|
ดวงเมือง ตอนที่ 44 ไม่มีอะไรในกอไผ่
สวัสดีครับ
ตั้งใจจะเขียนเรื่องอื่นๆให้ไปไกลๆจากเรื่องของดวงเมืองบ้าง ก็เตรียมดวงของ "ชายที่ไม่ใช่ชาย" เอาไว้ กะ่ว่าจะเป็นมวยแทนให้กับลุงศรที่เขียนไม่ออก (อีกแล้ว) ซึ่งทำให้ลุงเบิ้มได้ข้ออ้างว่า รอให้ลุงศรเขีียนก่อนตามคิว แต่พอเห็นสถานการณ์บ้านเมืองเป็นเช่นนี้แล้ว ก็อดใจเขียนไม่ได้
แว่วๆมาว่ามีโหรใหญ่ทำนายดวงอดีตนายกรัฐมนตรี (อีกแล้ว) ว่า ดวงกำลังแย่ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้มีคำทำนายของโหรใหญ่ว่า อดีตนายกรัฐมนตรีจะกลับมายิ่งใหญ่อีก ลุงพุฒก็เป็นงง ว่าตกลงเป็นอย่างไรกันแน่ แต่เอาเป็นว่า ครั้งหลังนี้ เขาทำนายไปในทางเดียวกับลุงพุฒแล้ว และยังมีกระแสข่าวบางกระแส พูดอย่างเดียวกับที่ลุงพุฒเคยบอกกับท่านที่มาถามเป็นการส่วนตัว ว่าชะตาอนาคตของอดีตนายกรัฐมนตรีจะเป็นเช่นไร ก็ขอยืนยันไว้ว่า อยู่ต่างประเทศต่อไปจะดีกับตนเองมากกว่าที่จะกลับมา ข่าวเรื่องการขอลี้ภัย เป็นเรื่องที่ลุงพุฒเคยกล่าวเอาไวกับท่านที่มาถามกับลุงพุฒไว้ตั้งแต่ต้นปีแล้ว ว่าคงจะต้องหาทางออกด้วยวิธีนี้ เพราะเป็นวิธีเดียวที่จะยังอยู่ได้อย่างสง่าผ่าเผย และรอดปลอดภัย แต่นั่นก็เพียงเฉพาะที่มีอายุอยู่ในชาตินี้เท่านั้น เพราะกรรมของการทำให้เกิดสังฆราชี หรือเกิดรอยร้าวฉานในคณะสงฆ์ในพระพุทธศาสนา หนักนัก เป็นครุกรรม ที่จะกำหนดภพชาติที่ต้องไปเกิดในภพภูมิถัดไป และหนักเกินกว่าที่จะหากรรมดีอื่นๆมาส่งผลได้ จะมีครุกรรมฝ่ายดีที่มีกำลังพอฟัดพอเหวี่ยงได้ และต้านทานมิให้ตกลงไปในอบายภูมิได้ ก็เห็นจะมีแต่การบรรลุธรรม ได้ดวงตาเห็นธรรม แต่นี่จะเอาดวงตาเห็นธรรมมาจากไหน เพราะมีแต่ปปัญจธรรม คือธรรมอันเป็นเครื่องเนิ่นช้า ทั้งตัณหา ทั้งทิฎฐิ ทั้งมานะ อีกทั้งยังไม่เคยภาวนามาก่อนอีกด้วย
วกกลับมาถึงดวงเมืองในช่วงนี้กันก่อนดีกว่า ดาวบนท้องฟ้า ในขณะที่ดาวอังคารยกขึ้นราศีเมษ ในวันเสาร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ.2550 เวลา 21:44 น. ตามรูปข้างล่างนี้
ในเวลาที่ดาวอังคารย้ายจากราศีมีนขึ้นสู่ราศีเมษ มักมีความเชื่อกันว่า จะทำให้เกิดเภทภัยกับบ้านเมือง ในการรับรู้ของประชาชนคนทั่วไป มักจะได้ยินกันว่า ดาวอังคารทำให้เกิดศึกสงคราม เมื่อเ้ข้าสู่ราศีเมษ บ้านเมืองจะเกิดจลาจลวุ่นวาย มีศึกประชิดเมือง แต่คำถามก็คือว่า เป็นจริงล่ะหรือ ชาวบ้านไม่ได้รู้ข้อเท็จจริงอีกทางด้านหนึ่งของดาวอังคารก็คือ ดาวอังคารเดินทางครบรอบหนึ่ง 360 องศา ใช้เวลาเท่าไหร่ เพราะนั่นหมายความว่า ดาวอังคารจะโคจรมาสู่ราศีเมษอีกรอบหนึ่งในระยะเวลาเท่านั้นด้วย ดาวอังคารโคจรเคยโคจรมาขึ้นราศีเมษครั้งก่อน เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ.2548 เวลา 10:35 น. ตามรูปข้างล่างนี้ ถามว่า ในครั้งนั้น เราเกิดการปฎิวัติ รัฐประหารหรือเปล่า?

คำตอบก็คือ เปล่าเลย เราไม่ได้เกิดการปฎิวัติรัฐประหารในช่วงนั้นเลย และหากดูดวงดาวบนท้องฟ้า จะเห็นว่า ดาวมฤตยูทำปฎิกริยารุนแรงกับดาวอังคารซึ่งมีดาวราหูและดาวเกตุกุมอยู่ด้วย ปฎิกริยาน่าจะรุนแรงมากด้วย แต่ก็ไม่ได้เกิดการปฎิวัติรัฐประหารแต่อย่างใด
การพิจารณาเหตุการณ์ของบ้านเมือง ไม่อาจพิจารณาได้เพียงชั้นเดียว อาจจะพูดคุยเอาสนุกเอามันได้ แต่เมื่อเป็นเรื่องของบ้านเมือง จะพูดอะไรออกไปก็ต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดความวุ่นวายปั่นป่วน เพราะผลกรรมเช่นนั้นหนักนัก และเมื่อใดที่กรรมส่งผล ก็ไม่อาจรู้ได้่ว่าเกิดจากกรรมอะไร ไปสร้างอกุศลกรรมไว้แต่ไหน ทำให้ต้องรับกอกุศลกรรมวิบาก หรือผลบาป หากจับพลัดจับผลู ไปรับผลกรรมเข้าตอนที่จะตาย ก็เป็นอันว่าได้ไปสู่อบายภูมิแน่นอน
ดาวบนท้องฟ้าในช่วงที่ดาวอังคารยกเข้าราศีเมษ และมีผลกระทบกับดวงเมือง แสดงผลตามรูปข้างล่างนี้

จากรูป แม้ว่าดาวอังคารจะยกเข้าราศีเมษก็จริง หากแต่ยังไม่เข้าเรือนตนุ ดังนั้นสามารถพูดได้เลยว่า ยังไม่เกิดผลอะไร นอกจากนี้ ดาวมฤตยูยังคงส่งรัศมีสีเขียวถึงลัคนา บ่งบอกว่า ประเทศชาติยังมีความมั่นคงอยู่ ดาวอาทิตย์อยู่ในเรือนกดุมภะ บ่งบอกว่าในช่วงนี้ประเทศไทยสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ดีอยู่ แม้ว่าจะมีคนพยายามสร้างสถานการณ์ป่วนเมืองก็ตาม ดาวพฤหัสบดีเดินถอยหลัง ทำให้รัฐบาลสามารถย้อนรอยจัดการกับการทุจริตคอรัปชั่นได้ ซึ่งรัฐบาลก็ได้แสดงความมั่นใจที่จะจัดการเรื่องนี้อย่างเต็มที่ ถึงกับมีสุนทรพจน์จาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา หลังจากมีการตัดสินของตุลาการรัฐธรรมนูญ ส่วนดาวพลูโตบ่งบอกว่า ประเทศไทยกำลังถูกบั่นเซาะความมั่นคง ด้วยอุดมการณ์ที่ค่อยซึมซาบ แต่กว่าจะส่งผลก็อีกนานหลายปี นั่นก็คือเรื่องของทางภาคใต้ ซึ่งตรงนี้อาจจะต้องมองประเ็ด็นของประเทศมหามิตรของเรา เพราะดาวพลูโตหมายถึงประเทศที่ทรงอิทธิพลในโลก และอยู่โพ้นทะเล ไกลจากตัวเรามาก ไม่ใช่ประเทศในเอเซีย
ข้อเท็จจริงในปัจจุบันก็คือ มีการใช้การโฆษณาชวนเชื่อ โดยการอ้างเรื่องของดวงเมือง ไปโจทก์ขานกันปากต่อปาก เพื่อสร้างสถานการณ์ให้ประเทศชาติขาดความมั่นคง บางครั้งถึงกับจะชักศึกเข้าบ้าน ดูๆสถานการณ์ไปแ้ล้วทำให้นึกถึงพฤติกรรมของออกญาจักรี ในหนังเรื่องตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ดูพฤติกรรมแล้วไม่ต่างกันเลยจริงๆ จนทำให้ระลึกถึงเรื่องในอดีต ว่าทำไมอดีตนายกรัฐมนตรีต้องนำเอาประเทศไทย ไปเป็นลูกกระจ๊อกของมหาอำนาจอย่างนั้น ไม่ว่าประเทศใดก็ตาม ที่ไปทำตัวเป็นเด็กดีของมหาอำนาจแล้ว ไม่เคยเห็นประเทศใดจะมีความเจริญยั่งยืนจริงๆเลย ลองดูตัวอย่างประเทศเืพื่อนบ้านของเราในเอเซียนี้ก็ได้ เมื่อวานนี้ ร.อ.นิติภูมิ เนาวรัตน์ ก็ได้เขียนถึงประเทศปากีสถาน ซึ่งในอดีตมีความสงบ เรียบร้อย แต่มาในวันนี้มีแต่เรื่องวุ่นวาย ช่างคล้ายคลึงกับประเทศไทยอย่างน่าแปลกใจ
ถ้าพูดกันอย่างตรงไปตรงมาก็คือ ดวงไม่ได้บอกว่าจะต้องเกิดการปฎิัวัติหรือความวุ่นวาย หากแต่คนไปเอาดวงไปอ้าง เอาไปสร้างสถานการณ์ให้เป็นไปตามใจของตนเอง เพื่อให้ตนได้พ้นผิด ซึ่งความวุ่นวายเกิดขึ้นแน่ แต่จะเกิดขึ้นถึงขนาดทำให้มีการเปลี่ยนแปลงรุนแรงอย่างในกรณีปฎิวัติรัฐประหารคงจะยาก ยิ่งมีการเปิดทางให้การเลือกตั้งอยู่อีกไม่ไกล จะหาความชอบธรรมมาจากตรงไหน สิ่งที่เขาพอจะทำได้ คือ ให้เกิดการจราจล แต่จราจลนั้นจะใช้ได้กับรัฐบาลที่ใช้ปัญญาล่ะหรือ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านเป็นผู้ที่มีความสุขุม รอบคอบ และฉลาดล้ำลึก ลึกซึ้งเกินกว่าที่ใครจะมองท่านออกได้ง่ายๆ ต่างเคยวิเคราะห์กันถึงขั้นว่าท่านมีข้อตกลงลับๆกับอดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งลุงพุฒมองแล้ววิเคราะห์ว่า เป็นไปไม่ได้ แต่เป็นยุทธวิธีของท่าน ยุทธวิธีของนักรบผู้ฉลาด จะรุกก็เมื่อต้องรุก จะถอยก็เมื่อต้องถอย ไม่มีการเอาศักดิ์ศรีมาค้ำคอตนเองจนเป็นเหตุให้ต้องตัดสินใจผิดๆด้วยอัสมิมานะ (หากแต่ท่านเอาความดีเป็นเครื่องค้ำยัน) เมื่อสถานการณ์ชัดเจนถึงความผิดที่ได้มีการตัดสินและประกาศออกมา ท่านก็เดินหน้าต่อเต็มกำลัง และเืชื่อว่านับจากนี้ต่อไป จะได้เห็นอีกบทบาทหนึ่งของนักรบสงครามพิเศษ ที่จะไ้ด้เห็นความฉับไวและแม่นยำ
สำหรับวันนี้ ลุงพุฒขอพูดเท่านี้ก่อนครับ อย่าลืมสวดมนต์ไหว้พระ ไปทำทานปล่อยชีวิตสัตวกันนะครับ ปีนี้เป็นปีมหามงคล มีการปล่อยวัวที่จะถูกฆ่ากันทุกสัปดาห์ เราคนไทยไปทำบุญทำความดีถวายในหลวงกันดีกว่าครับ วันนี้ สวัสดีครับ
ลุงพุฒ
15 มิถุนายน พ.ศ.2550
|