึกอยากบ้าง เคยมีครั้งหนึ่ง หยิบไวน์คูลเลอร์ไปทาน ปรากฎว่า ความสนุกสนานจากความมึนเมามันไม่มีเลย กลับรู้สึกอึดอัดจากพิษของแอลกอฮอล์เพราะกดประสาท จากเดิมที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน (ตอนก่อนหน้านั้นยังไม่เข้าใจ เหล้ามีฤทธิ์กดประสาทได้ยังไง) รู้สึกหัวหนักๆชอบกล ก็เลยรู้ตัวว่า กลับไปดื่มอีกจริงๆไม่ได้แล้ว

     เล่ามาให้ฟังตั้งยืดยาว ก็เพราะตั้งใจจะบอกว่า แม้ว่าลุงพุฒจะไม่ดื่มเหล้าแล้ว แต่ความรู้เรื่องการดื่มเหล้า ก็พอมีบ้าง

     วันหนึ่งในอดีต เมื่อนานมาแล้ว (เขาว่าเล่าเรื่องอดีตมากๆ ยิ่งแสดงว่าอายุมาก คงจะจริง) มีเพื่อนสนิทไปคว้า Remy Matin มาจากไหนก็ไม่ทราบ เราสองคนต่างดื่มกันด้วยความสนุกสนาน วันนั้นลุงพุฒจำได้ดี เชียงใหม่เริ่มหนาวแล้ว เราไปดื่มกันที่ร้านใกล้ๆคูเมือง แถวๆประตูช้างเผือก ได้สัมผัสรสชาติของคอนยัคเป็นครั้งแรกในชีวิต และได้ทานเหล้าแบบละเมียดละไมเป็นครั้งแรกในชีวิตเหมือนกัน เพราะความหอม และรสชาติที่สุขุม นุ่ม ลึก ทำให้ดื่มแบบผลีผลามไม่ได้ ทำให้รู้สึกว่าตัวเองดื่มอย่างมีศิลปะกับเขาก็ได้ด้วยเหมือนกัน

     แต่นั่นก็เป็นการได้ดื่มคอนยัคเป็นหนแรกและหนเดียวในชีวิต แม้จะตั้งใจที่จะดื่มบ่อยๆ เพราะติดใจในรสชาต แต่ด้วยสนนราคากับฐานะที่จบมาทำงานใหม่ๆ ที่ยังมีภาระต้องส่งเสียน้องเรียนหนังสือต่อ ก็ไม่เปิดโอกาสให้ลุงพุฒไปหาซื้อมาดื่มได้อีก และพอมีความก้าวหน้าในการทำงานจนพอจะซื้อหามาดื่มได้ ก็เลิกดื่มไปแล้ว

     กลับมาถึงเรื่องที่จั่วหัวเอาไว้ เมื่อวันที่มีการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี มีแต่ผู้คนให้สมญานามว่า "รัฐบาลขิงแก่" เพราะดูแล้วมีแต่อดีตข้าราชการวัยปลดเกษียณเป็นส่วนใหญ่ แต่ลุงพุฒกลับรู้สึกว่า นี่คือรัฐบาลคอนยัค จากบุคลิกของ พล.เอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ภายนอกของท่านอาจดูเรียบง่าย ดูสุภาพ นุ่มนวล แต่ขอให้สังเกตสายตาของท่านเถอะ สายตาของท่านมีความมั่นคงและเด็ดเดี่ยวมาก ประกอบกับประวัติของท่านก็รบมาโชกโชน คนอย่างนี้ไม่มีคำว่า "หน่อมแน้ม" หรอกครับ ท่านเป็นบุคคลที่ลุงพุฒจะเลือกเป็นศัตรูด้วยในอันดับท้ายๆ เพราะบอกได้เลยว่า หากใครคิดจะเป็นศัตรูกับท่าน เป็นการคิดผิดอย่างยิ่ง เพราะท่านไม่โฉ่งฉ่าง อ่านทางยาก และความที่เป็นหน่วยรบพิเศษ จะมีลักษณะพิเศษประการหนึ่งก็คือ การเฝ้ารอด้วยความอดทน เพื่อให้ศัตรูเดินเข้ามาในพื้นที่สังหาร หรือเมื่อต้องมีการตัดสินใจ หรือต้องการขยับตัวรุกรบด้วยความรวดเร็วเฉียบขาด ก็ทำได้ในทันที หรือหากต้องแทรกซึมเพื่อหาข่าว ก็สามารถกระทำได้โดยไม่มีความหวั่นเกรงอะไร อีกทั้งหากมีการมอบหมายหรือภารกิจที่ดูแล้วไม่มีวันชนะ หรือไม่มีวันจะกลับมาอย่างมีชีวิต ท่านก็สามารถรับภารกิจนี้ได้โดยไม่มีความหวั่นกลัวสักนิด คนแบบนี้หากไม่น่ากลัวแล้วจะให้กลัวคนประเภทไหนกัน

     กับอีกท่านหนึ่ง ที่ลุงพุฒมองว่าเป็นคนที่น่ากลัว แต่น่ากลัวน้อยกว่า พล.เอก สุรยุทธ์ ก็คือ พล.เอก สนธิ คนๆนี้ ลุงพุฒเคยเห็นแว่บหนึ่ง ในวันที่จะมีการพิจารณาการปรับตำแหน่งต่างๆในกองทัพ ในสมัยที่ ทักษิณ ชินวัตร ยังเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ แ้ม้สถานการณ์จะตึงเครียด แต่ท่านสามารถหยอกเ้ย้า หรือยิ้มแย้ม กับคนอื่นๆได้ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น การกระทำเช่นนี้ทำให้ฝ่ายตรงข้ามประเมินสถานการณ์ผิดได้โดยธรรมชาติ (หรืออาจจะเกิดจากการฝึกฝนของหน่วยรบพิเศษหรือไม่ ก็ไม่ทราบได้) คนแบบนี้ ควรจะไปเป็นศัตรูด้วยหรือ ถ้าเป็นลุงพุฒ ลุงพุฒขอเลือกไม่เป็นดีกว่า

     สองท่านนี้ ไม่ได้มีบุคลิกแบบขิงแก่แต่ประการใด และทำให้ภาพลักษณ์ของรัฐบาลไม่ได้เป็นขิงแก่ตามไปด้วย หากแต่เป็น คอนยัค ที่หมักบ่มนานปีต่างหาก เพราะมีภาพของความสุขุม และนุ่มลึก ชัดเจน

     ภาพสะท้อนอันหนึ่งที่ทำให้ลุงพุฒยิ่งเชื่อว่าเป็นคอนยัคที่หมักบ่มมานานปีก็คือ ภาพการทำงานของ คตส. ที่กลไกการทำงานที่ดูเหมือนจะเชื่องช้า ไม่ทันใจ และทาง คมช. ไม่ได้เข้าไปกดดันหรือเร่งรัดให้ทำการอย่างผลีผลาม แม้ว่าสื่อและกระแสสังคมจะรุมกระหน่ำโจมตี ว่าทำไมไม่เห็นจัดการใครสักที ล่วงเลยมาตั้ง 4 เดือนแล้ว เรื่องนี้เป็นการสะท้อนของความเป็นคอนยัคได้ดี เพราะหากจะทำความเข้าใจในสถานการณ์ตรงนี้ ก็ต้องเข้าใจสถานการณ์การยึดทรัพย์ในอดีต ที่สุดท้ายก็ต้องคืนทรัพย์ไปหมดให้ดี อย่าลืมว่าในครั้งนี้เราต่อสู้กับคนที่มีเงินหรือทรัพย์สินมากมาย สามารถจ้างทนายความฝีมือได้นับร้อยคน เพื่อมาหาช่องว่างหรือจุดอ่อนของคดี ที่จะพลิกกลับมาเป็นผู้ชนะคดีได้

     อย่าลืมว่า คดีความทางอาญาหลายๆคดี ชนะกันได้เพราะข้อผิดพลาดทางเทคนิคของกฎหมาย โดยอาศัยหลักของกฎหมายที่ว่า "จะลงโทษจำเลยก็ต่อเมื่อ มีความเชื่อโดยปราศจากข้อสงสัยว่าทำผิด" ดังนั้น หากมีข้อสงสัยขึ้นมาว่า คดีนี้เกิดขึ้นจากเจตนาทุจริต มีการสร้างหลักฐาน หรือมีการทำให้จำเลยเสียสิทธิ์ในการป้องกันตัวเองขึ้นมาเมื่อไหร่ จำเลยก็พลิกกลัีบมาชนะได้ แม้ว่าจำเลยจะกระทำผิดจริง และหากจำเลยเป็นนักการเมือง ที่ชนะคดีด้วยเทคนิก ก็จะอาศัยลิ้นนักการเมืองพูดผิดให้กลับมาเป็นถูกได้ และหลังจากนั้นจะมีการแก้แค้นเกิดขึ้น (กับคนอื่นๆอาจจะไม่คิดแก้แค้น แต่กลับคนที่กำัลังถูกไต่สวน สอบสวน คนนี้ เอาแน่ๆ และเอาถึงตายด้วย เพราะต้องไม่ลืมกรณีฆ่าตัดตอนกว่าสองพันศพ และกรณีกรือเซะ รวมทั้งคดีของทนายสมชายด้วย บอกได้เลยว่าเป็นคนอย่างไร) ดังนั้น ทาง คตส. จำเป็นต้องทำงานอย่างงุ่มง่าม ทำงานอย่างรอบคอบ ทำงานด้วยความตั้งใจที่จะอุดช่องว่างทุกอย่างให้ดีที่สุด เพราะหากเกิดปัญหาทางเทคนิคของกฎหมายขึ้นเมื่อใด ฝ่ายจำเลยจะใช้ช่องตรงนั้นเข้าพลิกสถานการณ์จนกลายเป็นฝ่ายกำชัยชนะทันที ก็ขอให้คนไทยเข้าใจตรงนี้ไว้ด้วย

     อีกประเด็นที่ลุงพุฒเห็นด้วยก็คือ การให้ สนช. ต่ออายุ คตส. และให้อำนาจ คตส. มากกว่านี้ จะทำให้ คตส.ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และได้รับความร่วมมือมากยิ่งขึ้นด้วย และไม่ควรต่อไปอีก 1 ปี แต่ควรที่จะต่ออายุไปจนกว่าคดีจะสิ้นสุด อย่าปล่อยให้หน่วยงานเดิม คือ ปปช. และ สตง. รับคดีไปทำต่อ เพราะอาจจะเกิด Gray Area ที่ไม่แน่ใจว่าใครจะรับผิดชอบเกิดขึ้น แล้วจะส่งผลต่อคดี หรือแม้แต่อาจมีการต่อสู้กันในชั้นศาลว่า ฝ่ายโจทก์ (คือ สตง. หรือ ปปช.) ไม่ใช่โจทก์เสียแล้ว เพราะโจทก์คือ คตส. ได้ยุบเลิกไปแล้ว อันเป็นเหตุให้คดีต้องยุติไป เหมือนกับการตายของจำเลย หากจำเลยตาย ก็ต้องจำหน่ายคดี เป็นต้น เหมือนกับที่เคยเกิดกับการยึดทรัพย์ในอดีตที่ต้องคืนทรัพย์ไป เพราะผู้ยึดทรัพย์ไม่มีแล้ว (ยุบเลิกไปพร้อมกับธรรมนูญการปกครอง) นั่นเอง

     เอาล่ะครับ วันนี้พอแค่นี้ก่อนนะครับ ลุงพุฒจะไปหากาแฟกับปาท่องโก๋ร้อนๆในตลาดเชียงใหม่ทานก่อนนะครับ (อย่าอิจฉาละ)

     สวัสดีครับ

     

     

ลุงพุฒ                  
17 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2550           
 
  • ดวงเมืองตอนที่ 60 หลังวันเลือกตั้ง 2550
  • ดวงเมืองตอนที่ 59 เทียบดวง แคนดิเดต
  • ดวงเมืองตอนที่ 58 ก่อนวันรัฐธรรมนูญ การเมืองไทยภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่
  • คั่นเวลา ฝาแฝดที่ชีวิตไม่แฝด
  • ดวงเมือง ตอนที่ 57 ก่อนวันเลือกตั้ง
  • ดวงเมือง ตอนที่ 56 วันเลือกตั้ง (2)
  • ดวงเมือง ตอนที่ 55 วันเลือกตั้ง
  • ดวงเมือง ตอนที่ 54 เสาร์-ราหู คู่มิตรชั่ว (2)
  • ดวงเมือง ตอนที่ 53 เสาร์-ราหู คู่มิตรชั่ว
  • ดวงเมือง ตอนที่ 52 1-2-GO
  • ดวงเมือง ตอนที่ 51 subprime II
  • ดวงเมือง ตอนที่ 50 subprime
  • ดวงเมือง ตอนที่ 49 ตั้งคำถามผิด คำตอบก็ผิด
  • ดวงเมือง ตอนที่ 48 ทำไมปีนี้จึงเป็นปีกุน
  • คั่นเวลา หญิง ที่ไม่ใช่หญิง
  • ดวงเมือง ตอนที่ 47 ไม่ใช่เวลาของชาวราศีสิงห์
  • ดวงเมือง ตอนที่ 46 ฟ้าฝนไม่เป็นใจ
  • ดวงเมือง ตอนที่ 45 อย่าตอบโต้เกินเลย
  • คั่นเวลา ชายที่ไม่ใช่ชาย
  • ดวงเมือง ตอนที่ 44 ไม่มีอะไรในกอไผ่
  • ดวงเมือง ตอนที่ 43 กมฺมุนา วตตี โลโก
  • ดวงเมือง ตอนที่ 42 ดุลบัญชีเดิินสะพัด (2)
  • ดวงเมือง ตอนที่ 41 ดุลบัญชีเดิินสะพัด
  • ดวงเมือง ตอนที่ 40 แผน 3 ปี ประเทศไทย
  • ดวงเมือง ตอนที่ 39 พฤหัสบดีมรณะวันนี้
  • ดวงเมือง ตอนที่ 38 ภาคใต้ (4) จบ
  • ดวงเมือง ตอนที่ 37 ภาคใต้ (3)
  • ดวงเมือง ตอนที่ 36 ภาคใต้ (2)
  • ดวงเมือง ตอนที่ 35 ภาคใต้ (1)
  • ขิงแก่ หรือ Cognac
  • เศรษฐกิจพอเพียง
  • ดวงเมือง ตอนที่ 34 ดาวหาง McNaught
  • คั่นเวลา ประวัติหลวงปู่ทวด
  • ดวงเมือง ตอนที่ 33 กุมภาพันธ์ - มีนาคม
  • ดวงเมือง ตอนที่ 32 Bomb in Bangkok
  • ดวงเมือง ตอนที่ 31 Circuit Breaker
  • ดวงเมือง ตอนที่ 30 ประเทศไทย ในปี พ.ศ.2550
  • ดวงเมือง ตอนที่ 29 ความกังวลกับเศรษฐกิจไทย และบทบาทของธนาคารแห่งประเทศไทย
  • ดวงเมือง ตอนที่ 28 เผาจริง-เผาหลอก
  • ดวงเมือง ตอนที่ 27 ประเทศไทยก่อนการเลือกตั้ง
  • ดวงเมือง ตอนที่ 26 กับอีกคำถาม ประเทศไทย จะไปทางไหน
  • ดวงเมือง ตอนที่ 25 บทส่งท้าย ดวงอดีตนายกรัฐมนตรี และรัฐประหาร
  • ดวงเมือง ตอนที่ 24 ดาวราหู และการปฎิวัติ-รัฐประหาร
  • คั่นเวลา (2) ก่อนจะคุยถึงดาวราหู (คุยเรื่องความสุขใจของลุงพุฒก่อน)
  • คั่นเวลา ดวงคุณกิ๊ก
  • ดวงเมือง ตอนที่ 23 กบฎแมนฮัตตัน
  • ดวงเมือง ตอนที่ 22 ดาวเสาร์
  • ดวงเมือง ตอนที่ 21 เหตุการณ์เมื่อ 20 ปีก่อน กรณีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิลระเบิด(26 เมษายน พ.ศ. 2549)
  • ดวงเมือง ตอนที่ 20 ดาวศุกร์ (13 เมษายน พ.ศ. 2549)
  • ขอคั่นเวลา (อีตัวไฮโซ ภาคพิศดาร)(30 มีนาคม พ.ศ. 2549)
  • ดวงเมือง ตอนที่ 19 วันที่ 25 จะเกิดอะไรขึ้น (23 มีนาคม พ.ศ. 2549)
  • ดวงเมือง ตอนที่ 18 วิกฤติการเมืองในอดีตเทียบกับปัจจุบัน (16 มีนาคม พ.ศ. 2549)
  • ดวงเมือง ตอนที่ 17 วิกฤติการเมืองในอดีต (9 มีนาคม พ.ศ. 2549)
  • ดวงเมือง ตอนที่ 16 การเมืองในปัจจุบัน (2 มีนาคม พ.ศ. 2549)
  • ดวงเมือง ตอนที่ 15 อดีตบ่งบอกว่า วิกฤติของชาติ ป้องกันได้ (23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549)
  • ดวงเมือง ตอนที่ 14 อดีตสู่อนาคต (17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549)
  • ดวงเมือง ตอนที่ 13/2 เศรษฐกิจไทยวันนี้ (คั่นเวลา) (11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549)
  • ดวงเมือง ตอนที่ 13/1 เศรษฐกิจไทยวันนี้ (9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549)
  • คั่นเวลา (7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549)
  • ดวงเมือง ตอนที่ 12 ดาวบนท้องฟ้า วันเสาร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2549 (1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549)
  • ดวงเมือง ตอนที่ 11 ดาวพฤหัสบดี (ต่อ) เมื่อคบคิดกันปล้นชาติ (26 มกราคม พ.ศ. 2549)
  • ดวงเมือง ตอนที่ 10 ดาวพฤหัสบดี(ุ20 มกราคม พ.ศ. 2549)
  • ดวงเมือง ตอนที่ 9 ดาวพุธ(ุ13 มกราคม พ.ศ. 2549)
  • ดวงเมือง ตอนที่ 8 ดาวอังคาร(ุ6 มกราคม พ.ศ. 2549)
  • ดวงเมือง ตอนที่ 7 ดาวจันทร์(30 ธันวาคม พ.ศ. 2548)
  • ดวงเมือง ตอนที่ 6 คืนส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่(23 ธันวาคม พ.ศ. 2548)
  • ดวงเมือง ตอนที่ 5 ดาวอาทิตย์(16 ธันวาคม พ.ศ. 2548)
  • ดวงเมือง ตอนที่ 4 ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี(10 ธันวาคม พ.ศ. 2548)
  • ดวงเมือง ตอนที่ 3 ดาวบนท้องฟ้ากรุงเทพฯ ศุกร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ.2548(8 ธันวาคม พ.ศ. 2548)
  • ดวงเมือง ตอนที่ 2 ลัคนาดวงเมืองกรุงเทพฯ (6 ธันวาคม พ.ศ. 2548)
  • ดวงเมือง ตอนที่ 1 ดวงเมืองกรุงเทพฯ คือ ดวงประเทศไทย(30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548)
  • แนะนำตัว (24 พฤศจิกายน พ.ศ.2548)