|
ดวงเมือง ตอนที่ 40 แผน 3 ปี ประเทศไทย
สวัสดีครับ
ลุงพุฒห่างการ update ข้อความไปสักนิด เป็นเพราะช่วงนี้มีภารกิจติดพันมากอยู่สักหน่อยครับ งานการที่รับผิดชอบอยู่แต่เดิมไม่ใช่ประเด็นสำคัญ หากแต่งานที่ตั้งใจอาสาทำนี่ล่ะครับที่ทำให้ค่อนข้างเหนื่อยไม่น้อย ลุงพุฒตั้งใจจะทำคอลัมน์ใหม่ แนะนำเส้นทางไปกราบพระดี น่ะครับ ตอนนี้ก็เลยต้องรวบรวมเครื่องมือที่จะใช้ โดยคิดว่าจะเริ่มต้นที่วัดป่าเขาน้อย อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ก็ตระเตรียมเครื่องมือและฝึกหัดใช้จนคล่องแล้วครับ คอลัมน์นี้ก็จะมาหลังจากที่ลุงพุฒเขียนตอนนี้จบไม่นาน คิดว่าเวลาว่างที่มีอยู่ในช่วงวันสงกรานต์ ลุงพุฒคงจะทำตอนแรกได้ทันพอดี
วกกลับมาในเรื่องดวงเมืองต่อนะครับ ช่วงนี้ลุงพุฒได้เห็นปรมาจารย์ทางโหรหลายท่าน ออกมาให้คำพยากรณ์ทั้งในเรื่องดวงเมืองที่เป็นสถานการณ์ปัจจุบัน และที่จะเป็นไปในอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับที่ลุงพุฒเขียนเอาไว้ บางเรื่องก็เีขียนไว้ตั้งแต่ปีที่แล้วครับ ลองย้อนกลับไปอ่านกันดูนะครับ
ลุงพุฒขอบอกตามตรงว่า โดยนิสัยส่วนตัวของลุงพุฒแล้ว ไม่ชอบพูดถึงปัญหา เมื่อปัญหามาถึง แต่จะพูดถึงการแก้ไขปัญหากับปัญหาที่มีอยู่ ถ้าจะพูดถึงปัญหา จะพูดถึงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เหมือนกับที่ท่านผู้อ่านได้เห็นจากงานที่ลุงพุฒเขียนนี่ล่ะครับ
แม้ลุงพุฒจะเป็นคนที่มีกรอบของตนเองอย่างนี้ก็ตาม แต่เอาเข้าจริงแล้ว ลุงพุฒก็พลาดจนได้ เพราะเดิมทีตั้งใจว่าจะเขียนเรื่องสงกรานต์ปีนี้ มีเรื่องให้ต้องระวัง แต่เพราะการเตรียมตัวไปวัดป่าเขาน้อย รวมทั้งการฝึกหัดใช้ัเครื่องมือ GPS และรวมถึงการหัดใช้เครื่องมือทำแผนที่ ทำเอาลุงพุฒแทบหมดแรงไปเลย และขอสารภาพตามตรงว่า เพิ่งจะใช้งานเครื่องมือทั้งหมดได้ครบถ้วนก็เมื่อคืนนี้เองครับ และเป็นเหตุให้เช้านี้ตื่นสาย มีอาการไม่ค่อยดีทางร่างกายด้วย คงเป็นเพราะอ่อนเพลียจากการเดินทาง นอนน้อย และมีคนไอจามใสในรถไฟฟ้า่ด้วย พอถึงวันสงกรานต์ ก็เล่นเอาเชื้อกำเริบได้พอดี เริ่มมีไข้ ปวดศีรษะ ทำให้ไม่ได้ไปทำบุญอย่างที่ตั้งใจ ก็เลยมีเวลามานั่งเขียนเรื่องให้อ่านกันนี่ล่ะครับ
ก่อนที่จะไปถึงเรื่องแผน 3 ปี ของประเทศไทย ขอพูดเรื่องสงกรานต์ปีนี้สักหน่อย คงเป็นแค่หน่อยเดียว เพราะค่อนข้างช้าไปแล้ว

เช้าวันที่ 13 กรุงเทพมหานคร ดาวจันทร์ (๒) อยู่ในราศีมังกร เรือนกัมมะ มีดาวเนปจูน (น) กุมอยู่บนท้องฟ้า บ่งบอกว่าเป็นช่วงเวลาที่ผู้คนสนุกสนานรื่นเริง และประมาท มีดาวเสาร์ (๗) ส่งรัศมีสีแดงถึงบ่งบอกว่าเป็นเหตุให้เกิดเรื่องที่น่าเศร้าสลด ในขณะเดียวกัน ดาวอังคาร (๓) อยู่ในราศีกุมภ์ และเข้าไปกุมดาวราหู (๘) และมฤตยู (๐) บ่งบอกว่าจะเกิดความเสียหายรุนแรงเกิดขึ้น ดาวพฤหัสบดี (๕) อยู่ในราศีพิจิก และเรือนมรณะของดวงเมือง และมีดาวพลูโต (พ) กุม บ่งบอกว่าจะเกิดความเสียหายร้ายแรงถึงชีวิต มีกระทบกับทรัพย์สินประชาชน และผลประโยชน์หรือเศรษฐกิจของชาติ
โดยปกติแล้ว หากมีดาวราหู (๘) มฤตยู (๐) และอังคาร (๓) มารวมตัวกัน ทายได้เลยว่าจะเกิดภัยพิบัติ ในคราวนี้อยู่ในราศีกุมภ์ ซึ่งเป็นธาตุลม บ่งบอกให้ระวังเรื่องของลมพายุ ฟ้าฝนที่วิปริต และโดยปกติตามฤดูกาล เป็นช่วงเวลาที่เหมาะที่จะเกิดพายุลูกเห็บ ดังนั้นต้องเตรียมการเข้าป้องกันภัยพิบัติ และการบรรเทาทุกข์ในเรื่องนี้ด้วย เรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมชาติที่ไม่มีทางป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นโดยวิธีการระยะสั้น ดังนั้น สิ่งที่ทำได้ก็คือ การระวังเตือนภัย การหลบภัย และการบรรเทาทุกข์ต้องเตรียมให้พร้อม ให้เข้มแข็ง และว่องไวฉับพลัน จะช่วยแก้ไขภาพลักษณ์ของรัฐบาลได้
นอกจากนี้เมื่อดาว 3 ตัวนี้เข้ามาอยู่ด้วยกัน ต้องระวังเหตุร้าย และความรุนแรง ซึ่งเกิดระเบิดขึ้นไปก่อนแล้ว ก็เป็นผลจากแรงกดดันของดาว 3 ดวงนี้ ที่ส่งผลกระทบ (ผัสสะ) เกิดขึ้นที่มโนทวาร กระตุ้นให้ตัดสินใจใช้ความรุนแรง เพื่อผ่อนคลายแรงกดดันในจิตใจ ที่เกิดจากความมุ่งมั่นทำให้ถึงเป้าหมายหรือทำให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์
ถึงตรงนีก็ต้องย้ำกันอีกครั้งครับว่า ดวงดาวไม่ได้กำหนดชีวิตมนุษย์ หากแต่ทำได้เพียงกระตุ้นให้กิเลสเกิดขึ้นตามพื้นเพ อุปนิสัย วาสนาบารมี ของแต่ละคนที่สั่งสมมา บางคนมีวาสนาไปในทางน้อมเพื่อช่วยเหลือคนอื่น ไม่ว่าจะเกิดวิกฤติอย่างไร หรือแม้แต่สถานการณ์กดดันอย่างในขณะนี้ เขาก็ยังเป็นคนอย่างนั้น อาจจะเหนื่อยหน่อย เพื่อพยายามทำให้คนอื่นๆพ้นไปจากปัญหาหรือภัยพิบัติ แต่เขาก็มุ่งมั่นทำต่อไป แต่บางคนเกิดมาพร้อมกับความละโมบโลภมาก เมื่อเกิดสถานการณ์ที่กดดัน (เ่ช่นในขณะนี้) ก็พร้อมที่จะทำความชั่วร้าย ไม่เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและประชาชน หวังแต่จะให้ตน (และอาจจะพวกพ้อง วงศาคณาญาติ) ก้าวถึงชัยชนะโดยไม่สนใจวิธีการเท่านั้น คำโบราณที่กล่าวไว้ว่า "หนทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน" ยังคงถูกต้องเสมอ
ดวงเมืองตอนนี้ชักจะยาวแล้วสิครับ เอาล่ะ ยังไงๆก็ต้องขอเรื่องแผน 3 ปี ของประเทศไทยกัน ว่าจะผ่านพ้นวิกฤติการณ์กันได้อย่างไร
ลุงพุฒขอแสดงดวงเมืองตั้งแต่ปี พ.ศ.2550 - 2552 เอาไว้ก่อนนะครับ แต่จะไม่เรียงลำดับกันตามเวลาหรอกนะครับ ขอเรียงตามลำดับเนื้อเรื่องนะครับ คือ ขณะนี้, สถานการณ์ในปี พ.ศ.2552, และสิ่งที่เราต้องทำในปี พ.ศ. 2551
รูปข้างบน เป็นดาวบนท้องฟ้าที่ส่งผลกระทบกับดวงเมือง จากการอ่านดวงดาว ตามที่ลุงพุฒได้วงกลมเอาไว้ ดาวอังคาร (๓) ราหู (๘) และมฤตยู (๐) ทำให้สถานการณ์บ้านเมืองไม่นิ่ง และส่งผลกระทบกับระบบเศรษฐกิจ เพราะดาวทั้ง 3 ดวง ปั่นป่วนในเรือนลาภะของดวงเมือง ทำให้การค้าการลงทุนหงอยลงไป ตรงนี้ชัดเจนกันอยู่แล้ว
ในขณะเดียวกัน สถานภาพของรัฐบาลไม่ค่อยจะดีนัก ดังที่ลุงพุฒเคยบอกไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่า ใครมาเป็นรัฐบาลก็เหนื่อยด้วยกันทั้งนั้น เพราะดาวพฤหัสบดี (๕) อยู่ในเรือนมรณะของดวงเมือง และดาวพลูโต (พ) ก็กดอัดดาวพฤหัสบดี (๕) และดาวเสาร์ (๗) ในดวงเมือง ก็ยิ่งทำให้รัฐบาลต้องรับแรงกดดันมาก รวมทั้งเศรษฐกิจด้วย และยังมีดาวเสาร์ (๗) บนท้องฟ้า ที่ส่งรัศมีสีแดงกดเข้ามาด้วย จากเรือนพันธุ ยิ่งทำให้สถานการณ์ในปัจจุบันนี้ย่ำแย่เข้าไปกันใหญ่
หากเป็นดวงของคน คำแนะนำก็คือ ให้อยู่นิ่งๆ และห้ามลงทุน หมั่นทำบุญ สวดมนต์สวดพรเอาไว้ แต่ถ้าเป็นดวงเมือง จะทำอย่างนี้ไม่ได้เลย เพราะอ่านได้ความหมายที่แตกต่างกันมาก การแก้ไขตรงนี้ต้องยึดถือในเรื่องของ "การขาดทุนเพื่อกำไร" ของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งการแก้ปัญหาระยะสั้น สามารถใช้วิธีของประชานิยมได้เป็นอย่างดี ทำอย่างไรก็ได้ ทำให้ประชาชนกินดีอยู่ดีโดยไม่เป็นหนี้ค้างติดตัว จะดีที่สุด แต่ขอให้สำนึกอยู่เสมอว่า นี่เป็นมาตรการชั่วคราว ไม่ใช่ธรรมเนียมที่ต้องทำทุกปีไป และต้องเตือนใจไว้เสมอว่า การขาดทุนเพื่อกำไร ในวิถีทางของเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ได้หมายความว่า ต้องเป็นนโยบายประชานิยม เพื่อแต่การแก้ไขปัญหาระยะสั้น จำเป็นต้องเอามาใช้ และต้องใช้เพียงชั่วคราว นอกจากนี้ยังต้องไม่ลืมปัญหาปัญหายาเสพติด ปัญหาการขายบริการทางเพศ ปัญหาโรคระบาด และภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นด้วย
ปีนี้เป็นปีแห่งการตั้งรับ เพื่อรักษาสถานการณ์ให้ทรงตัวอยู่ เพื่อแก้ไขปัญหาที่หมักหมมมานาน ไ่ม่ใช่เวลาที่จะรุกไปข้างหน้า เปรียบเหมือนคนป่วยที่ต้องเข้าโรงพยาบาล การรักษาต้องทำอย่างเต็มที่ มิใช่รักษาตามอาการ แต่ต้องลงลึกถึงสาเหตุของโรค และกำจัดสาเหตุ ในขณะที่การรักษาตามอาการ ก็เพื่อทำให้มีเวลาพอที่จะจัดการต้นตอของปัญหาได้เด็ดขาด
สิ่งที่ต้องระมัดระวังก็คือ ปี พ.ศ.2552 ดูในรูปดวงเมืองข้างล่างนี้
เหตุการณ์ในปลายปี พ.ศ.2552 เป็นเหตุการณ์ที่ประเทศชาติต้องผ่านไปด้วยความลำบากยากยิ่ง สิ่งที่มองเห็น มี 2 เรื่องก็คือ ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ และปัญหาการก่อความไม่สงบในภาคใต้ 2 ปัญหานี้จะสร้างความอ่อนแอให้กับประเทศชาติอย่างรุนแรง จนถึงจุดที่เราอาจต้องพบกับความเสียใจเกี่ยวกับปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ ส่วนของเศรษฐกิจ ลุงพุฒเคยวิเคราะห์ไว้แล้วในปีก่อน ลองไปหาอ่านกันดูในเรื่องของดาวพฤหัสบดี (๕) นะครับ แต่สิ่งที่ต้องกังวลมีอีกจุดหนึ่ง คือ ดาวเนปจูน (น) ที่อยู่กับดาวพฤหัสบดี ในราศีมังกร เรือนกัมมะ บ่งบอกว่าสถานการณ์ทางภาคใต้รุนแรงจนถึงขีดสุด วงกลมแดงอื่นๆจะยังไม่พูดถึงนะครับ เพราะประเด็นสำคัญที่ลุงพุฒอยากกล่าวถึง คือ ปี พ.ศ.2551 ครับ

ปลายปี พ.ศ.2550 ดาวพฤหัสบดี (๕) จะเคลื่อนย้ายเ้ข้าสู่ราศีธนู ราวๆต้นเดือนธันวาคม หากดูตามโหราศาสตร์ไทยปัจจุบันแล้ว จะเืชื่อกันว่าเป็นการเคลื่อนย้ายเข้าสู่เรือนศุภะ เป็นอันยุติปัญหาปั่นป่วนทั้งมวลที่กำลังเกิดขึ้น แต่ความเป็นจริงแล้วดาวพฤหัสบดีจรดังกล่าว ยังคงอยู่ในเรือนมรณะ และยังเคลื่อนเข้ากุมดาวพฤหัสบดีเดิมด้วย พร้อมๆกับมีดาวพลูโต (พ) ซึ่งเดินวนเวียนอยู่ตรงนี้มาเป็นปีๆแล้วด้วย จุดนี้เป็นจุดชี้เป็นชี้ตาย หากเทียบกับชีวิตของสัตว์ในโลก ก็เป็นเหมือนจังหวะที่ปูลอกคราบ และต้องหลบภัยอยู่ในที่ลึกลับที่สุด เพราะโอกาสโดยศัตรูขย้ำมีมากกว่าการลอกคราบครั้งก่อนๆ หากเป็นดวงเมืองก็คือ จุดชี้เป็นชี้ตายสำหรับประเทศไทย หากมีการทำทุกอย่างเพื่อประเทศชาติ เรื่องต่างๆก็จะดำเนินไปด้วยดี แม้จะมีความเจ็บปวดบ้างก็ตาม แต่หากทำไปเพียงเพื่อแสวงหาคะแนนสนับสนุน หรือมาร่วมกันรุมทึ้งประเทศชาติแล้วล่ะก็ ประเทศชาติจะไปจบที่ปี พ.ศ. 2552 ไม่ว่าจะเป็นเอกราชทางเศรษฐกิจ หรือบูรณาภาพของดินแดน ปัญหาภาคใต้จะพลิกผันเ้ข้าสู่การแบ่งแยกดินแดนได้สำเร็จ
หากรัฐธรรมนูญออกมาดี และใช้โอกาสในปีหน้า (พ.ศ.2550) เข้าไปแก้ไขโครงสร้างต่างๆให้กลไกการทำงานของหน่วยงานต่างๆในรัฐธรรมนูญ ทำงานได้อย่างเต็มที่ และตรงไปตรงมา รวมทั้งการจัดกำลังในหน่วยงานต่างๆ เป็นไปด้วยดี รวมทั้งประชาชนคนไทยต่างช่วยกันดูแล ตรวจสอบ การทำงานของรัฐด้วยความรักในประเทศชาติ และจงรักภักดีในองค์พระมหากษัตริย์ เราจะผ่านวิกฤติการณ์ พ.ศ.2552 ไปได้ แม้จะเหนื่อยหรือสะบักสะบอมสักหน่อย แต่หากเราขาดความมั่นคงทางจิตใจ เราอาจต้องประสบกับปัญหาที่หนักหนารุนแรงในปลายปี พ.ศ.2552 ได้
อ่านแล้วอย่าวิตกให้มากนะครับ เหตุการณ์เหล่านี้มิใช่ว่าไม่เคยเกิดขึ้น มันเคยเกิดขึ้นมาแล้ว และเราก็ผ่านกันมาได้อยู่แล้ว สิ่งที่เราต้องมีคือหัวใจที่มุ่งมั่นและมั่นคง และคำนึงถึงประเทศชาติให้มาก ใครที่คิดโกงกินประเทศชาติ หรือทำตัวเป็นตัวแทน (nominee) เข้ามาทำหน้าที่เป็นกบฏเหมือนผู้ทรยศในสมัยอยุธยาตอนปลาย ผู้เปิดประตูเมืองให้พม่าเข้าเมืองอยุธยาได้ ก็ขอให้ศึกษาชะตาชีวิตีหลังจากนั้นให้ดี เพราะมีชีวิตเสวยสุขไ้ด้เพียง 7 วัน ก่อนจะถูกจับกุมตัวไปตัดหัว ทิ้งให้แร้งกากิน คนรุ่นหลังก็ดูหมิ่นเหยียดหยาม ถ่มน้ำลายรดทุกครั้งที่เอ่ยถึง ไม่เหลือเกียรติภูมิใดๆอีกเลย
ผู้ที่เกี่ยวพันและรับผิดชอบต่อบ้านเมืองโดยตรงในขณะนี้ ขอให้ระลึกไว้เสมอว่า สิ่งที่ท่านกำลังทำหน้าที่กันอยู่นี้ ท่านจะเขียนชะตากรรมของบ้านเมืองที่จะต้องเดินไปอีก 12 ปี ข้างหน้า จึงจะถึงจังหวะที่ "ปูจะลอกคราบ" อีกครั้ง ก็ขอให้ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ท่านจะได้รับการสรรเสริญหรือดูถูกเหยียดหยามต่อไป ก็อยู่ที่การกระทำ (กรรม) ของท่านในช่วงนี้นี่เอง
ปี พ.ศ. 2550 เป็นปีแห่งการปฎิรูปแท้จริง ขอให้ทำให้ดี ให้ประเทศชาติของเราได้กลับมาเข้มแข็งและก้าวไปข้างหน้าได้อีกครั้ง
สำหรับสถานการณ์ในปัจจุบันนี้ หลายวันก่อนลุงพุฒสังหรณ์ใจชอบกล ว่าอาจจะไม่มีการเลือกตั้งในปลายปีนี้ รวมทั้งอาจมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลด้วย ซึ่งหากดูจากดวงเมืองแล้ว การเปลี่ยนแปลงรัฐบาลจะเป็นวิธีหนึ่งที่จะผ่อนคลายแรงกดดันทั้งปวงที่ถาโถมเข้ามา หากเป็นไปได้ก็ควรเปลี่ยนเถิดครับ ไม่ใช่เพราะเป็นความผิดหรือความบกพร่องของใคร ไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาล ก็ล้วนแต่ต้องพบกับความไม่พอใจจากประชาชนที่เพิ่มพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วทั้งนั้น แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลใหม่แล้ว ระดับความไม่พอใจก็จะถูก Reset และยังมีเวลาที่ประชาชนยังต้องรอจับตาดูอีก 3 เดือน ซึ่งเป็นเวลาที่มากพอที่จะแก้ไขจุดบกพร่อง หรือการวางแนวนโยบายที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์
สุดท้าย ลุงพุฒก็ขอให้ทุกท่านมีความสุขความสวัสดี หมั่นทำทาน รักษาศีล และหมั่นเจริญสติ กันทุกท่าน เพื่อเป็นศิริและสวัสดิมงคลทุกท่าน ขอให้เดินทางโดยปลอดภัยครับ
สำหรับวันนี้ขอแค่นี้ก่อนนะครับ สวัสดีครับ
ลุงพุฒ
13 เมษายน พ.ศ.2550
|