|
ดวงเมือง ตอนที่ 47 ไม่ใช่เวลาของชาวราศีสิงห์
สวัสดีครับ
ลุงพุฒเข้าใจเอาเองว่า การเมืองของไทย คงจะไปถึงจุดที่ต้องมีการเลือกตั้งแล้ว แต่จะเป็นปลายปีนี้ หรือต้นปีหน้า ลุงพุฒก็ไม่แน่ใจนัก เพียงแต่รู้สึกด้วยใจว่า อาจจะเป็นต้นปีหน้าเสียมากกว่า เพราะเข้าใจว่า งานในลักษณะที่ต้องเกี่ยวพันกับชนหมู่ใหญ่ ไม่มีอะไรที่จะทำได้รวดเร็วนัก โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับกฎหมายมหาชน ประเด็นสำคัญมิใช่การลงประชามติ แต่เป็นการให้ความรู้และทำความเข้าใจกับประชาชน ถึงเนื้อหาและรายละเอียดในร่างรัฐธรรมนูญ ประชามติเป็นเหมือนพิธีกรรมไม่มีความสำคัญเท่ากับเนื้อหาและความเข้าใจ ที่ประชาชนเข้าถึง หากประชาชนมีความเข้าใจเนื้อหาและเข้าใจดี ไม่ว่าประชามติจะออกมาอย่างไร ก็ล้วนแต่ทรงคุณค่าทั้งสิ้น แต่หากใช้วิธีการเพื่อให้ได้มาซึ่งประชามติรับรอง แต่ประชาชนขาดความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาและรายละเอียดแล้ว ประชามติก็ไม่มีความสำคัญอะไร เพราะไม่ได้สะท้อนความต้องการของประชาชนที่แท้จริง
ลุงพุฒลองคิดเล่นๆว่า ถ้าหากเราจะได้นายกรัฐมนตรี เราจะได้นายกรัฐมนตรีที่มาจากชาวราศีสิงห์อีกหรือไม่ เพราะโดยปกติแล้ว ประเทศไทยมักจะได้ชาวราศีสิงห์มาเป็นนายกรัฐมนตรีเ็ป็นส่วนใหญ่ ทั้งนี้ก็เพราะชายชาวราศีสิงห์ มีความทะเยอทะยานอยากในชื่อเสียง เกียรติยศ และมีความเป็นผู้นำสูง จึงทำให้มีผู้สนับสนุนมากมาย และตนก็ยินดีที่จะเหนื่อยยากเพื่อให้ได้มาซึ่งชื่อเสียงและเกียรติยศ

ในปลายปีนี้ดาวเสาร์ (7) จรเข้าไปอยู่กลางราศีสิงห์ด้วยความรวดเร็ว ทันทีที่ดาวเสาร์ย่างกรายเข้าสู่ราศีสิงห์ในวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ.2550 แล้ว เมื่อถึงเดือนธันวาคม ดาวเสาร์ก็เข้าไปอยู่กลางราศีสิงห์ อิทธิพลของดาวเสาร์ที่จะกระทำต่อชาวราศีสิงห์ก็คือ ความอึดอัด ความบีบคั้น ความกระวนกระวายใจ และความทุกข์ และหากเป็นผู้ที่จิตใจไม่มีคุณธรรม ศีลธรรม มาอยู่ก่อนแล้ว แนวโน้มที่จะต้องทำชั่วอย่างใหญ่หลวงเกิดขึ้นแน่ แต่ในขณะเดียวกัน ดาวพฤหัสบดี (5) จรเข้าไปอยู่ในราศีธนู 22 พฤศจิกายน พ.ศ.2550 จะเป็นฝ่ายเอื้อให้ชาวราศีสิงห์ มีโอกาสที่จะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งทางการเมืองระดับสูงได้ แต่ดังที่ได้เห็น ดาวพฤหัสบดีมีดาวเกตุ (9) และดาวพลูโต (พ) กุมอยู่ด้วย ก็ไม่ใช่เป็นการก้าวขึ้นตำแหน่งที่สะอาดมากนัก เมื่อพิจารณาเทียบเคียงกับดาวเสาร์ที่สถิตกลางราศีสิงห์ ก็เห็นภาพชัดว่าการหาเสียง การเลือกตั้ง จะเป็นอย่างไร
สิ่งที่ควรจะพิจารณาก็คือ ดาวมฤตยู (0) และดาวราหู (8) ที่อยู่ในราศีกุมภ์ ทำให้ต้องมีศัตรูคอยทำลายล้าง และไม่ใช่ว่าจะเป็นอุปสรรคเพียงแค่ในช่วงรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งเท่านั้น หากแต่ยังจะมีความวุ่นวายต่อเนื่องตลอดไปอีกนาน เพราะดาวมฤตยูใช้เวลาเดินทางในแต่ละราศีราวๆ 7 ปี ก่อนที่เคลื่อนย้ายเปลี่ยนราศีออกไป
ลองใช้โปรแกรมที่ลุงพุฒพัฒนาขึ้นมาสแกนหาตำแหน่งดวงดาวไปเรื่อยๆ ก็พบว่า ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2551 จะมีความวุ่นวาย และหากว่าสามารถประคับประคองผ่านไปได้ ก็ใช่ว่าจะไปได้ด้วยความราบรื่น สุดท้ายก็จะมีความวุ่นวายหนักหนาสาหัสเมื่อถึงไตรมาสแรกของปี 2552
ดูจากรูปดวงแสดงตำแหน่งดวงดาวบนท้องฟ้าแล้ว ลุงพุฒเห็นว่า น่ากลัวไม่ใช่น้อย แต่ก็นั่นแหละ ความหอมหวานของอำนาจ เกียรติยศ และชื่อเสียง ต่างก็เย้ายวนเกินห้ามใจ หากประเทศไทยได้ชาวราศีสิงห์มาเป็นนายกรัฐมนตรี คนไทยก็ต้องรู้จักช่วยเหลือตนเองให้มากกว่าที่เป็นอยู่ อย่าไปคาดหวังว่าเราจะได้รัฐบาลที่เข้มแข็ง มีประสิทธิภาพ และแก้ไขปัญหาของประเทศชาติได้
ในลักษณะดวงดาวเช่นนี้ ทำให้ลุงพุฒนึกถึงอดีตนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่ง ซึ่งคุ้นเคยกับเหตุการณ์เก็งกำไรค่าเงินบาท และเป็นชาวราศีสิงห์ อาจกำลังคิดไต่สะพานขึ้นสู่อำนาจอีก โดยไม่เลือกวิธีการ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น ก็พอมองภาพออกได้ว่า ประเทศไทยจะเป็นเช่นไร
คุยกันพอหอมปากหอมคอแล้ว สำหรับวันนี้ สวัสดีครับ
ลุงพุฒ
3 กรกฎาคม พ.ศ.2550
|