|
ดวงเมืองตอนที่ 50 Subprime
สวัสดีครับ
เผลอไปนิดเดียว ลุงพุฒไม่ได้ update คอลัมน์นี้ไปนานเหมือนกัน เป็นสัญญาณเตือน ว่าลุงพุฒคงจะสูงวัยขึ้นไปแล้ว แม้ว่าหลายท่านอาจจะค้านว่า น้ำเสียงเหมือนคนอายุ 30 ต้นๆ และหน้าตาจะยังไม่ถึง 40 ก็ตาม แต่อายุก็เลยล้ำหน้าใบหน้าไปแล้วล่ะครับ
ช่วงนี้ไม่ค่ีอยมีเวลามากนักครับ เพราะมีงานอาสาฯที่ต้องทำ ทำให้สาละวน-วนเวียนกับความคิด จนกระทั่งลืมไปเลยครับว่า ทิ้งเวลาไปนานแล้วสำหรับคอลัมน์ดวงเมือง พอนึกจะขยับขีดๆเขียนๆอะไรสักหน่อย ก็ให้เจอคำที่ไม่รู้จัก Subprime ซึ่งเป็นเรื่องที่กำลังร้อนแรงอยู่ในขณะนี้
ตั้งหลักได้ ก็ค้นหาความหมายของคำว่า Subprime ตามหน้าหนังสือพิมพ์ ก็ต้องหวังพึ่ง Google ให้ช่วยหาข้อมูลให้ด้วย ก็ได้ความรู้มานิดหน่อยว่า Subprime คือ ลูกหนี้ที่ค่อนข้างเสี่ยงสักหน่อย คือ เป็นลูกหนี้ที่ไม่เคยมีประวัติการชำระเงินที่ดี หรือไม่มีหลักแหล่งที่แน่นอน และเป็นหนี้ที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ พอได้ยินคำว่าหนี้ กับคำว่าอสังหาริมทรัพย์ สัญญาณเตือนภัยภายในใจลุงพุฒก็ร้องเตือนเลยครับ เพราะอสังหาริมทรัพย์มักจะเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดการปั๊มพ์เศรษฐกิจจนกลายเป็นเศรษฐกิจฟองสบู่อยู่เสมอ เพราะเป็นสิ่งเดียวที่คนทั่วไปมีความเชื่อว่า เมื่อราคาขึ้นมาแล้วไม่มีวันลดลง ทำให้เกิดความเชื่อมั่นว่า เมื่อซื้อมา จะต้องมีกำไรแน่นอน เป็นความเชื่อมั่นที่ทำให้ทุกคนมองเห็นว่า การหาซื้อหรือครองครองอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะที่ดินนั้น ไม่มีความเสี่ยง จนกล้าที่จะเสี่ยงโดยปราศจากความรอบคอบ และมักจะกลายเป็นการทำให้เศรษฐกิจโป่งพองขึ้นมา โดยปราศจากเศรษฐกิจที่แท้จริงรองรับ เมื่อดันมาถึงจุดหนึ่ง การเงินไปไม่ได้ เพราะความสามารถในการชำระหนี้ลดลงเนื่องจากรายได้ที่แท้จริงลดลง รายได้ที่แท้จริงลดลงก็เพราะอัตราเงินเฟ้อและรายจ่ายชักแซงหน้ารายได้ที่ได้อยู่ ซึ่งอาจจะลดลง เพราะผู้คนต่างก็ใช้จ่ายอย่างประหยัดเพราะต้องนำเงินไปชำระหนี้ ก็เหมือนกันว่า อยู่ๆเงินก็หายไปจากระบบ อย่างน้อยก็หายไปจากระบบการค้า เพราะต้องเอาไปจ่ายหนี้สิน ทำให้มีเงินใช้จ่ายลดลง พอลูกค้ามีเงินใช้จ่ายลดลง คนที่ค้าขายก็พลอยมีเงินหมุนเวียนลดลงด้วย เงินที่จะเหลือไปชำระหนี้สินก็ชักจะน้อย จนไม่อาจจะชำระได้ ก็ชักจะมีปัญหาขึ้นมา
ลุงพุฒลองไล่เรียงหาวันที่เกิดผลกระทบจาก Subprime ในตลาดหุ้น เห็นวันแรกที่เป็นปัญหาคือ วันพฤหัสบดีที่ 9 สิงหาคม พ.ศ.2550 ในวันนั้นก็ได้เห็นดาวเกตุ (๙) ชาร์จเข้าหาดาวอาทิตย์เต็มเปา ตามรูปข้างล่างนี้
ดาวเกตุชาร์จเข้าหาดาวมฤตยู (๐) มาพักใหญ่แล้ว และไล่ชาร์จดาวราหู (๘) ด้วย แต่เพิ่งเข้าชาร์จดาวอาทิตย์ในวันนี้ แล้วก็ให้บังเอิญว่า ดาวจันทร์ (๒) เข้าชาร์จดาวพุธซึ่งกุมดาวอาทิตย์ด้วย ในขณะที่ดาวราหู (๘) ส่งรัศมีสีแดงกระทบดาวพฤหัสบดี (๕) รออยู่นานแล้ว และมีดาวเสาร์ (๗) กุมดาวศุกร์ (๖) อยู่ด้วย ผลก็คือ เกิดการตื่นตระหนกในตลาดหุ้นในวันนี้ และส่งผลกระทบลามไปทั่วโลก
ลุงพุฒไม่ได้แปลกใจนะครับ ว่าจะเกิดเหตุการณ์ทำนองนี้ในสหรัฐอเมริกา เพราะสหรัฐอเมริกานั้นเป็นประเทศแห่งราศีเมษ ในฐานะที่ตนเองเป็นพี่เบิ้มใหญ่ ทรงอิทธิพลมาก ย่อมได้ครอบครองพื้นที่ของราศีเมษ ซึ่งมีดาวพลูโตเป็นดาวประจำราศีนี้ และเมื่อพิจารณาราศีเมษเป็นจุดตั้งต้น ดาวพฤหัสบดี (๕) ในท้องฟ้าตอนนี้ ก็ต้องอยู่ในเรือนมรณะของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งแปลว่า เศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกานั้นอยู่ในภาวะที่ไม่มั่นคง
ลุงพุฒเองก็พอจะจำได้ว่า เคยมีเอกสารฉบับหนึ่งพูดถึงเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา แต่จำไม่ได้ว่าอ่านมาจากที่ไหน ระบุว่า เศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกายังเติบโตอยู่ได้ เพราะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังมีความเติบโตอยู่ ในครั้งนั้นลุงพุฒ เองมีทัศนคติที่เห็นว่า การเติบโตจากเศรษฐกิจส่วนนี้ไม่มั่นคง และเคยมีประสบการณ์จากชีวิตจริงเรื่องอสังหาริมทรัพย์มาก่อนแล้ว และเคยสรุปกับตัวเองว่า นี่คือภาพลวงตาทางการเงิน หรือทางเศรษฐกิจ และนี่ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้สัญญาณเตือนภัยภายในใจของลุงพุฒเองดังขึ้นทันที่รู้ความหมายของคำว่า Subprime
ลองค้นดูสักหน่อยก็พบว่า สถานการณ์ของ Subprime ที่เริ่มไม่ดีนั้น มีสัญญาณเตือนมาตั้งแต่เดือนมีนาคมแล้ว ก็เลยลองเอาดาวบนท้องฟ้าในช่วงเดือนมีนาคมมาดู ตามรูปข้างล่างนี้
จากรูปเราจะเห็นว่า ดาวราหู (๘) และดาวพฤหัสบดี (๕) ส่งรัศมีสีแดงถึงกันบนท้องฟ้า บ่งบอกว่าเศรษฐกิจไม่มั่นคง ตรงนี้เป็นกันทั้งโลกนะครับ แต่ตกหนักก็มีสหรัฐอเมริกา และกรุงเทพมหานคร (ซึ่งเหมารวมเป็นประเทศไทยไปด้วยได้เลย เพราะเหตุว่ากรุงเทพมหานครเป็นบริเวณที่มีธุรกิจหนาแน่นที่สุดในประเทศ ดูจากการเสียภาษีก็ได้ครับ เป็นจังหวัดที่มีการเรียกเก็บภาษีได้มากที่สุดในประเทศไทย และน่าจะเกิดกึ่งหนึ่งของภาษีที่เรียกเก็บได้ในประเทศไทยด้วย) เพราะเป็นราศีเมษเหมือนกัน
ลุงพุฒวงกลมที่ดาวเสาร์ (๗) และดาวเนปจูน (น) เอาไว้ด้วย เพราะบ่งชี้เรื่องหนี้สินเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์กำลังเป็นปัญหา และที่น่าแปลกใจก็คือ จะเห็นว่าดาวเกตุ (๙) ก็เป็นสีแดง และทิ่มเข้าไปที่กลุ่มดาว อาทิตย์ (๑) ราหู (๘) และมฤตยู (๐) ในเดือนมีนาคมด้วย และดาวเกตุ (๙) นี่เอง ที่มาทำให้เกิดปัญหากระทบกระเทือนขึ้นไปทั่วโลกเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ที่ผ่านมา
มีน้องๆหลายคนมาถามลุงพุฒเมื่อสักเดือนกว่าๆที่ผ่านมา เห็นหุ้นขึ้นเอาๆ ลุงพุฒก็บอกว่า มีเวลาประมาณ 3 สัปดาห์ ที่จะเก็บเกี่ยวผลกำไร แล้วต้องรีบถอย ก็ไม่ทราบได้เหมือนกันว่า ตอนนี้จะถอยออกมาได้ทัน หรือว่ากลับเข้าไปติดหนักกว่าเก่า เพราะที่พบกันเมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ไม่เห็นมีทีท่าว่าจะถอยออกมาเลย แต่ลุงพุฒก็ไม่ได้พูดอะไรที่ชัดเจนนัก เพราะตัวเองไม่ค่อยได้สนใจในเรื่องตลาดหุ้นสักเท่าไหร่ เพราะรู้ดีว่าตลาดหุ้นในประเทศไทยนั้น ไม่ได้ตรงไปตรงมานัก จะทำกำไรได้จริงๆ ก็ต้องมีข่าววงในเท่านั้น เว้นแต่คนที่คิดจะลงทุนถือยาวๆ แทนการออมเงิน ก็ควรจะเล่นหุ้น Blue chip เท่านั้น เพราะกิจการเหล่านี้จะล้ม จะเจ๊ง ไม่ง่าย จะมีการปรับตัว และทำกำไรได้ต่อเนื่อง ไม่สนับสนุนให้เข้าไปเล่นในตลาดในลักษณะเก็งกำไรระยะสั้นเลย เพราะเป็นการพนัน โอกาสที่จะต้องเสีย หมดตัว ให้กับเจ้ามือ (คือขาใหญ่) ในตลาด มีอยู่สูงเอามากๆ
สำหรับท่านที่สงสัยว่า แล้วสถานการณ์จะคลี่คลายไปเมื่อใด เท่าที่ลุงพุฒ scan ดาวบนท้องฟ้า ก็เห็นว่า หลังวันที่ 19 สิงหาคม นี้ไปแล้ว ก็น่าจะคลี่คลาย ลดการตกอกตกใจลง และให้บังเอิญพอดีว่า เราจะทราบผลการลงประชามติแล้วด้วย ก็คงเป็นอีกเหตุหนึ่งที่จะทำให้สถานการณ์หุ้นคงจะดีขึ้นมาได้อีกทางหนึ่งด้วย
คุยกันพอหอมปากหอมคอแล้ว สำหรับวันนี้ สวัสดีครับ
ลุงพุฒ
16 สิงหาคม พ.ศ.2550
|