|
ดวงเมือง ตอนที่ 43 กมฺมุนา วตตี โลโก
สวัสดีครับ
เมื่อวานนี้ ตกบ่ายจนดึกดื่น ลุงพุฒไม่เป็นอันทำอะไรเลยครับ เพราะเป็นคอการเมืองมาตั้งแต่เด็ก นับแต่ยุค 14 ตุลาคม 2516 เป็นต้นมา และเพราะนิสัยที่ชอบไตร่ตรองหาเหตุหาผล ทำให้เป็นช่วงเวลาที่ให้ความรู้กับลุงพุฒมากมาย เพราะเป็นครั้งแรกที่ลุงพุฒได้มีโอกาสได้รู้ได้เห็นการอ่านคำตัดสินหรือคำพิพากษา ที่มีความละเอียดครอบคลุมทุกประเด็นอย่างกว้างขวาง และเป็นบรรทัดฐานสำคัญสำหรับการเมืองของไทย อย่างน้อยก็ทำให้เห็นว่า วิธีการคิดของศรีธนญชัยใช้ไม่ได้จริง หากแต่การไตร่ตรอง การใช้เหตุใช้ผล การใช้ตรรกะ ที่วิญญูชนพึงมีพึงกระทำ เป็นวิธีการที่ควรนำไปใช้อย่างเป็นบรรทัดฐานในการเมือง
ผลของคำตัดสิน เป็นสิ่งที่สามารถคาดหมายได้ และลุงพุฒไม่แปลกใจ อีกทั้งยังบอกกล่าวกับคนใกล้ชิด และคนที่มาถามเป็นการส่วนตัว ว่าผลการตัดสินจะเป็น 4:1 เพราะข้อเท็จจริงก็ปรากฎเป็นที่รับรู้มานานแล้ว ทางตุลาการรัฐธรรมนูญท่านใช้วินิจฉัยที่กว้างขวาง ครอบคลุม และรอบคอบ มิใช่เฉพาะสิ่งที่เป็นหลักฐานอันเป็นเอกสารเท่านั้น หากแต่ดูที่พฤติกรรม และสิ่งแวดล้อมต่างๆด้วย และลุงพุฒเห็นว่า วิธีการและวิธีคิดดังกล่าว ควรเป็นบรรทัดฐานให้กับสังคมไทยต่อไป เราควรจะทิ้งวิธีการและวิธีคิดของศรีธนญชัย อันเป็นวิธีการที่ไม่มีความสร้างสรรใดๆ นอกจากการเอาแพ้เอาชนะกันบนความย่อยยับของบ้านเมือง
เรื่องผลของการตัดสินคดียุบพรรค ลุงพุฒร่ำๆว่าจะเขียนมา 2 ครั้งแล้ว แต่เห็นว่าเรื่องของบ้านเมืองเป็นเรื่องสำคัญ หากรู้เห็นอะไรตรงนี้ ก็ไม่ควรจะบอกออกไปเป็นสาธารณะ แต่ควรจะปล่อยให้เหตุการณ์บ้านเมืองดำเนินไปตามวิถีทาง จนกว่าคำตัดสินจะออกมา แล้วค่อยมาตัดสินใจว่าจะเขียนหรือไม่อีกที ถึงตอนนี้ก็คิดว่า ควรจะเขียนสักหน่อยดีกว่า ลุงพุฒตื่นเช้าขึ้นมา ใช้เวลาก่อนไปถวายสังฆทานที่วัดฟ้าคราม พอมีเวลานิดหน่อย เขียนไว้สักนิดก็ดี
ก่อนอื่น ก็ขอวิเคราะห์ด้วยโหราศาสตร์กันสักนิด

30 พฤษภาคม พ.ศ.2550 กรุงเทพมหานคร
จากรูปที่เห็น เป็นภาพของดวงดาวบนท้องฟ้าของเช้าวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ.2550 เป็นวันที่มีการอ่านคำตัดสินคดียุบพรรค จากภาพดังกล่าวจะเห็นได้ว่า ดาวพุธ (๔) ส่งรัศมีสีแดงถึงดาวจันทร์ (๒) บ่งบอกว่า จะเป็นการอ่านคำตัดสินที่ต้องมีการยุบพรรคแน่นอน แต่ความวุ่นวายจะไม่เกิดขึ้น เพราะดาวอาทิตย์ (๑) ส่งรัศมีสีเีีขียวถึงดาวอังคาร (๓) และดาวจันทร์ (๒) ส่งรัศมีสีเขียวถึงดาวราหู (๘) และดาวมฤตยู (๐) แต่มีการพูดถึงผลการตัดสินในแง่ลบ หรือขาดความยุติธรรมด้วย เพราะดาวเสาร์ (๗) ส่งรัศมีสีแดงถึงดาวราหู (๘), ดาวมฤตยู (๐), และดาวเนปจูน (น) เพียงแต่ไม่อาจส่งผลเป็นลบต่อศาลหรือกระบวนการยุติธรรม เพราะดาวจันทร์ (๒) ส่งรัศมีสีเขียวถึงดาวพฤหัสบดี (๕) บ่งบอกว่าประชาชนยังคงให้ความเชื่อถือต่อกระบวนการยุติธรรม
แต่นั่นคือดาวบนท้องฟ้าที่กำหนดบรรยากาศของวันนั้นๆ ซึ่งมีผลไปทั่วโลก แต่กับประเทศไทย ต้องดูดวงดาวที่กระทบกับดวงของประเทศ ตามรูปข้างล่างนี้

จากรูปข้างบน ลุงพุฒวงเอาดวงดาวเอาไว้แค่ 2 ดวง คือ ดาวราหู (๘) และดาวเนปจูน (น) เอาไว้ สรุปสั้นๆว่า อ่านได้ว่า พรรคการเมืองเก่าแก่จะรอด ส่วนพรรคการเมืองเกิดใหม่จะต้องถูกยุบไป จึงเป็นที่มาของคำว่า 4:1 นั่นล่ะครับ
ความเป็นจริงแล้ว มีข้อเท็จจริงที่พึงพิจารณาเพิ่มเติมอีกก็คือ สิ่งที่พรรคการเมืองพรรคใหญ่ 2 พรรค นี้ได้กระทำในช่วงที่มีอำนาจ มีความแตกต่างกัน พรรคหนึ่งมีความอาจหาญ มีความกล้า หัวหน้าพรรคถึงกับประกาศตนเองว่าเป็นพระโพธิสัตว์ ทั้งๆที่ตัวเองไม่ได้เป็น ทั้งนี้เพื่อล้มล้างพระโพธิสัตว์ผู้สร้างสมบารมีมานาน ผู้ที่จะเป็นโพธิสัตว์ที่แท้จริงนั้น ตัดสินกันด้วยมหากรุณา ไม่ได้ตัดสินกันด้วยใครมีเงินมาก ไม่ได้ตัดสินกันด้วยใครมีอำนาจมาก แม้มหาจักรพรรดิก็มิอาจเป็นพระโพธิสัตว์ได้ ในพระไตรปิฎกก็ได้เขียนเอาไว้ พระอรหันต์ผู้เป็นอสีติมหาสาวกบางองค์ เคยได้เป็นพระจักรพรรดิึถึงกว่า 40 ชาติ แต่ก็มิได้หมายความว่าตนเองจะเป็นพระโพธิสัตว์
นอกเหนือจากนี้ ก็ยังมีพฤติกรรมอื่นที่น่าสนใจอีก นอกเหนือจากการกระทำที่มีส่วนทำให้คณะสงฆ์เกิดความร้าวฉานขึ้นจากการแต่งตั้ง ผู้ทำหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ในขณะที่สมเด็จพระสังฆราชยังคงมีพระชนม์อยู่ และมิได้ป่วยหนักตามข้อกล่าวอ้าง ซึ่งเป็นกรรมหนักแล้ว ยังมีเรื่องซ่อนเร้นที่สาธุชนทั่วไปอาจไม่ทราบก็คือ ความพยายามของกรรมการบริหารพรรคบางคน วางแผนฮุบที่ดินวัด คล้ายๆกับกรณีที่เคยเกิดขึ้น ที่เอาที่ดินของวัดไปทำสนามกอล์ฟมาก่อนแล้ว นี่เป็นการกระทำเลียนแบบ อย่างน้อยก็เกิดขึ้น 2 แห่ง แห่งหนึ่งเกิดขึ้นที่อุบลราชธานี มีการวางแผนไล่พระออกจากสำนักสงฆ์ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะกลางน้ำ ด้วยการเอาชาวบ้านมาจากถิ่นอื่น เข้าไปเผากุฏิแล้วเอากางเกงในผู้หญิงทำเป็นธง ไปปักไว้กลางสำนักสงฆ์ โดยหารู้ไม่ว่า พระอาจารย์ผู้เป็นผู้ใหญ่ในสำนักสงฆ์นั้น ท่านมีคุณธรรมเต็มเปี่ยม ถึงที่สุดในพระพุทธศาสนาแล้ว และยังมีพระภิกษุผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เดินตามทางแห่งทางสายกลาง หรือ มัชฌิมาปฏิปทา ในพระพุทธศาสนาอยู่
อีกแห่งหนึ่ง ก็เกิดขึ้นที่วัดป่าเขาน้อย จังหวัดบุรีรัมย์ มีการสร้างเรื่องราวว่าพระในวัดป่าเขาน้อย เป็นพระที่ย่อหย่อนพระวินัย ไม่สนใจปฏิบัติธรรม เอาแต่กินเหล้าเมาสุรา ทั้งนี้ก็ต้องการยึดที่ดินอันเป็นที่ตั้งของวัดป่าเขาน้อย ไปเป็นของตัวเอง หากสงสัยว่าเป็นใคร ก็ลองไปวัดป่าเขาน้อย ก่อนที่จะเข้าวัด จะมีคำตอบให้เห็นได้เอง
สองเรื่องนี้ ก็เป็นการกระทำ หรือการก่อกรรม ที่หนักหนา และรุนแรง อันเกิดจากฝีมือของคนในพรรค ผู้ที่ประกาศตนว่าเป็นโพธิสัตว์ทั้งๆที่ไม่ได้เป็น ไม่ได้สำเหนียกรู้เลยว่า การที่ตนเองได้ร่ำรวยมากมายในชาตินี้ ก็เกิดจากการขนทรายขึ้นไปสร้างวัดพระธาตุดอยสุเทพในอดีตชาติเมื่อนานมาแ้้ล้ว ผลแห่งการอธิษฐานขอให้ตนร่ำรวยมีเงินมากมายประดุจกับทรายที่ได้ขนจากแม่น้ำปิง ขึ้นไปสร้างวัด บนดอยสุเทพ และเมื่อได้ความร่ำรวยแล้ว ก็ตั้งตนอยู่ในความประมาท จนทำให้ตนเองเคลิ้มหลงไปกับ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข และกล้าคิดกระทำการต่างๆด้วยความไม่ชอบ จนเป็นเหตุให้เกิดปัญหาและเรื่องราวได้เดินทางมาถึงเหตุการณ์เมื่อวานนี้ และบอกได้เลยว่า ยังไม่จบแน่นอน ผลสืบเนื่องมาจากคำตัดสินของตุลาการรัฐธรรมนูญ ยังเป็นเหตุให้ผู้ที่เป็นรัฐบาลในขณะนั้น อาจต้องคดีอาญาอันเนื่องจาก การเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่ปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบอีกด้วย ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไป แต่ต้องไม่ลืมที่จะหมั่นเจริญสติ ด้วยการรู้สึกตัวในระหว่างที่ดำเนินชีวิตประจำวัน
คำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ว่า กมฺมุนา วตตี โลโก สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม เป็นความจริงเสมอมา แม้แต่ในคราวนี้ก็เช่นกัน
สำหรับวันนี้ ลุงพุฒขอไปทำบุญเนื่องในวันวิสาขบูชาก่อนครับ สวัสดีครับ
ลุงพุฒ
31 พฤษภาคม พ.ศ.2550
|