|
ดวงเมือง ตอนที่ 39 พฤหัสบดีมรณะวันนี้
สวัสดีครับ
นับมาถึงวัน ดาวพฤหัสบดีก็อยู่ในเรือนมรณะของดวงเมืองมานานหลายเดือนแล้ว หากจะนับเวลาจากวันที่ดาวพฤหัสบดีย้ายเข้าสู่ราศีพิจิก เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ.2549 ก็นับเป็นเวลา 5 เดือนเต็มๆแล้ว แต่หากนับจากวันที่ดาวพฤหัสบดีย้ายเข้าสู่เรือนมรณะ เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ.2549 ก็นับเป็นเวลาได้ 3 เดือนกว่าๆเท่านั้น แต่สถานการณ์บ้านเมืองกำลังเดินเข้าไปสู่จุดร้อนแรงทุกทีๆ
ตามที่ลุงพุฒได้กล่าวเอาไว้ในคราวก่อน (ตอนที่ 38 เรื่อง ภาคใต้ (๔) จบ) ว่า ในช่วง 2-3 วันนี้ เหตุการณ์บ้านเมืองจะทวีความตึงเครียดขึ้น เริ่มต้นจากมีอุบัติเหตุที่เป็นข่าว ตามด้วยกรณีการชุมนุมที่จะก่อตัวขึ้นที่สนามหลวง (ความจริงลุงพุฒลืมไปแล้วล่ะ ว่าเีขียนคำพยากรณ์ว่าอย่างไร เพราะไปจดจ่อเรื่องงานฉลองเจดีย์ หลวงปู่สุวัจน์ สุวโจ ที่วัดป่าเขาน้อย จ.บุรีรัมย์ แต่คุณณกมลเตือนลุงพุฒถึงเรื่องที่เขียนเอาไว้ ก็เลยจำได้)
ช่วงนี้เหตุการณ์บ้านเมืองกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เมื่อมาดูดวงเมืองในวันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2549)
ที่ลุงพุฒวงกลมเอาไว้ คือจุดสำคัญของดวงดาวที่จะวิเคราะห์กัน
ดาวพฤหัสบดี (๕) ที่วงกลมเอาไว้ อยู่ในเรือนมรณะของดวงเมือง เป็นจุดที่นักโหราศาสตร์ส่วนใหญ่รู้กันอยู่แล้ว มีผลทำให้ ทำให้เกิดความวุ่นวายหลายประการ ประการแรกคือเศรษฐกิจ ซึ่งในวันนี้เราก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ระบบเศรษฐกิจอยู่ในช่วงที่มีความไม่แน่นอนสูง เกิดความไม่แน่ใจว่าจะมีเราจะไปทิศทางใด ซึ่งเป็นธรรมดาเมื่อดาวพฤหัสบดีอยู่ในเรือนมรณะ สถานการณ์ที่ดีที่สุดในภาวะที่ดาวพฤหัสบดีอยู่ในเรือนมรณะก็คือ สูญเสียแต่น้อย แต่ไม่มีทางสูญเสียเลย ในแ่ง่ของเศรษฐกิจ ไม่มีอะไรเหมาะไปกว่าการนำเอาเศรษฐกิจพอเพียงมาใ้ช้ หมายถึงการอาศัยความมีสติ ความรอบคอบ เป็นพื้นฐานสำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจมีความแข็งแกร่ง ไม่ใช่การกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายเกินตัว จนเกิดปัญหาหนี้สิน และกลายเป็นความตึงเครียด ความทุกข์ หรือต้องเลือกทำในสิ่งที่ผิดกฎหมาย ผิดศีลธรรม ไม่ก่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน ถาวร
ในแ่ง่ของเศรษฐกิจพอเพียง องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงกล่าวเอาไว้ครั้งหนึ่ง เรื่อง การขาดทุนเพื่อกำไร หากลุงพุฒจำไม่ผิด น่าจะเป็นพระราชดำรัสเมื่อเิกิดน้ำท่วมที่หัวหิน องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงให้ทลายถนนเพื่อให้น้ำผ่านไป ไม่ให้ท่วมบ้านเรือนของประชาชน ดังนั้นในเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ได้มีความหมายเพียงแค่ หาได้เท่าไหร่ ให้ใช้เท่านั้น ซึ่งเป็นการตีความที่ตื้นเขินเกินไป (และคนไทยส่วนใหญ่ก็เข้าใจไปในทิศทางนี้ด้วย)
ในยามที่ดาวพฤหัสบดีจรมาอยู่ในเรือนมรณะ จึงเป็นจังหวะที่ต้องเสียบางส่วน เพื่อรักษาส่วนใหญ่เอาไว้ หรือเป็นการยอมขาดทุนเพื่อคืนกลับมาเป็นกำไรให้กับสังคม หรือกับประชาชน แต่ต้องไม่ลืมพื้นฐานสำคัญประการหนึ่งของเศรษฐกิจพอเพียง คือ การใช้สติ ไม่ปล่อยให้อารมณ์ความรู้สึกเ้ข้ามาครอบงำ เพื่อให้ปัญญาได้ทำงานอย่างเต็มที่
การยอมขาดทุนเพื่อกำไร เป็นวิธีการที่สามารถนำมาใช้กับเศรษฐกิจพอเพียงได้ในโอกาสที่เหมาะสม แต่โดยวิธีการเองก็หาใช่เศรษฐกิจพอเพียงไม่ หากแต่การพิจารณาด้วยเหตุด้วยผล และการตัดสินใจนำไปใช้นั้นต่างหาก ที่เป็นการสะท้อนว่าเป็นเศรษฐกิจพอเพียงหรือไม่ หากเบื้องหลังหรือเจตนาของผู้ตัดสินใจ เป็นไปด้วยความโลภโมโทสัน แม้จะใช้วิธีการของการขาดทุนเพื่อกำไร ก็หาใช่เป็นเศรษฐกิจพอเพียง เฉกเช่นเดียวกับการเลือกตั้ง หาใช่เครื่องหมายของการเป็นประชาธิปไตยไม่ แต่การเลือกตั้งโดยความบริสุทธิ์ยุติธรรม มีนักการเมืองที่มีอุดมการณ์และซื่อสัตย์ต่างหากที่เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง
สำหรับดาวพฤหัสบดีที่อยู่ในลักษณะนี้ การยอมขาดทุนเพื่อกำไรสำหรับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า คือ การลงทุนในเมกาโปรเจคท์เป็นคำตอบที่ดี แต่คำถามที่ตามมาก็คือ ควรที่จะลงทุนด้านไหน และเท่าไหร่ และหากให้ประชาชนได้รับรู้รับทราบด้วยแต่แรก จะเป็นเรื่องที่ดีมาก
กับเรื่องนี้ ลุงพุฒจึงมีความเห็นว่า การตัดสินใจในเรื่องการลงทุนในรถไฟฟ้า หากมีการชี้แจงรายละเอียด มีการแสดงค่าใช้จ่าย ระยะเวลา แหล่งเงินทุนที่จะได้มา ให้กับประชาชนทราบเป็นเรื่องเป็นราว น่าจะทำให้เกิดความเข้าใจกันได้ดีกว่า โดยส่วนตัวแล้วลุงพุฒเชื่อว่าประชาชนจะเข้าใจรัฐบาล และสนับสนุนรัฐบาลมากกว่านี้
แต่ลำพังเพียงการลงทุนในรถไฟฟ้าใต้ดินนั้น มิใช่คำตอบเบ็ดเสร็จที่จะทำให้เศรษฐกิจมีการเจริญเติบโต และมีความยั่งยืน หากต้องพิจารณาให้ดีว่า ในปีหน้าเราจะทำอะไรต่อไป เพราะความจริงแล้ว จุดชี้เป็นชี้ตายของเศรษฐกิจประเทศไทย อยู่ในปี พ.ศ.2551 ไม่ใช่ในปีนี้ ดังนั้นหากคิดว่าปีนี้เป็นปีที่หนักหนาสาหัส และผลักดันให้ผ่านไปได้แล้ว เป็นอันจบปัญหา ก็เป็นเรื่องที่คิดง่ายเกินไปหน่อย เพราะในปีหน้าเป็นปีที่ต้องวางแนวทางให้ดี หากวางไว้ไม่ดี ในปี พ.ศ.2552 เราต้องเจ็บตัวหนักหน่วงกว่าที่เราเคยเจ็บตัวกันมาก่อน แต่หากเราวางไว้ดี ปี พ.ศ.2552 เราก็จะผ่านไปได้ด้วยดี
ดังนั้น ในเรื่องของเศรษฐกิจแล้ว ปีหน้าเป็นปีที่ต้องทำเพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจของเรา
ประการที่สอง ดาวพฤหัสบดี ยังมีความหมายถึงความมั่นคงของรัฐ หรือรัฐบาล ปัญหานี้เป็นปัญหาที่ลุงพุฒเห็นว่าหนักหน่วงยิ่งกว่าปัญหาเศรษฐกิจ เพราะภัยความมั่นคงมีอยู่ตลอดเวลา และหนักมากใน 5 ปีที่ผ่านมา ลุงพุฒพิจารณาทบทวนอยู่หลายรอบ ไม่ว่าจะแค่คิดเฉยๆ หรือเอาไปพิจารณาในขณะที่ทำสมาธิ มองเห็นชัดเจนว่า ปัญหาทางภาคใต้เป็นปัญหาใหญ่ที่รัฐบาลต้องทุ่มเทแก้ไขอย่างจริงจัง ความจริงประเด็นนี้หลายๆคนก็ชี้ประเด็นมานานมากแล้ว แต่ลุงพุฒเองไม่แน่ใจนัก จนกระทั่งพยายามพิจารณาว่า อะไรคือปัจจัยที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับรัฐบาลได้ดีที่สุด ก็เห็นแต่ประเด็นปัญหาทางภาคใต้นี้เท่านั้น
ความเชื่อมั่นในรัฐบาลจะกลับมากระเตื้องขึ้น ไม่ใช่ด้วยการทำปัญหาภาคใต้หมดไป สิ้นเชิง เป็นเรื่องที่ทำไม่ได้ในระยะสั้นแน่ๆ หากแต่เมื่อใดที่มองเห็นว่าสถานการณ์ทางภาคใต้มีแนวโน้มไปในทางที่ดีได้แล้วล่ะก็ ความเชื่อมั่นในรัฐบาลก็จะกลับมาดีขึ้น รวมทั้งความมั่นใจของประชาชนคนไทยกับเศรษฐกิจ และอนาคตของประเทศชาติ ก็จะกลับมาดีขึ้นไปอีก ดังนั้นในความคิดของลุงพุฒ เห็นว่า รัฐบาลและ คมช. ต้อง Focus กับปัญหาทางภาคใต้ยิ่งกว่าเรื่องปั่นป่วนวุ่นวายของม็อบในกรุงเทพฯเสียอีก และควรสนับสนุนให้องค์กรอิสระทำหน้าที่ตรวจสอบทางด้านทุจริตอย่างเต็มที่ แล้วเอาเวลาไปทุ่มเทให้กับปัญหาภาคใต้ จะดีกว่า
หากพิจารณาจากรูปดวงแล้ว ก็จะเห็นว่า ดาวอังคารกำลังจะเดินพ้นออกไปจากราศีมังกรแล้ว ก็น่าเชื่อว่า หลังจากนี้ไป เหตุการณ์ในภาคใต้คงจะลดความรุนแรงลงไป เป็นโอกาสอันดีที่จะทำงานด้านมวลชนให้มากขึ้น ขอให้จำไว้ว่า อย่าไปพยายามค้นหาศัตรู แต่ให้ความเป็นมิตร มีเมตตา กับคนไทยทุกคน แ้ล้วคนในพื้นที่จะเป็นคนแยกแยะให้เอง ว่าใครเป็นกบฎคิดแยกดินแดน หรือก่อความไม่สงบ ยิ่งเขาเสียมวลชนมากเท่าใด เขายิ่งต้องปฎิับัติการรุนแรงมากยิ่งขึ้น แต่การปฎิบัติรุนแรงมากยิ่งขึ้น ก็จะทำให้เสียมวลชนง่ายขึ้น รวมทั้งต้องสูญเีสียกำัลังและอาวุธไปด้วย เขาก็จะยิ่งอ่อนแอลง
สิ่งหนึ่งที่ลุงพุฒขอฝากไว้ก็คือ รัฐบาลต้องแสดงให้เห็นถึงการมีมาตรการดำเนินการที่ดีพอ ต่อยุทธวิธีทางมวลชนที่มีการใช้อยู่ เช่น การมีม็อบที่เป็นผู้หญิงมาปิดกั้นถนน หรือมากดดันให้มีการเคลื่อนย้ายทหารออกจากพื้นที่ จะต้องมีหน่วยปฎิบัติการมวลชนเคลื่อนที่เร็วที่เพียงพอ ที่จะรับมือกับเหตุการณ์ดังกล่าว หากทำได้ และทำสำเร็จบ่อยๆ ก็จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับรัฐบาล และสื่อจะเห็นว่ารัฐบาลมาถูกทางแล้ว
ในระยะนี้ก็มีข่าวดีออกมาเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการยึดอาวุธที่ซ่อนเอาไว้ หรือการออกมาแสดงตนว่าไม่ยอมเข้าพวกกับผู้ก่อความไม่สงบ ซึ่งก็เป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นว่า สถานการณ์ความมั่นคงกำลังคลี่คลายตัวไปได้ ก็ขอให้ทางรัฐบาลและ คมช. ทุ่มเทความสนใจลงมาที่ตรงนี้ เพราะเรียกได้ว่า "ของจริง" ที่จะสร้างทั้งความเชื่อมั่นให้กับรัฐบาล และความมั่นคงให้กับประเทศชาติ ยิ่งกว่าปัญาหทางด้านค่าเงินบาท (ซึ่งเป็นภาระของ ธปท. มิใช่รัฐบาลโดยตรง)
เดิมทีลุงพุฒก็คิดว่าจะเขียนเรื่อง กำหนดการเลือกตั้ง ที่เพิ่งได้ยินว่า มีการกำหนดเอาไว้ที่วันที่ 16 หรือ 23 ธันวาคม พ.ศ.2550 เอาไว้แล้ว แต่คงเขียนวันนี้ไม่ทันแล้ว เพราะดึกมากแล้วครับ เอาไว้ต่อในคราวหน้าก็แล้วกันครับ
วันนี้พอแค่นี้ก่อนครับ สวัสดีครับ
ลุงพุฒ
29 มีนาคม พ.ศ.2550
|