|
ภาคใต้ (1)
สวัสดีครับ
กลับมาจากการทำบุญ 2 ที่ และไหว้ครู สุขภาพของลุงพุฒน่วมไปเลยครับ มีเรื่องดีๆเกิดขึ้นก็เยอะ แต่ความเหนื่อยอ่อนก็ยังมีอยู่ ลุงพุฒก็ยังเพลียๆอยู่ครับ ทำให้พักนี้ตอบจดหมายหลายๆท่านช้าไป ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะจดหมายสะสมมารออยู่ตั้งแต่ช่วงลุงพุฒไม่อยู่ เดินทางไปต่างจังหวัด และอีกส่วนก็เป็นเพราะลุงพุฒเองด้วย ที่ไม่สามารถตอบจดหมายได้ทัน ก็ต้องขออภัยทุกๆท่านด้วยครับ แต่ลุงพุฒขอรับปากว่าจะรีบดำเนินการให้เสร็จภายในวันหยุดนี้ ไม่อยากให้ช้าไปกว่านี้ เกรงใจทุกท่านที่ส่งจดหมายเข้ามา เพราะธุระของใครก็คงไม่มีใครให้ค้างคาไปนานๆ ยิ่งไม่ใช่ของฟรีด้วยแล้ว ก็ยิ่งต้องการการตอบสนองด้วยความรวดเร็ว เรื่องนี้ลุงพุฒต้องกราบขออภัยมา ณ.ที่นี้ด้วย และจะรีบดำเนินการให้เสร็จไม่ให้คั่งค้างในวันเสาร์อาทิตย์นี้ให้ได้ครับ
กลับมาจากไหว้ครูคราวนี้ ได้อะไรติดตัวเพิ่มเติมมาเหมือนกัน และพกความอิจฉาลุงศรและลุงเบิ้มด้วย เพราะท่านทั้งสองยังอยู่ใกล้ชิดกับครูโหร คือ โหร พิชาญ คงรอด ได้มีโอกาสได้ถ่ายทอดประสบการณ์และวิเคราะห์ทุกสัปดาห์ ทำให้นึกถึงสมัยก่อนตอนที่ลุงพุฒยังทำงานอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ วันอาทิตย์บ่ายเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุด เพราะ 1 อาจารย์ 3 ลูกศิษย์ นั่งถกนั่งวิเคราะห์ นั่งวิจารณ์ ค้นคว้ากันทางโหราศาสตร์กันเป็นที่สนุกสนาน เป็นอย่างนี้ติดต่อกันมาหลายปี ทำให้ได้เพิ่มเติมความรู้กันตลอดเวลา
มาคราวนี้ได้เวลาที่ต้องวิเคราะห์เรื่องของภาคใต้ตามวิธีการทางโหราศาสตร์ ซึ่งลุงพุฒติดค้างมาจากงานทำบุญที่จังหวัดเลย มีนายทหารท่านหนึ่งถามเอาไว้ แต่เนื่องจากลุงพุฒยังไม่ได้วิเคราะห์เฉพาะภาคใต้โดยละเอียด จึงไม่อาจให้รายละเอียดได้ชัดเจนนัก ได้แต่บอกถึงเรื่องราวของดวงเมือง ซึ่งกำลังเข้าสู่ภาวะต้องจับตามองสถานการณ์อย่างใกล้ชิดในหลายๆด้านให้ดีๆ อย่างน้อยเมื่อวานนี้ ก็มีข่าวด้านลบ ทำลายความมั่นใจทางเศรษฐกิจมาอีกครั้ง เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยแจงเรื่องขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนนับแสนล้านบาท เป็นจำนวนเงินที่มากโขอยู่ เพราะสามารถสร้างโรงเรียน สร้างความรู้ ปรับปรุงคุณภาพชีวิตของครู ให้มีชีวิตที่ดี มีชีวิตพอเพียง ปลดหนี้ปลดสิน มีความมั่นคงในชีวิต และมุ่งมั่นให้ความรู้กับเด็กๆ เพื่อสร้างอนาคตให้กับชาติของเราให้มั่นคงในภายภาคหน้า ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ ทางด้านคุณธรรม ก็ขอฝากผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ให้คิดถึงประเทศชาติมากกว่าที่จะมามัวแต่รักษาหน้าของตัวเอง
ถัดมาก็เป็นเรื่องของ ดร.สมคิด ที่เกิดกระแสต่อต้านจนกระทั่งต้องยอมลาออกไป ลุงพุฒบอกตามตรงว่าเสียดายมาก มีความรู้สึกว่าบ้านเมืองของเราในปัจจุบัน ไม่ได้ใช้ปัญญากันเสียแล้ว เอาความรู้สึกภายนอก และภาพลักษณ์ที่มองเห็นกันอย่างฉาบฉวย มาเป็นเครื่องมือตัดสิน และกีดกันคนดีๆให้พ้นไปเพียงเพราะเห็นว่าเขาเป็นมือเศรษฐกิจให้กับรัฐบาลก่อน ลุงพุฒยังมีความเชื่อส่วนตัวว่า หาก ดร.สมคิด ไม่อยู่ในรัฐบาลก่อน ปัญหาของบ้านเมืองจะรุนแรงยิ่งกว่าที่เกิดขึ้นมาแล้วแน่นอน อย่างน้อยการเข้าไปหาช่องทางจัดจำหน่ายให้กับ OTOP ก็คงจะไม่เกิดขึ้น และจะมี OTOP อีกมากที่จะต้องล้มหายตายจากไปพร้อมกับหนี้สินก้อนใหญ่ที่ต้องหามาชดใช้คืน หากแยกแยะกันสักหน่อยจะรู้ว่า ดร.สมคิดไม่ได้มีสิทธิ์ขาดอำนาจ ไม่มีกลไกการทำงานที่เข้มแข็งพอที่จะดำเนินงานได้อย่างสะดวก ก็มีการเบี่ยงเบนไปเพราะต้องยืมใช้อำนาจของผู้ือื่น เป็นการชั่งน้ำหนักระหว่างการรักษาภาพลักษณ์ของตนเอง กับประเทศชาติ ว่าจะเอาอย่างไหนกัน อาจต้องยอมเปลืองตัวให้เปื้อนโคลนเพื่อรักษาประเทศชาติไว้ เหมือนกับนายตำรวจที่ต้องปลอมตัวไปเป็นโจร เพื่อหาทางจับโจร แต่พอจับโจรมาได้แล้ว กลับถูกลงโทษไปพร้อมโจรด้วย เพราะอ้างว่าออกปล้นพร้อมกัน ถ้าอ้างกันอย่างนี้ก็เรียกว่าไม่ถูกนัก
พักจากเรื่องบ่น ก็เข้ามาสู่เรื่องโหราศาสตร์ของเรากันต่อไปดีกว่าครับ
รูปดวงนี้ หลายท่านคงจะเห็นกันจนคุ้นสายตากันดีแล้วนะครับ แต่ก็ยังเป็นเรื่องที่ต้องคุยกันไปอีกนาน ก็เพราะเป็นดวงของบ้านเมืองของเราเองนี่ครับ จะวางเฉยไม่สนใจกันได้อย่างไร
เห็นลุงพุฒวงกลมสีแดงเอาไว้หรือไม่ครับ นั่นล่ะครับคือประเด็นที่เราจะพูดถึงดวงดาวในภาคใต้ักันครับ หลายท่านอาจจะสงสัยว่า ดาวพลูโตในราศีมังกร กับดาวงองูจะเกี่ยวอะไรกับภาคใต้ ลุงพุฒจะบอกว่า หากเราจะวิเคราะห์เป็นภาคส่วนของประเทศ จะดูอย่างที่เคยดูกันไม่ได้แล้ว หากแต่ว่าเราจะต้องเอาเรื่องชัยภูมิในโหราศาสตร์มาใช้ด้วย เพื่อใช้วิเคราะห์ประเด็นในแต่ละพื้นที่ด้วย และวันนี้เราจะคุยกันเฉพาะภาคใต้นะครับ

ขอยกแผนที่ประเทศไทยขึ้นมาก่อนนะครับ หลายท่านอาจสงสัย แล้วจะปรับให้เข้ากับดวงอย่างไร ก็บอกตามประสาคนเรียนมาทางวิศวฯว่า ต้องมีการบิดพิกัดให้เข้ากัน ซึ่งจะได้ดังรูปข้างล่างนี้

เนื่องจากดวงเมืองคือ กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเมืองหลวง เราจึงต้องตั้งจุดศูนย์กลางเอาไว้ีที่กรุงเทพมหานครครับ และจะเห็นว่า เราต้องบิดราศีเมษไปตามทิศทางตามเข็มนาฬิกาไปเยอะพอสมควร และจักรราศีก็ดูเหมือนว่าจะตะแคงข้างด้วย เป็นไปตามหลักของการหาชัยภูมิจากดวงหรือโหราศาสตร์ครับ หลายท่านอาจสังเกตเห็นแล้วว่า ราศีมังกรทาบทับภาคใต้จนเกือบหมดเลย และอาจนึกไปถึงดาวพลูโต (พ) ซึ่งลุงพุฒวงกลมเอาไว้ข้างบนแล้วด้วยก็ได้ นั่นล่ะครับ คือประเด็นที่เราจะพูดคุยกันต่อไปในเรื่องของภาคใต้ครับ
เมื่อเราเอาดวงจากพื้นเดิมมาใส่ เราก็จะได้ตามรูปข้างล่างนี้ครับ

จะเห็นว่า จากกรุงเทพฯลงมาทางใต้ จะเป็นพื้นที่ของราศีมังกร ซึ่งในดวงเดิมของกรุงเทพมหานคร มีดาวพลูโตสถิตอยู่ ดาวพลูโตตัวนี้ส่งผลให้พื้นที่ทางภาคใต้ต้องเป็นไปตามอิทธิพลของดาวพลูโตได้แก่ ความลำบากยากแค้น ความยากจน การพัฒนาที่เชื่องช้า ความทุกข์ความยาก เฉพาะเรื่องของการพัฒนาที่เชื่องช้า มีความหมายครอบคลุมไปถึงการศึกษา การสาธารณสุข อาชีพและเศรษฐกิจ ความทุกข์ยากลำบากนั้น นอกจากจะหมายถึงการเจ็บไข้ได้ป่วยแล้ว ยังมีความหมายถึงความยุติธรรมอีกด้วย
อิทธิพลของดาวพลูโตที่นักดาราศาสตร์ทั่วโลกได้ลงคะแนนให้เป็นดาวเคราะห์แคระ มีโทษหรือมีผลรุนแรงถึงขนาดนี้ได้ บางท่านอาจจะสงสัยว่าทำไมดวงเมืองถึงได้มีอิทธิพลมากขนาดนี้ ลุงพุฒก็ขอบอกว่า ตามความเป็นจริงแล้วดวงเมืองหรือดวงดาวบนท้องฟ้าโดยตัวของมันเองแล้ว จะไม่มีผลอะไรกับพฤติกรรมของสัตว์โลก ถ้าหากสัตว์โลกปราศจากกิเลสตัณหา หรือจะให้พูดอีกทีก็ต้องบอกว่า หากสัตว์โลกปราศจากจิต ก็จะไม่เกิดอิทธิพลอะไรเลย แต่เมื่อสัตว์โลกมีจิต และจิตแล่นออกไปตามแรงผลักดันของตัณหา ก่อให้เกิดอุปทาน เกิดภพ เกิดชาติ เกิดการกระทำกรรมต่างๆมากมาย จึงดูเหมือนว่าดวงดาวมีอำนาจต่อมนุษย์และสัตว์ทั้งหลาย
ความจริงหากตาเห็นรูป เิกิดจักขุวิญญาณ (จักขุวิญญาณ-การรู้ทางตา รวมกันทั้ง 3 สิ่ง มีชื่อในทางพุทธศาสนาคือ ผัสสะ ซึ่งมีความหมายคล้ายคำว่า สัมผัส ในภาษาไทยเรา) แล้วจบลงตรงนี้ ไม่ปรุงแต่งต่อไป ก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เพราะจิตของมนุษย์มีการปรุงแต่งต่อไปเกิดความรู้สึกเป็นสุข-พอใจ รู้สึกเป็นทุกข์-ไม่พอใจ เกิดเป็นตัณหา เป็นอุปทาน เป็นความมุ่งมั่น ตามความเคยชินของจิต (คือ อุปนิสัย อันเกิดมาจากทัศนคติ ซึ่งอ่านได้จากพื้นดวงเดิม) เรื่องมันก็เลยต้องวุ่นไปตามดวง ทั้งๆที่ดวงดาวหาได้ทำให้เกิดสิ่งใดไม่ ล้วนแต่จิตของมนุษย์และสัตว์ทั้งหลายยังให้เป็นไปทั้งนั้นเลย
การผูกดวงเมือง กำหนดเอาเวลาตั้งเสาหลักเมืองเป็นสำคัญ จำเป็นต้องทำพิธีกันยิ่งใหญ่ให้เอิกเกริก มีผู้คนเข้ามาร่วมชุมนุมกันมาก ประธานในพิธีต้องมีผู้มีบารมี ผู้ดำเนินการต้องมีแรงศรัทธาจากผู้คน จึงมักเป็นโหราจารย์หรือพราหมณ์ผู้มีคนเคารพนับถือมาก เป็นหัวหน้าพรามหณ์ในดินแดนนั้น รวมกันสามประการนี้ สามารถน้อมนำเอาจิตของมนุษย์ทั้งหลายที่อยู่ร่วมกันในที่นั้น ไปกำหนดสร้างเป็นดวงเมืองเอาไว้ หากผู้ร่วมในพิธีเป็นถึงพระมหากษัตริย์ ผู้มีอำนาจสิทธิ์ขาดเหนือชีวิตทุกคนในแผ่นดิน อิทธิพลของดวงเมืองจึงแผ่ไพศาลไปทั่วดินแดน บุคคลผู้เข้ามาเกิดภายใต้ดินแดนนี้ในภายหลัง หากเป็นปุถุชน มิใช่อริยะบุคคล จักต้องได้รับผลอิทธิพลจากดวงเมืองไปตามส่วน และหากยิ่งนานไปในแต่ละภาคส่วนของประเทศ ก็จะน้อมนำเอาดวงจิตของผู้ยังมีกิเลสที่น้อมนำไปตามดวงเมืองมากำเนิดในภพมนุษย์ตามตำแหน่งของดวงเมือง การดำเนินชีวิตหรือเรื่องราวต่างๆจึงสอดคล้องกับดวงเมืองและอ่านได้เช่นนั้น
แต่ดวงเมืองใช่ว่าจะมีอิทธิพล หรือส่งผลอย่างจีรังยั่งยืน เพราะหลักธรรมชาติ หลักสำคัญอันหนึ่งของธรรมชาติที่ไม่เคยมีข้อยกเว้น คือ ไตรลักษณ์ สิ่งใดที่มีปัจจัยปรุงแต่งได้ สิ่งนั้นต้องแปรปรวนไปตามเหตุและปัจจัย เป็นอนิัจจัง คือ มีการเปลี่ยนแปลง เป็นทุกขัง คือ มีการเสื่อมทำลาย เป็นอนัตตา คือ ไม่เป็นไปตามอำนาจปราถนาของใคร ปราศจากความเป็นตัวตนแท้จริง ดังนั้นอิทธิพลของดวงเมือง เมื่อมีการเกิดขึ้น ก็ต้องมีการเสื่อมสลายไป วิธีการที่จะทำให้ดวงเมืองมีอิทธิพลต่อไป ก็ต้องทำการสมโภชน์ เพื่อเสริมกำลังให้กับดวงเมือง ด้วยการน้อมนำเอาพลังแห่งจิตของผู้อยู่ในพิธีมาเป็นกำลังเสริมหรือกำหนดเข้าไป
กลับมาพูดถึงปัญหากันต่อ ปัญหาในภาคใต้ หาได้เกิดขึ้นมาในวันสองวัน แต่เป็นการบ่มเพาะปัญหานานวัน และมีปัญหาหลากหลายประการซ้อนทับกันอยู่ ลำพังเพียงการแก้ไขปัญหาที่บ่มเพาะมานานวัน ก็ยากเต็มทน แต่เมื่อปัญหาภาคใต้เปรียบเสมือนฝีที่ปะทุและสุกงอมเต็มที การรักษาก็ยิ่งซับซ้อนเป็นทวีคูณ เพราะต้องแก้ไขในเรื่องของความยุติธรรม ต้องจัดสร้างกระบวนการยุติธรรมที่อำนวยความยุติธรรมจริงๆให้ได้ ต้องแก้ไขเรื่องการศึกษา ต้องแก้ไขเรื่องความหวาดระแวง การเข้าใจผิด การยึดถือเชื้อชาติเข้ากับความเชื่อทางศาสนา ต้องแก้ไขเรื่องความขัดแย้งในอดีตที่ถูกแปรไปเป็นปมประเด็นแห่งการแก้แค้น ต้องแก้ไขเรื่องเศรษฐกิจที่ต้องจัดหาอาชีพโดยไม่ให้เกิดการโยกย้ายที่อยู่ที่ทำกิน ต้องแก้ไขเรื่องสาธารณสุข ต้องแก้ไขเรื่องทัศนคติของข้าราชการกับคนไทยมลายู ฯลฯ. สิ่งเหล่านี้ไม่มีเรื่องใดไม่ใช้เวลา และไม่อาจดำเนินไปโดดๆได้ ไม่มีเรื่องใดที่จะไม่ใช้ความตั้งใจ ไม่มีเรื่องใดที่ไม่ต้องใ้ชัทรัพยากร ทั้งคนและเงิน สิ่งสำคัญที่ต้องไม่ลืมก็คือ ต้องให้คนพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมอย่างสร้างสรร ไม่กำหนดกรอบตายตัวเอาไว้แต่แรก รักษาเป้าหมายเอาไว้ไม่ให้เบี่ยงเบน คือการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข สมานฉันท์ ไว้วางใจกัน เป็นคนไทยด้วยกัน ไม่แบ่งเขาแบ่งเรา มีความยุติธรรมทางกฎหมายเสมอกัน ทั้งคนไทย คนมลายู และข้าราชการ
การแก้ไขปัญหาแม้จะดูซับซ้อนและยากจนเกินกว่าที่จะทำได้สำเร็จ แต่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานคำแนะนำที่เรียบง่าย เป็นหัวใจหลักของการทำงาน "เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา" แม้จะต้องใช้เวลานาน แต่ก็เป็นการเริ่มต้นที่ดี เป็นกรอบที่ชัดเจน และจะบรรลุวัตถุประสงค์ได้ในที่สุด
องค์ประกอบสำคัญอันหนึ่งที่ลุงพุฒมองเห็นก็คือ การทำอย่างไรที่จะให้ผู้นำในชุมชน เข้ามาร่วมสร้างสรรเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ให้ทำให้มากที่สุด แพร่หลาย แผ่กระจายไปทั่วทั้งพื้นที่ หากทำได้ ทุกสิ่งก็จะง่ายเข้า เพราะทางการสามารถทำเรื่องการจัดสรรงบประมาณเข้าไปช่วยเหลือได้ ส่วนผู้นำในชุมชนก็เป็นคนที่สามารถสื่อสารกับคนในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี การเชื่อมโยงกับผู้นำระดับบนไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์คลี่คลายไปได้คล่องตัวนัก ต้องผู้นำในพื้นที่ แม้แต่คนในระดับครูสอนศาสนาก็น่าจะให้เข้ามาช่วยกันสร้างสรรความสงบ เพราะทางด้านหนึ่งเจ้าตัวเองก็จะยังรู้สึกว่าตนเองยังมีความมั่นคง มีบทบาทในสังคมเล็กๆแห่งนั้น และอีกด้านหนึ่งก็จะได้ช่วยเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการทำความเข้าใจให้ถูกต้องกับประชาชนในพื้นที่ และยังจะเป็นช่องทางที่จะใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในเกิดประโยชน์สูงสุดด้วย ส่วนทางด้านยุทธวิธี ลุงพุฒเชื่อว่ามีการจัดทำแผนเอาไว้มากมาย และลุงพุฒก็เป็นเพียงคนที่นั่งดูอยู่ภายนอก คงจะไม่สามารถกล่าวอะไรได้ละเอียดนัก และเชื่อว่าทางการน่าจะมีประสบการณ์มากพอที่จะวางยุทธวิธีที่เหมาะสมได้อย่างดี
สำหรับเหตุการณ์ทางภาคใต้ที่เริ่มมาปั่นป่วนในหลายปีมานี้ เกิดขึ้นเนื่องจากมีดาวเนปจูนเข้ามาป้วนเปี้ยนในราศีมังกรนานแล้ว ลุงพุฒประมาณเอาด้วยการนับในใจ ก็คงจะราวช่วงที่มีข่าวเผาโรงเรียนพร้อมๆกัน 34 โรงเรียน โดยจับกุมใครไม่ได้ ในวันที่ พล.เอก ชวลิต ขึ้นดำรงตำแหน่ง รมว.มหาดไทย (หรือนายกรัฐมนตรี ก็ไม่แน่ใจนัก ลุงพุฒจำปีไม่ได้ และค้นหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตก็ไม่มีอีกเหมือนกัน จำได้แต่ว่า พอมีการรับตำแหน่งใหม่ ก็มีการต้อนรับด้วยการเผาโรงเรียนเลย เข้าใจว่าน่าจะเป็นตำแหน่ง รมว.มหาดไทย) ในราวๆนั้นคงผิดไม่เกิน +/-1 ปี
ส่วนเหตุการณ์ที่รุนแรงมากขึ้นในระยะนี้ ก็เพราะดาวอังคาร (3) เข้ามาป้วนเปี้ยนในราศีมังกรตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ ปีนี้ และยังมีผลทำให้สถานการณ์ภาคใต้ยังคุกรุ่นไปอีกระยะหนึ่ง
เสียดายที่ลุงพุฒกลับมาจากไหว้ครูแล้วยังเหนื่อยอ่อนอยู่ ประกอบกับมีจดหมายค้างตอบเป็นจำนวนมากที่ต้องรีบทำ เพราะท่านเหล่านั้นได้โอนเงินมาให้ก่อนแล้ว จะไม่ทำก็ไม่ได้ และการงานที่ต้องรับผิดชอบอยู่ก็แร่งรัดเหลือเกินกลับบ้านดึกๆก็หลายวัน ทำให้ไม่มีเวลาว่างมากพอที่จะมาไล่ดูให้อย่างนี้ จนกระทั่งเมื่อคืนนี้เกิดฮึดขึ้นมา เพราะเห็นว่าคำถามนี้ก็ทิ้งเอาไว้นานแล้ว ทำให้นึกเสียใจเหมือนกันว่า หากกล่าวเตือนกันเอาไว้ก่อน ก็อาจจะทำให้ระแวดระวังกันได้มากกว่านี้ วันนี้ก็พูดคุยกันมาเยอะแล้ว ต้องขอพักก่อนล่ะครับ (กรุณาติดตามตอนที่ 2 ในวันศุกร์ที่ 2 มีนาคม ลุงพุฒจะวิเคราะห์ให้ละเอียดกว่านี้ครับ)
สวัสดีครับ
ลุงพุฒ
24 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2550
|