|
ดวงเมืองตอนที่ 62 วันหนึ่ง ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2551
สวัสดีครับ
อย่าต่อว่ากันเลยนะครับ ที่หายหน้าหายตาไปนานๆ
กลับมาเขียนหนนี้ก็เก้ๆกังๆพอควร ไม่ได้เขียนตั้ง 4 เดือน นานจนลืมได้เหมือนกัน
ก็บรรยากาศของบ้านเมืองในวันนี้ จะมีใครรื่นเริงบันเทิงใจกันอยู่ได้ล่ะครับ
ลุงพุฒก็หลบไปภาวนาเป็นหลัก อย่างน้อยก็สบายใจกว่าเยอะ
นั่งมองดวงดาวในเดือนกรกฎาคม 2551
มานานนับเดือนแล้ว นึกสงสัยอยู่ว่าอะไรจะเป็นเหตุให้เกิดเหตุการณ์ตึงเครียดจนอาจเกิดเหตุการณ์พลิกผันในบ้านเมืองได้
เดิมทีก็นึกเพียงว่า ฤๅจะเป็นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือเรื่องวาจาไม่สุภาพของผู้คนในรัฐบาล
แต่ทั้งสองเรื่องนั้นน่าจะไม่ใช่ปัจจัยใหญ่นัก และอาจจะต้องยืดเยื้อไปยาวนานเกินกว่าเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้
ก็เป็นได้ แต่ความวุ่นวายยิ่งกว่านี้ต้องมีแน่ๆ แต่จะเป็นอะไรล่ะ
ก่อนหน้านี้ก็นึกไม่ออกหรอกครับ
เอาเป็นว่า ขอหยิบรูปดวงในยามนั้นมาดูกันดีกว่า
แต่ไม่ขอบอกนะครับว่าจะเป็นวันไหน วันที่เท่าไหร่ เอาแค่เป็นวันหนึ่งในเดือนกรกฎาคม
พ.ศ.2551 ก็แล้วกันครับ

ในวันนั้น ดวงดาวบนท้องฟ้ามีดาวเข้ามารวมกลุ่มกัน
3 กลุ่ม ที่มีลักษณะส่งแรงที่ขัดแย้งหรือตึงเครียดต่อกัน กลุ่มหนึ่งได้แก่ดาวอังคาร
(๓) ดาวเสาร์ (๗) และดาวเกตุ (๙) บ่งบอกว่า จะเกิดการใช้ความรุนแรงหรือแตกหัก
และยังหมายถึงภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นรุนแรงอีกด้วย
ดาวกลุ่มนี้ส่งแรงขัดแย้งรุนแรงไปที่กลุ่มดาวอาทิตย์
(๑) และดาวพุธ (๔) บ่งบอกว่า จะเกิดความขัดแย้งที่มีลักษณะดื้อดึง
หรือเอาแต่ความคิดเห็นของตนเป็นใหญ่
กลุ่มดาวอาทิตย์และพุธ ยังคงส่งอิทธิพลขัดแย้งไปยังดาวพฤหัสบดี
(๕) ด้วย บ่งบอกว่า จะดื้อรั้นหรือไม่ฟังคำของผู้ใหญ่ และยังส่งไปถึงดาวราหู
(๘) และเนปจูน (๒) ซึ่งกุมกันบนท้องฟ้าด้วย บ่งบอกว่า จะมีการกล่าวหา
หรือโฆษณาชวนเชื่อ และจะมีการผลักดันให้มีมวลชนหมู่ใหญ่
ความจริงแล้ว ก่อนที่จะถึงเดือนกรกฎาคม
ก็ยังมีจุดที่อาจเกิดเหตุการณ์สะดุด หรือพลิกผันกันได้อีกรอบหนึ่งด้วยซ้ำไป
แต่ขอข้ามช่วงนั้นไปก่อนก็แล้วกัน
ดวงดาวบนท้องฟ้าในช่วงนี้ บ่งบอกถึงสถานการณ์ที่แย่จริงๆนะครับ
ที่เหลือ ก็แล้วแต่ว่าใครจะต้องรับผลกระทบแตกต่างกันไปอย่างไรเท่านั้นเอง
ถ้าเราจะหันกลับมาดูว่า แล้วสถานการณ์ต่างๆจะกระทบกับบ้านเมืองเราอย่างไร
เห็นทีต้องดูผลกระทบต่อผู้ที่มีหน้าที่สำคัญต่อการบริหารบ้านเมือง
ซึ่งก็จะได้ตามรูปข้างล่างนี้

ก็พอจะมองเห็นได้อยู่เหมือนกัน
ว่าน่าจะเกิดเหตุที่ไม่ค่อยจะดีนัก ลำพังเพียงแค่ดาวพฤหัสบดี
(๕) จร เดินถอยหลังในเรือนวินาส ถอยไปหาจุดวินาสแท้ ก็แทบจะแย่อยู่แล้ว
ลำพังเพียงเท่านี้ก็รักษาตัวให้รอดได้ยาก แต่นี่ยังมีกลุ่มดาวอังคาร
ดาวเสาร์ และดาวเกตุ ส่งแรงกดดันมาจากเรือนมรณะ ก็น่าคิดนะครับว่าจะทำอย่างไรถึงจะเอาตัวรอด
และจะัตัดสินใจอะไรได้ถูกต้องหรือเปล่า เพราะดาวราหู (๘) และดาวเนปจูน
(น) ที่เดินถอยหลังกลับมานั้นน่ะ กำลังทำให้หลงผิด หรือคะนอง
หลงตนเอง จนทำให้เกิดเรื่องกระทบกระทั่งหรือสร้างศัตรูกับคนอื่นไปทั่ว
ก็น่าสนใจนะครับว่าจะเกิดอะไรขึ้น และยังมีแรงกดดันจากดาวมฤตยูจรถึงดาวอาทิตย์เดิมอีก
บอกได้เลยว่าสถานการณ์จะยุ่งเหยิงมากจริงๆครับ
นี่ถ้าหากว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปแล้ว
เราก็คงได้วิเคราะห์กันอย่างสนุกสนาน แต่เพราะนี่เป็นเหตุการณ์ที่เรากำลังจะเดินเข้าไปหา
ก็เหมือนกับนักโทษที่เดินสู่แดนประหารล่ะครับ รู้อยู่แล้วว่าต้องเดินไปตาย
ก็ต้องเดิน...
สิ่งที่เหลือพอจะให้หวังกันได้ก็คือ
การมีสติ มีสัมปชัญญะ มีปัญญา แก้ไขปัญหาโดยไม่ใช้อารมณ์ จะช่วยนำพาให้ประเทศชาติรอดพ้นไปได้
แต่ก็นั่นแหละครับ ยังมองไม่เห็นทาง เพราะในช่วงนี้มีแต่การสุมฟืนใต้เตา
สร้างสถานการณ์ให้ร้อนขึ้นไปเรื่อยๆ เกิดความเดือดร้อนไปในทุกหย่อมหญ้าจริงๆ
เห็นการประท้วงจากเกษตรกรทางภาคเหนือ
นึกแล้วสะท้อนใจ เพราะนี่คือผลของ FTA ที่เราทำกับจีน เพียงเพราะต้องการขยับตำแหน่งวงโคจรของดาวเทียมเพียงดวงหนึ่ง
เราต้องเอาชีวิตของผู้คนอีกไม่รู้เท่าไหร่มาลำบากด้วย แล้วยังจะคิดว่าเขาเป็นพระเอกขี่ม้าขาวมาอีก
หรืออย่างสถานการณ์น้ำมันที่เราต้องเจอะเจอกันอยู่ทุกวันนี้ ไม่ใช่เพราะส่วนหนึ่งของนโยบาย
Privatization หรอกหรือครับ ทำให้วันนี้เราต้องใช้น้ำมันในราคาที่แพงกว่าปกติ
ทั้งๆที่เราเองสามารถสำรวจและผลิตได้จากสัมปทานที่เราได้มาจากต่างประเทศ
และรวมทั้งการจ่ายภาษีลิตรละเกือบ 10 บาท เป็นภาษีอะไรบ้างก็เหลือจะเดา
นอกจากนี้ คนที่ประสบกับความทุกข์ยากจากภาวะน้ำมันแพง
และราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ (รวมทั้งต้องรวมราคาข้าวเข้าไปในรายการด้วยแล้ว)
ประเทศไทยจะไปทางไหน
แล้วนี่ยังจะมีการประกาศขึ้นราคาก๊าซ
LPG อีก กิโลกรัมละ 8 บาท (ก็คงจะเป็นราคาลิตรละ 4 - 6 บาท) คงได้เห็นความวุ่นวายกันแน่
เพราะในกรุงเทพมหานครมีแท็กซี่ที่ติดก๊าซ LPG กันมาก เคยได้ยินประมาณการว่า
มากกว่า 100,000 คัน จะไม่เกิดความวุ่นวายล่ะหรือ จะหันไปติดก๊าซ
NGV ก็ไม่มีอุปกรณ์ ที่มีอยู่ตอนนี้ก็แพง และไม่ได้มาตรฐานอีกต่างหาก
ต่อให้มีเงินก็ใ่ช่ว่าจะไปติดกันได้เสียที่ไหน แล้วคนที่ไม่มีเงินอย่างคนขับรถแท็กซี่จะทำอย่างไร
หรือแม้แต่จะไปเปลี่ยนได้แล้วก็จริง แต่จะหาก๊าซเติมได้อย่างไร
ในเมื่อสถานการณ์ สถานีบริการน้อย ต้องเข้าแถวที่ยาว ใช้เวลาเติมนาน
และก๊าซหมดต้องรอขนถ่ายก๊าซมาเติมหลายชั่วโมง ยังไม่มีทิศทางว่าจะดีขึ้นเลย
เมื่อวิเคราะห์อย่างนี้แล้ว ก็เชื่อได้ว่า
สถานการณ์ที่กำลังเป็นไป กับบรรยากาศของดวงดาวบนท้องฟ้า กำลังจะเดินไปในทิศทางเดียวกัน
ยกเว้นแต่จะมีผู้ที่สติ มีปัญญา มีคุณธรรม มีศีลธรรม เข้ามาบริหารบ้านเมืองในระยะนี้
จึงจะพอเอาตัวรอดกันไปได้ แต่ก็น่าจะช้าเกินไป จนน่าจะทุลักทุเลกันพอสมควร
ก็ไม่อยากจะคิดเลยครับว่า แล้วที่สุดแล้ว
พฤศจิกายน พ.ศ.2552 จะเกิดอะไรขึ้น เพราะในตอนนี้ สถานการณ์ต่างๆก็ฟ้องด้วยตัวของมันเองอยู่แล้ว...
ลุงพุฒ
12 มิถุนายน
พ.ศ.2551
|